ณรงเดช ร่ายยาว ปัญหา PM 2.5 มาจากนโยบายห้ามเผาแบบแยกส่วน ที่ทำให้สถานการณ์บานปลาย
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ณรงเดช อุฬารกุล ผู้สมัคร สส.แบบ บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
เมื่อวานนี้ (27 ม.ค. 2569) เกิดการเผานาเป็นบริเวณกว้างในจังหวัดนครนายก ระดับ “หมื่นไร่” จนเห็นได้จากภาพถ่ายทางอากาศ — นี่ไม่ใช่แค่ปัญหา “PM2.5” แต่คือปัญหา “นโยบายห้ามเผาแบบแยกส่วน” ที่ทำให้สถานการณ์บานปลาย
วันนี้รัฐใช้ “คำสั่งห้าม” เยอะมาก แต่ไม่ทำให้เป็น “แผนร่วม” ที่เกษตรกรสามารถเดินตามได้จริง
•ระดับประเทศ: กระทรวงเกษตรฯ กำหนดห้ามเผาพื้นที่เกษตรทั่วประเทศช่วง 1 ก.พ.–31 มี.ค. 2569 และผูกบทลงโทษด้วยการตัดสิทธิ์โครงการช่วยเหลือบางส่วนหากพบประวัติการเผา
•ระดับจังหวัดกลับยาวกว่าและไม่เหมือนกัน: เช่น สกลนคร ประกาศห้ามเผาตั้งแต่วันออกประกาศจนถึง 31 พ.ค. 2569
•นครนายก เองก็ประกาศควบคุม/ห้ามเผาในที่โล่งตั้งแต่ 15 ธ.ค. 2568 ถึง 31 มี.ค. 2569
พอ “ช่วงเวลา” ไม่ตรงกัน “ผู้รับผิดชอบ” ไม่ชัด และ “ทางเลือกแทนการเผา” ไม่พร้อม แต่ชาวนารอไม่ได้ ต้องทำนาตามฤดูกาล เพราะแต่ละพื้นที่ มีเวลาที่จำกัดในการเริ่มทำนา ทั้งทำนาหนีน้ำ และ ทำนาหนีแล้ง ปัญหาจึงเกิดเป็นไฟลามทุ่ง
ถึงแม้ในบางจังหวัดจะรณรงค์ให้ไถกลบตอซัง แต่กลับไม่มีแผนปฏิบัติการจริงจัง ไม่มีงบ/เครื่องจักร/คน/คิวงานรองรับให้เพียงพอ
ขณะเดียวกัน การบังคับใช้ในพื้นที่ยังสับสน—บางครั้งแค่เผาเศษใบไม้กองเล็ก ๆ ก็มีการเข้าตรวจจนชาวบ้านแตกตื่น
จริง ๆ นครนายกเคยมีการหารือกับตัวแทนเกษตรกรแล้ว (ยื่นอุทธรณ์และเสนอทางออกร่วมกัน) ตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค. โดยจังหวัดเองรับทราบว่าเกษตรกรบางพื้นที่มีข้อจำกัดจริง เช่น “นาน้ำลึก” ตอซังสูง ฟางย่อยสลายยาก ต้นทุนอัดฟางสูง และคนรับจ้างไม่พอ
แต่สุดท้าย “การรับทราบ” ไม่พอ ถ้าไม่เปลี่ยนเป็น “การลงมือทำ”
ทางออกที่ควรทำทันที (ให้จบที่หน้างาน)
1.ทำแผนเดียวร่วมกันทั้งจังหวัด (จังหวัด–อำเภอ–ท้องถิ่น–เกษตรอำเภอ–ปศุสัตว์–ชลประทาน–ผู้นำชุมชน) ให้ชัดว่า “ทำอะไร/ใครทำ/งบจากไหน/ภายในกี่วัน”
2.ระดมเครื่องจักรที่รัฐมีอยู่แล้ว: รถไถ/ผานไถกลบ/รถอัดฟางที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดซื้อทุกปี ต้องเอามาทำ “ทีมเครื่องจักรเคลื่อนที่” ช่วยพื้นที่เร่งด่วนแบบมีตารางคิว
3.เปลี่ยนฟางจากภาระเป็นรายได้: กรมปศุสัตว์มีภารกิจจัดหาอาหารสัตว์และมีศักยภาพด้านการรวบรวมวัสดุเหลือใช้—ควรตั้ง “จุดรับฟาง/ลานรวบรวม” และทำสัญญารับซื้อ/ขนย้ายให้เป็นระบบในฤดูเก็บเกี่ยว (ไม่ใช่ปล่อยให้เกษตรกรแบกต้นทุนคนเดียว)
ห้ามอย่างเดียวไม่พอ—ต้องมี “แรงจูงใจ” ให้ไม่เผา
นโยบาย “การจัดการดินและปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต” ของพรรคประชาชน เสนอ อุดหนุนเกษตรกรที่ไม่เผา 250–2,000 บาท/ไร่ แบบไล่ระดับ (ไม่เผาอย่างเดียว / ไม่เผาพร้อมปุ๋ยแม่นยำตามค่าวิเคราะห์ / ปลูกพืชบำรุงดิน / ปรับเปลี่ยนพืชในพื้นที่ไม่เหมาะสม) เพื่อให้ “ไม่เผาแล้วอยู่ได้จริง” และลดต้นทุนอย่างยั่งยืน
เพราะการจัดการการเผาในภาคเกษตร ต้องเป็น “งานร่วมกัน” ระหว่างรัฐกับเกษตรกร
ไม่ใช่คำสั่งที่โยนภาระไว้ที่ชาวนา
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS