สมชัย ชี้! วันนี้รัฐสามารถ แจกเงินสดวันละล้านบาทได้ วันข้างหน้าอาจขยับไปถึง การแจกทองคำ ชั่วโมงละบาท ชี้ แจกเงิน 9 ล้าน ไม่ใช่นโยบาย มันคือซื้อเสียงในรูปแบบใหม่ เพียงแต่เปลี่ยนจากเงินสดใต้โต๊ะ
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วิพากษ์ นโยบายแจกเงิน ของพรรคการเมือง ในการหาเสียง เตือนสังคมอย่าหลงกับถ้อยคำสวยหรู ที่ อ้างการพัฒนาประเทศ แต่แก่นแท้คือ การช่วงชิงคะแนนเสียง โดย “ไม่ต้องควักเงินจากกระเป๋านักการเมืองแม้แต่บาทเดียว”
รศ.สมชัย ระบุว่า หากวันนี้รัฐสามารถ แจกเงินสดวันละล้านบาทได้ วันข้างหน้าอาจขยับไปถึง การแจกทองคำ ชั่วโมงละบาท โดยมีเหตุผลรองรับสารพัด ตั้งแต่การเก็บข้อมูลประชาชน ไปจนถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นเพียง “วาทกรรมบังหน้า” ที่ถูกออกแบบมาให้ดูดี มีความชอบธรรม และยากต่อการตั้งคำถาม
กลไกเช่นนี้ไม่ต่างจากการซื้อเสียงในรูปแบบใหม่ เพียงแต่เปลี่ยนจากเงินสดใต้โต๊ะ มาเป็นนโยบายจากรัฐ ใช้งบประมาณแผ่นดิน และอาศัยระบบราชการเป็นเครื่องมือ ทำให้ผู้ได้ประโยชน์รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณทางการเมืองโดยอัตโนมัติ
“มันคือการเอาเงินภาษีประชาชนมาใช้สร้างฐานเสียง ไม่ใช่การลงทุนเพื่ออนาคตประเทศอย่างที่พยายามอธิบาย” รศ.สมชัย กล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อการแจกกลายเป็นเรื่องปกติ การแข่งขันทางนโยบายจะไม่ใช่เรื่องประสิทธิภาพอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นว่าใครแจกมาก แจกถี่ และแจกได้นานกว่ากัน
ในสถานการณ์ปัจจุบัน เสียงวิพากษ์จากนักวิชาการและภาคประชาชนเริ่มดังขึ้น ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า ประเทศกำลังเดินหน้าไปสู่รัฐสวัสดิการที่ยั่งยืนจริง หรือกำลังถลำลึกสู่ “ประชานิยมถาวร” ที่ผูกอนาคตการเมืองไว้กับการแจกไม่รู้จบ
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
แจก9ล้าน ไม่ใช่นโยบาย มันซื้อเสียงแบบใหม่ มันคือการเอาเงินภาษีประชาชนมาใช้สร้างฐานเสียง
สมชัย เย้ย! วันนี้รัฐสามารถ แจกเงินสดวันละล้านบาทได้ วันข้างหน้าอาจขยับไปถึง การแจกทองคำ ชั่วโมงละบาท ชี้ แจกเงิน 9 ล้าน ไม่ใช่นโยบาย มันคือซื้อเสียงในรูปแบบใหม่ เพียงแต่เปลี่ยนจากเงินสดใต้โต๊ะ
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงนโยบายแจกเงิน ของพรรคการเมือง ในการหาเสียง เตือนสังคมอย่าหลงกับถ้อยคำสวยหรู ที่ อ้างการพัฒนาประเทศ แต่แก่นแท้คือ การช่วงชิงคะแนนเสียง โดย “ไม่ต้องควักเงินจากกระเป๋านักการเมืองแม้แต่บาทเดียว”
รศ.สมชัย ระบุว่า หากวันนี้รัฐสามารถ แจกเงินสดวันละล้านบาทได้ วันข้างหน้าอาจขยับไปถึง การแจกทองคำ ชั่วโมงละบาท โดยมีเหตุผลรองรับสารพัด ตั้งแต่การเก็บข้อมูลประชาชน ไปจนถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นเพียง “วาทกรรมบังหน้า” ที่ถูกออกแบบมาให้ดูดี มีความชอบธรรม และยากต่อการตั้งคำถาม
กลไกเช่นนี้ไม่ต่างจากการซื้อเสียงในรูปแบบใหม่ เพียงแต่เปลี่ยนจากเงินสดใต้โต๊ะ มาเป็นนโยบายจากรัฐ ใช้งบประมาณแผ่นดิน และอาศัยระบบราชการเป็นเครื่องมือ ทำให้ผู้ได้ประโยชน์รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณทางการเมืองโดยอัตโนมัติ
“มันคือการเอาเงินภาษีประชาชนมาใช้สร้างฐานเสียง ไม่ใช่การลงทุนเพื่ออนาคตประเทศอย่างที่พยายามอธิบาย” รศ.สมชัย กล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อการแจกกลายเป็นเรื่องปกติ การแข่งขันทางนโยบายจะไม่ใช่เรื่องประสิทธิภาพอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นว่าใครแจกมาก แจกถี่ และแจกได้นานกว่ากัน
ในสถานการณ์ปัจจุบัน เสียงวิพากษ์จากนักวิชาการและภาคประชาชนเริ่มดังขึ้น ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า ประเทศกำลังเดินหน้าไปสู่รัฐสวัสดิการที่ยั่งยืนจริง หรือกำลังถลำลึกสู่ “ประชานิยมถาวร” ที่ผูกอนาคตการเมืองไว้กับการแจกไม่รู้จบ
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS