ปุณยวีร์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเป็นธรรม ลั่น ปัญหาชายแดน สันติภาพไม่ได้เริ่มต้นจากความเงียบงัน แต่เริ่มต้นจากความจริง
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ปุณยวีร์ เต็มเจริญ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และเหรัญญิก พรรคเป็นธรรม โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก พรรคเป็นธรรม โดยระบุว่า
โพสต์นี้เขียน เป็น 2 ภาษา สำหรับภาษาไทย เลื่อนลงด้านล่างได้เลยค่ะ
“Leaders Dispute. Thais Suffer.”
“I grew up in an international school, but I was always taught Thai history. Growing up in Thailand meant traveling the country on school trips and family trips, including to areas near the border. I remember visiting Prasat Hin Phimai, Prasat Phanom Rung. But what stayed with me was how history felt shared in the stones, the design, the stories. It all reminded me that culture and heritage don’t just stop at the borders. We grew up believing in a world shaped by trade, globalization, and cooperation.
So, what’s happening now doesn’t feel distant or abstract to me. It feels personal. Every country has internal challenges, but conflicts within a country should stay within that country. Thailand shares borders with four neighbors: Myanmar, Laos, Cambodia, and Malaysia. And these borders are homes, not battlefields. Disagreements should stay between leaders. They should never spill into villages or affect civilians. Farmers don’t choose geopolitics. And children don’t vote on conflict, yet they are the ones who suffer first.
Safety matters. The responsibility to protect people matters. But what matters most is human life. In times like this, the truth matters. Because fear spreads faster than facts. Media doesn’t always show the full picture. And that’s why we must speak the truth carefully and responsibly. We need to remember where we come from. Our region was built on shared history, shared culture, and shared humanity. Peace doesn’t begin with silence. It begins with the truth, understanding, and respect for life. I’ll share more soon to help explain the truth from Thailand.”
” ปัญหาไทย – กัมพูชา ความขัดแย้ง เป็นเรื่องของผู้นำ
แต่ความเจ็บปวด เป็นของคนไทยทุกคน “
ข้าพเจ้าเติบโตมาในโรงเรียนนานาชาติ
แต่สิ่งหนึ่งที่ถูกปลูกฝังอยู่เสมอ คือ ประวัติศาสตร์ไทย
การเติบโตในประเทศไทยหมายถึงการได้เดินทางไปทั่วประเทศ
ทั้งทัศนศึกษาของโรงเรียนและการเดินทางกับครอบครัว
รวมถึงพื้นที่ใกล้แนวชายแดน
ข้าพเจ้าจำได้ดีถึงการไปเยือน
ปราสาทหินพิมาย และ ปราสาทพนมรุ้ง
แต่สิ่งที่ฝังอยู่ในใจมากที่สุด
ไม่ใช่เพียงความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรม
หากคือความรู้สึกว่า…
ประวัติศาสตร์เหล่านั้นเป็นของร่วมกัน
อยู่ในก้อนหิน ลวดลาย และเรื่องเล่าที่สืบทอดมา
ทั้งหมดเตือนให้ข้าพเจ้าตระหนักว่า
วัฒนธรรมและมรดกของมนุษยชาติ ไม่เคยหยุดอยู่แค่เส้นพรมแดน
พวกเราเติบโตขึ้นมาโดยเชื่อในโลกที่เชื่อมโยงกัน
โลกที่ขับเคลื่อนด้วยการค้า โลกาภิวัตน์ และความร่วมมือระหว่างกัน
ดังนั้น สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในวันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว
หรือเป็นเพียงภาพข่าวที่เลือนลาง
แต่มันคือเรื่อง ส่วนตัว ของข้าพเจ้าอย่างแท้จริง
ทุกประเทศย่อมมีปัญหาภายในของตนเอง
แต่ ความขัดแย้งภายในประเทศ ควรจบอยู่ภายในประเทศนั้น
ประเทศไทยมีพรมแดนติดกับเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ
ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย
และ พรมแดนเหล่านี้คือบ้านของผู้คน ไม่ใช่สนามรบ
ความเห็นต่างควรเป็นเรื่องระหว่างผู้นำ
ไม่ควรลุกลามไปถึงหมู่บ้าน
ไม่ควรส่งผลกระทบต่อพลเรือน
ชาวนาไม่ได้เลือกภูมิรัฐศาสตร์
และเด็กๆ ไม่ได้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในความขัดแย้ง
แต่กลับเป็นพวกเขา ที่ต้องรับผลกระทบก่อนใคร
ความปลอดภัยสำคัญ
หน้าที่ในการปกป้องประชาชนสำคัญ
แต่เหนือสิ่งอื่นใด ชีวิตมนุษย์สำคัญที่สุด
ในช่วงเวลาเช่นนี้ ความจริงมีความหมายอย่างยิ่ง
เพราะความหวาดกลัวแพร่กระจายได้เร็วกว่าข้อเท็จจริง
สื่อไม่ได้สะท้อนภาพทั้งหมดเสมอไป
และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องพูดความจริง
อย่างรอบคอบ
อย่างรับผิดชอบ
เราจำเป็นต้องย้อนกลับไปมองว่า เรามาจากที่ใด
ภูมิภาคของเราถูกสร้างขึ้นจาก
ประวัติศาสตร์ร่วม
วัฒนธรรมร่วม
และความเป็นมนุษย์ร่วมกัน
สันติภาพไม่ได้เริ่มต้นจากความเงียบงัน
แต่เริ่มต้นจาก ความจริง ความเข้าใจ
และความเคารพต่อคุณค่าของชีวิต
ข้าพเจ้าจะขอแบ่งปันเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้
เพื่อช่วยอธิบายความจริง ในมุมมองจากประเทศไทย
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS