Connect with us

News

พิชาย ชำแหละ! จับกุมปลัดรุ่งเรือง ไม่ใช่คดีทุจริตธรรมดา แต่เชือดไก่ให้ลิงดู

Published

on

พิชาย ชำแหละ เหตุการณ์จับกุมปลัดรุ่งเรือง ไม่ใช่แค่คดีทุจริตธรรมดา

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า รองศาสตราจารย์ ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณบดี
อาจารย์ประจำหลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา โดยระบุว่า

ผมคิดว่า เหตุการณ์การจับกุมปลัดรุ่งเรือง ไม่ใช่ “คดีทุจริตธรรมดา” แต่เป็นภาพสะท้อนของเป็นศึกชิงอำนาจและการเชือดไก่ให้ลิงดูทางการเมือง

หากมองผ่านกรอบการวิเคราะห์โครงสร้างอำนาจและประวัติศาสตร์การเมืองของไทย นัยยะของการจับกุมครั้งนี้มี 4 มิติหลัก ดังนี้ครับ

1.การเอาคืนทางการเมืองและการใช้ “คดีทุจริต” เป็นอาวุธ

ก่อนหน้านี้ ปลัดรุ่งเรืองถูกสั่งย้ายเข้าส่วนกลาง (25 พ.ค. – 24 มิ.ย. 69) ด้วยข้อสงสัยเรื่องส่วยสถานบันเทิงป่าตอง การที่เขาตอบโต้ด้วยการส่งแชตลับสั่งการ “ช่วยน้ำเงินด้วย” (ซึ่งเชื่อมโยงถึงอธิบดีและขั้วการเมืองใหญ่ที่คุมกระทรวงมหาดไทย) ให้กับทนายอั๋น เป็นการประกาศตัวเป็น “กบฏ” ต่อสายบังคับบัญชาและเครือข่ายอำนาจส่วนกลางอย่างเปิดเผย

การที่ บก.ปปป. บุกจับเขาในคดีทุจริตสอบท้องถิ่นที่หาดใหญ่ (ซึ่งเป็นคนละคดีกับส่วยป่าตอง) ทันทีที่เขากลับถึงภูเก็ต สะท้อนให้เห็นว่า กลไกการปราบปรามทุจริตอาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการกำจัดเสี้ยนหนามทางการเมือง
รัฐอาจมีหลักฐานการทุจริตจริง แต่วันและเวลาในการจับกุมดูคล้ายกับ “การจัดฉาก” เพื่อส่งข้อความทางการเมืองว่า ใครก็ตามที่กล้าแฉเครือข่ายส่วนกลาง จะต้องถูกขุดคุ้ยความผิดในอดีตมาเชือดทิ้งอย่างเด็ดขาด

2.การเปลือยโครงสร้าง “รัฐราชการ” ในฐานะหัวคะแนน
คำสั่ง “ช่วยน้ำเงินด้วย” เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่อธิบายวิวัฒนาการของการเลือกตั้งไทยในยุคปัจจุบัน ที่กลุ่มทุนการเมืองหรือเครือข่ายอำนาจระดับชาติ (บ้านใหญ่) ไม่ได้พึ่งพาแค่เครือข่ายอุปถัมภ์ท้องถิ่นอีกต่อไป แต่สามารถยึดกุมกลไกของรัฐราชการ ให้กลายเป็นเครื่องมือรณรงค์หาเสียงแบบเบ็ดเสร็จ

เมื่อข้าราชการระดับสูงสั่งการลงมา กลไกปกครองส่วนภูมิภาคก็ต้องทำหน้าที่จัดตั้งมวลชนหรือเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมือง “สีน้ำเงิน” การที่ปลัดรุ่งเรืองเอาเรื่องนี้มาแฉ จึงเป็นการทุบหม้อข้าวและทำลายความชอบธรรมของเครือข่ายอำนาจนี้โดยตรง

3.รอยปริร้าวระหว่าง “อำนาจท้องถิ่น” และ “อำนาจส่วนกลาง”
ปลัดรุ่งเรืองไม่ใช่ข้าราชการธรรมดา เขาเคยได้รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น (ครุฑทองคำ) ปี 2563 และเติบโตมาในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างอย่างยาวนาน การปะทะกันครั้งนี้คือภาพสะท้อนของการงัดข้อกันระหว่าง ข้าราชการที่มีฐานอำนาจและเครือข่ายบารมีในพื้นที่ กับ ผู้มีอำนาจทางการเมืองจากส่วนกลาง
เมื่อระบบอุปถัมภ์ไม่สามารถตกลงผลประโยชน์กันได้ (จากกรณีส่วยป่าตอง) การแตกหักจึงนำมาสู่สถานการณ์การทำลายล้างซึ่งกันและกัน ฝ่ายหนึ่งแฉความลับทางการเมือง อีกฝ่ายใช้กลไกกฎหมายเข้าบดขยี้

4.วิกฤตความเชื่อมั่นต่อธรรมาภิบาล
กรณีนี้ทำให้เห็นความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของระบบราชการไทยอย่างถึงแก่น ประชาชนถูกทำให้เห็นภาพว่า
-ผู้บริหารระดับสูงถูกครหาว่าใช้กลไกรัฐแทรกแซงการเลือกตั้ง
-ข้าราชการระดับกลางถูกจับกุมฐานเรียกรับส่วยสอบบรรจุราชการ
-การตรวจสอบทุจริตไม่ได้เกิดจากระบบที่ดี แต่เกิดจากการ “แบล็กเมล์” และการหักหลังกันเองในเครือข่ายอำนาจ

นัยยะที่สำคัญที่สุดคือ เหตุการณ์นี้อาจจะทำให้ข้าราชการมหาดไทยทั่วประเทศเกิดภาวะ “หวาดผวา” และถูกบีบให้ต้องสวามิภักดิ์ต่อเครือข่ายอำนาจ “สีน้ำเงิน” มากยิ่งขึ้น เพราะบทเรียนจากปลัดรุ่งเรืองชี้ให้เห็นชัดเจนว่า การขัดขืนต่อศูนย์อำนาจทางการเมืองในยุคนี้ มีราคาที่ต้องจ่ายสูงถึงขั้นสิ้นสุดอนาคตทางราชการและสูญเสียอิสรภาพครับ

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: