เดชรัต ชี้ สถานการณ์วิกฤต การประหยัดพลังงานจำเป็น แต่รัฐบาลกลับไม่สร้างแรงจูงใจ เพิ่มทางเลือกให้ประชาชน
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการ Think Forward Center พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
จริงแล้ว การประหยัดน้ำมัน (หรือพลังงาน) นับเป็นความจำเป็นและมีประโยชน์สำหรับสถานการณ์นี้ แต่การที่ครอบครัว (หรือคนเรา) จะประหยัดได้จริง (เช่น วันละลิตร) ไม่ใช่เกิดจากการเรียกร้องลอยๆ ของรัฐบาล แต่จะต้องเกิดขึ้นจาก 3 สิ่งประกอบกัน (เป็นอย่างน้อย) คือ (ก) ทางเลือกของประชาชน (ข) แรงจูงใจที่รัฐบาลจะมีให้ และ (ค) ระบบหรือตัวช่วยที่จะมาเสริมหนุนการตัดสินใจนั้น
ยกตัวอย่างเช่น การประหยัดน้ำมันวันละลิตร อาจเกิดจากการ Work from Home เช่น ทำงานที่บ้าน 1 วัน จาก 5 วัน ประหยัดน้ำมันที่ใช้ในการเดินทางได้ 5-7 ลิตร ซึ่งเฉลี่ยแล้วเท่ากับวันละลิตร โดยรัฐบาลอาจจัดแรงจูงใจให้ด้วยกันช่วยอุดหนุนค่าไฟฟ้า-ค่าเน็ด 30 บาท/วัน และในแง่ระบบสนับสนุน รัฐบาลก็อาจสร้างแรงจูงใจให้กับสถานประกอบการที่จัดระบบ Work from Home ให้กับพนักงานด้วยเป็นต้น
หรือเราอาจประหยัดวันละลิตรได้ โดยการจอดรถยนต์ส่วนตัวที่อาคารจอดแล้วจร แล้วขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงานอย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ แรงจูงใจที่รัฐบาลมีให้อาจจะเป็นส่วนลดค่าจอดรถ หรือส่วนลดค่าไฟฟ้า/ค่าเรือ และระบบสนับสนุนทางเลือกนี้คือ รัฐบาลและเทศบาลอาจจะหาจุดจอดแล้วจรที่เป็นของเอกชนแล้วมาเข้าร่วมโครงการ เป็นต้น
สำหรับการจับจ่ายใช้สอยเช่นไปตลาด เราอาจประหยัดวันละลิตรได้ โดยใช้ระบบเดลิเวอรี่ท้องถิ่น ที่ช่วยลดความจำเป็นที่จะต้องขับขี่รถไปตลาด เพื่อซื้อของจำเป็น (แต่มีปริมาณเล็กน้อย) เปลี่ยนเป็นมาส่งที่บ้านแทน ซึ่งระบบเสริมหนุนก็คือ ต้องมีเดลิเวอรรี่ท้องถิ่นจากตลาดสด/ตลาดนัด มาส่งที่บ้านเรือนประชาชนตามรายเส้นทาง และอาจมีแรงจูงใจเป็นส่วนลดสำหรับครัวเรือนที่ใช้บริการนี้
พี่น้องครัวเรือนเกษตรกร อาจจะลดวันละลิตรได้ ถ้ามีโครงการรับแลกเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้น้ำมัน เช่น เครื่องสูบน้ำ มาเป็นเครื่องสูบน้ำที่ใช้ไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์แทน แรงจูงใจที่มีคือ ส่วนลดเพื่อช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจได้เร็วขึ้น เพราะเครื่องมือเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการประหยัดในระยะยาว และสำหรับเครื่องจักรขนาดใหญ่ขึ้น เช่น อีแต๋นไฟฟ้า แทรกเตอร์ไฟฟ้า รัฐบาลก็อาจจะสามารถจัดหาระบบเช่าซื้อดอกเบี้ยต่ำมาเป็นการเสริมหนุนให้เกษตรกรสามารถลงทุนในเครื่องจักรที่ลดน้ำมันได้ เป็นต้น
สำหรับ SMEs ที่เป็นโรงงานผลิตขนาดเล็ก หรือระบบขนส่งสินค้า หากกระทรวงพลังงานร่วมกับสถาบันการศึกษาทำคูปองตรวจสอบการประหยัดพลังงาน หรือ Energy audit พร้อมเสนอแนะแนวทางในการลดการใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับจูนเครื่องจักร การปรับกระบวนการผลิตใหม่ การเปลี่ยนเครื่องจักรบางประเภท พร้อมกับการมีสินเชื่อเพื่อการลงทุน แบบนี้ SMEs จำนวนมากคงประหยัดได้มากกว่าวันละลิตรแน่นอน
ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ทางเลือกอื่นๆ ในการประหยัดน้ำมันวันละลิตร ยังพอมีความเป็นไปได้อีกหลายทาง ที่พวกเรามาช่วยกันเสนอได้ เพียงแต่รัฐบาลต้องศึกษาให้เหมาะสมกับเงื่อนไข/บริบทของคนแต่ละกลุ่ม และที่สำคัญ รัฐบาลต้องออกแบบมาพร้อมกับแรงจูงใจและระบบเสริมหนุนด้วย
สิ่งที่น่าแปลกใจ และน่าผิดหวังคือ นายกรัฐมนตรีกลับทำได้เพียงเรียกร้องประชาชนเฉย โดยไม่เสนอทางเลือก แรงจูงใจ และระบบสนับสนุนแต่อย่างใด
การบริหารประเทศที่มีแต่การเรียกร้องประชาชน จึงเป็นการบริหารประเทศที่ไม่เข้าใจประชาชน ไม่ยืนเคียงข้างประชาชน เพราะไม่เพิ่มทางเลือกให้ประชาชน และไม่ช่วยทำให้ทางเลือกที่ดีนั้นเป็นทางเลือกที่ประชาชนเลือกได้และอยากเลือกอย่างแท้จริง
ในสถานการณ์วิกฤต สิ่งที่ประชาชนต้องการจากรัฐบาลคือ ทางเลือกที่ประชาชนสามารถปฏิบัติได้เลย เพราะเป็นทางเลือกที่ออกแบบมาแล้วทั้งระบบสนับสนุนและแรงจูงใจ มิใช่ข้อเรียกร้องที่ไม่มีความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติเช่นที่ทำในวันนี้
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS