Connect with us

News

ชูวิทย์ คัมแบ็ก! เผยสาเหตุ หายหน้า

Published

on

ชูวิทย์ เคลื่อนไหว จี้ รัฐบาลชี้แจงความจริง เรามีน้ำมันดิบเพียงพอ ทำไมถึงอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ขึ้นราคา

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

สงครามของคนไทย

มีคนจำนวนมากถามถึงผมว่าหายไปไหน

สังขารของผมก็เช่นเดียวกับผู้ป่วยมะเร็งทั่วไปที่มีขึ้นมีลง เพราะเป็นการรักษาแบบประคับประคองไม่ใช่การรักษาให้หาย

จึงมีช่วงที่ผมต้องไปเข้าเงียบเพื่อให้จิตใจนิ่ง ส่งผลให้ร่างกายไม่ทุกข์ทรมานมาก

เรื่องสำคัญของบ้านเมืองขณะนี้ คือ “น้ำมัน“

จริงอยู่ว่าสภาวะสงคราม อิหร่าน-สหรัฐ อิสราเอล ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงทั่วโลก

นายกฯ หนู ออกมาขอโทษว่าคาดผลของสงครามผิดว่าจะจบเร็ว จึงตรึงราคาน้ำมันไว้ 15 วัน

แต่เมื่อสงครามไม่ได้จบอย่างที่คาด ทำให้ต้องปล่อยราคาน้ำมันลอยตัวขึ้นถึง 6 บาท ในครั้งเดียว

และเมื่อราคาขึ้น ทุกปั๊มกลับมีน้ำมันให้เติมสบายๆ ทันที

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าชาวบ้านต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียด ท้ายสุดเจอป้าย “น้ำมันหมด“

อย่างนี้มันน่าสงสัยในหัวอกของประชาชนว่ามีการกักตุนน้ำมัน และสวาปามผลต่างบนความเดือดร้อนของประชาชน

ราคาน้ำมันขึ้นเพราะสงคราม ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้

แต่สิ่งที่น่าสงสัย ในเมื่อเรามีโรงกลั่นถึง 6 แห่ง รับน้ำมันดิบจากต่างประเทศล่วงหน้ามาแล้วถึง 3 เดือนในขณะที่ยังไม่มีสงคราม

เท่ากับปัจจุบันยังมีน้ำมันดิบเพียงพอต่อความต้องการของคนในประเทศด้วย “ต้นทุนเดิม”

แต่ทำไมเราถึงต้องอ้างอิงราคาน้ำมันที่สิงคโปร์ในปัจจุบันที่มีสงครามแล้ว มาเป็นฐานในการปรับขึ้นราคาตอนนี้?

รัฐบาลควรชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ “ต้นทุนราคาน้ำมันที่แท้จริง” มากกว่า “ต้นทุนทิพย์“

พ่อค้าทุกคนย่อมสามารถแจงต้นทุนสินค้าที่ตัวเองขายได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะขายลูกชิ้น หรือขายน้ำมัน

แต่น้ำมันกลับเป็นเรื่องยุ่งยาก และเกรงที่จะชี้แจง “ต้นทุนที่แท้จริง“ ให้ประชาชนทราบ

หากรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงต้นทุนน้ำมันที่ขายให้ประชาชนได้ ก็ย่อมเป็น “การค้าที่ผิดปกติธุระ“

คือขายโดยมี ”นายทุนใหญ่” ผู้บงการอยู่เบื้องหลัง แอบทำกำไรมากเกินกว่าที่ควรได้บนความเดือดร้อนของประชาชนคนไทย

คิดฐานราคาน้ำมันของวันที่มีสงครามตอนนี้ ทั้งที่ต้นทุนน้ำมันที่ได้มาเป็นราคาก่อนช่วงสงคราม

มันจึงเป็นการ “ตั้งราคาที่ไม่เป็นธรรม“ อย่างยิ่งกับประชาชน

เหมือนซื้อหุ้นตอนถูก แล้วรอจังหวะขายตอนราคาขึ้น

แต่นี่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ใช่จะมาเก็งกำไรใส่กระเป๋าเอาตอนนี้

ผลต่างของต้นทุนช่วงที่ไม่มีสงคราม กับตอนมีสงครามกลายเป็น “กำไรมหาศาล“ ที่เข้ากระเป๋าใคร?

รัฐบาลต้องมีความจริงใจในการชี้แจงให้ชัดเจน

หากจะบีบไข่ให้ “ไอ้โม่งนายทุน” คายกำไรคืนให้ประชาชนได้ นายกฯ หนู ก็ต้องทำ

ในสถานการณ์เช่นนี้ผมว่าประชาชนจะเข้าใจได้ง่าย หากยอมพูดออกมาตรงๆ

นายกฯ จะได้รับการยกย่องแทนการถูกตำหนิ

แต่การให้คุณพิพัฒน์เป็นหนังหน้าไฟมาฟังคำแนะนำจากประชาชนคงไม่น่าเป็นสิ่งที่ควร

เพราะนอกจากคุณพิพัฒน์เป็นผู้มีความรู้เรื่องน้ำมันดี มีประสบการณ์มากมายเพราะค้าขายน้ำมันจนร่ำรวย

ยังเป็นนักการเมืองที่ได้รับเลือกจากประชาชนมาทำหน้าที่อีกด้วย

แม้การเลือกระหว่าง “นายทุน“ กับ ”ประชาชน” จะยากลำบากสำหรับนักการเมือง

แต่เมื่อถึงเวลาบ้านเมืองวิกฤตนักการเมืองทุกคนต้องเลือกประชาชนมากกว่านายทุน

เพราะประชาชนจำนวนมากเลือกพรรค เลือก สส. ของภูมิใจไทยมากสุดจนได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

อย่าให้ประชาชนบอกว่า “คิดผิดที่เลือกมา”

ประชาชนอย่างพวกผมต้องพึ่งรัฐบาลในขณะนี้ หากท่านทำพัง ประชาชนก็พังไปด้วย

มันถือเป็น “สงครามของคนไทย“ ที่ต้องเอาตัวรอดไปวันๆ

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: