หมอสุรัตน์ ร่ายยาว PM 2.5 อันตราย! ทำลายสมอง ย้อนถาม มือเผา มันมีลูกหรือเปล่า
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.สุรัตน์ ตันประเวชโพสต์ข้อความผ่านเพจสาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ โดยระบุว่า
PM 2.5 ทำลายสมองเด็ก
ตื่นมาตอนเช้าเห็น pm2.5 เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจแล้วก็มีความเป็นห่วงเด็กที่มักมักจะไปใช้ชีวิตข้างนอก เด็กที่เป็นอนาคตของชาติ โดยหลายหลายคนไม่รู้ ว่าฝุ่นมันทำลายสมองเด็ก
เมื่อหายใจเข้าฝุ่น m 2.5 จะผ่านเข้าไปบริเวณของสมองโดยตรงผ่านสมองที่เกี่ยวกับการดมกินทำให้มีผลต่อสมองกลีบต่างๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งความหนาแน่นเซลล์สมองและเกิดการอักเสบ
ทำไม PM₂.₅ จึงอันตรายต่อสมองเด็ก
สมองเด็กเป็นอวัยวะที่ยังอยู่ในช่วงพัฒนา การเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทและเส้นใยสมอง (white matter) กำลังถูกสร้างและปรับแต่งอย่างต่อเนื่อง การรบกวนจากสิ่งแวดล้อม pm 2.5 กำชัง ฆ่าอนาคตชาติ
การศึกษาขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ภายใต้โครงการ Adolescent Brain and Cognitive Development (ABCD) Study ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการสัมผัส PM₂.₅ เฉลี่ยรายปีจากที่อยู่อาศัย กับโครงสร้างสมองของเด็กอายุ 9–10 ปี จำนวนกว่า 7,600 คน
นักวิจัยใช้เทคนิคถ่ายภาพสมองขั้นสูง (diffusion MRI) เพื่อประเมินสุขภาพของ white matter ซึ่งเป็นเส้นใยสมองที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมองส่วนต่าง ๆ
งานวิจัยพบว่า เด็กที่สัมผัส PM₂.₅ ในระดับสูง มีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง white matter ในสมองบางเส้นใยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเส้นใยที่เกี่ยวข้องกับ
อารมณ์
ความจำ
การควบคุมความคิดและพฤติกรรม
เช่น cingulum, uncinate fasciculus และ fornix
เด็กจะ ปัญญาด้อยลง อารมณ์แย่ นี่คือ อนาคตของชาติ
นอกจากนี้ เมื่อระดับ PM₂.₅ เพิ่มจากประมาณ 8 เป็น 12 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดระดับเล็ก ของ white matter เพิ่มขึ้นประมาณ 1–2% ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างในองค์ประกอบภายในเนื้อสมองที่ผิดปกติ
การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่าอย่างไร
แม้เด็กกลุ่มนี้จะยังไม่แสดงปัญหาทางสติปัญญาอย่างชัดเจน แต่การเปลี่ยนแปลงของ white matter อาจเป็น
“สัญญาณเตือนล่วงหน้า”
ของความเสี่ยงต่อปัญหาด้านการเรียนรู้ อารมณ์ หรือพฤติกรรมในอนาคต
กลไกที่เป็นไปได้ ได้แก่ การอักเสบของสมอง ความเครียดออกซิเดชัน และการรบกวนการทำงานของเซลล์ประสาทจากสารพิษในฝุ่น
นัยสำคัญต่อสังคมและนโยบาย
สิ่งที่น่ากังวลคือ ระดับ PM₂.₅ ที่พบผลกระทบในงานวิจัยนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงที่ยังต่ำกว่ามาตรฐานคุณภาพอากาศในหลายประเทศ ซึ่งหมายความว่า
“ระดับฝุ่นที่ถือว่าปลอดภัย อาจยังไม่ปลอดภัยต่อสมองเด็ก”
นี่ยังไม่ต้องพูดถึง ระดับ pm 2.5 ที่สีม่วง ในกทม ตอนนี้ นะ อันนี้ ยิ่งไปกันใหญ่
มือเผา มันมีลูกหรือเปล่าวะ หรือ ตัวมันก็สูกฝุ่นมาแต่เด็กจนสมองโง่ลง
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS