เอ็ดดี้ ชี้ คนกรุงเทพฯ ไม่ได้ตัดสินว่าชัชชาติ ทำได้ตามที่หาเสียงไหม แต่ดูว่าชัชชาติพยายามหรือเปล่า
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ฝ่ายตรงข้ามพลาดตรงไหน ทำไมโจทย์ “4 ปีทำไม่ได้ตามที่หาเสียง” ยังไม่กลายเป็นกระแสหลักพอที่จะสั่นคลอนชัชชาติ?
อัษฎางค์ยมนาค | อ่านเกมอำนาจ
ฝ่ายตรงข้ามพลาดที่คิดว่า “ผลงานไม่เข้าเป้า” จะกลายเป็นกระแสลบโดยอัตโนมัติ
แต่ในความเป็นจริง คนกรุงเทพฯ จำนวนมากไม่ได้ตัดสินชัชชาติจากคำถามเดียวว่า “ทำได้ครบตามที่หาเสียงหรือไม่” แต่ตัดสินจากความรู้สึกว่า “เขาพยายามหรือไม่” “เขาเห็นปัญหาหรือไม่” “เขาหายไปจากปัญหาหรือเปล่า” และ “มีใครที่ดูน่าไว้ใจกว่าเขาหรือยัง”
นี่คือจุดที่ฝ่ายตรงข้ามตีไม่แตก
โจทย์ “4 ปีทำไม่ได้ตามที่หาเสียง” เป็นโจทย์ที่แรงในเชิงเหตุผล แต่ยังไม่แรงพอในเชิงอารมณ์ของผู้เลือกตั้ง เพราะชัชชาติสามารถทำให้คนจำนวนหนึ่งรู้สึกว่า ปัญหา กทม. เป็นปัญหาเชิงระบบที่หมักหมมมานาน ไม่ใช่ความล้มเหลวส่วนตัวของผู้ว่าฯ คนเดียว
ฝ่ายตรงข้ามจึงพลาด 5 เรื่องหลัก
หนึ่ง โจมตีผลลัพธ์ แต่ไม่สามารถทำให้ประชาชนรู้สึกว่า “ความล้มเหลวนั้นเกิดจากชัชชาติจริง ๆ”
สอง พูดว่า “ทำไม่ได้ตามที่หาเสียง” แต่ยังไม่สามารถแปลงเป็นเรื่องใกล้ตัว เช่น น้ำท่วมหน้าบ้าน ทางเท้าหน้าปากซอย รถติดทุกวัน ฝุ่นที่ลูกต้องหายใจ แล้วชี้ให้เห็นว่าเรื่องเหล่านี้ควรดีขึ้นกว่านี้อย่างไร
สาม ไม่สามารถสร้างตัวเปรียบเทียบที่น่าเชื่อได้ คือคนจำนวนมากอาจเห็นว่าชัชชาติยังแก้ไม่หมด แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าคู่แข่งจะแก้ได้ดีกว่า
สี่ ปล่อยให้ชัชชาติเก็บพื้นที่สื่อสารรายวันอยู่ฝ่ายเดียว ฝ่ายตรงข้ามมี “ข้อกล่าวหา” แต่ชัชาติมี “ภาพการทำงาน” ซ้ำ ๆ ทุกวัน ภาพซ้ำชนะคำกล่าวหาได้ในทางการเมือง
ห้า ไม่สามารถเปลี่ยนการเลือกตั้งให้เป็น referendum ต่อผลงาน 4 ปีของชัชชาติได้ เพราะสนามเลือกตั้งยังถูกชัชชาติทำให้เป็นเรื่อง “เลือกคนที่ไว้ใจให้ทำงานต่อ” มากกว่า “ลงประชามติลงโทษผู้ว่าฯ ที่ล้มเหลว”
สรุป
ฝ่ายตรงข้ามพลาด เพราะมีคำถามเรื่องผลงาน แต่ไม่มี มีการสื่อสารที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าชัชชาติคือผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อความล้มเหลวนั้น
เขามีคำถามว่า “ทำไมทำไม่ได้”
แต่ชัชาติมีคำตอบทางอารมณ์ว่า “เพราะปัญหามันยาก แต่ผมยังอยู่ตรงนี้และยังทำอยู่”
ตรงนี้แหละครับที่ทำให้โจทย์ 4 ปีทำไม่ได้ ยังไม่กลายเป็นกระแสหลักมากพอที่จะสั่นคลอนเขา
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS