ดร.ปิติพงศ์ แสดงวิสัยทัศน์สำคัญ งาน Festival กป.อพช. ประชาชนต้องเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยต้องเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม แสดงวิสัยทัศน์และจุดยืนเชิงนโยบายของพรรค ในงาน Festival กป.อพช. Kick Off: ข้อเสนอนโยบายภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง ซึ่งจัดขึ้นโดยเครือข่ายภาคประชาชน เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
เวทีดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะที่เปิดโอกาสให้เครือข่ายภาคประชาชนกว่า 20 เครือข่าย นำเสนอข้อเรียกร้องเชิงนโยบายต่อพรรคการเมืองโดยตรง เพื่อสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างและความต้องการที่เกิดจากประสบการณ์จริงของประชาชน
ประชาชนต้องเป็นใหญ่: ปรัชญาและอุดมการณ์ของพรรคเป็นธรรม
ดร.ปิติพงศ์ กล่าวย้ำว่า พรรคเป็นธรรมยึดถือหลักการสำคัญคือ
“ประชาชนต้องเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยต้องเป็นธรรม”
อุดมการณ์ดังกล่าวมีรากฐานทางความคิดจากผู้นำประชาธิปไตยสำคัญของไทย อาทิ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และ ปรีดี พนมยงค์ วางหลักให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง
หัวหน้าพรรคเป็นธรรมเน้นย้ำว่า อำนาจของประชาชนต้องไม่สิ้นสุดเพียงในคูหาเลือกตั้ง แต่ต้องถูกออกแบบให้ดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องในโครงสร้างรัฐ ผ่านกลไกทางการเมือง กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ
การปฏิรูปการเมืองและรัฐธรรมนูญ: คืนอำนาจให้ประชาชน
พรรคเป็นธรรมแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง โดยประกอบด้วย
•การคืนอำนาจให้ประชาชน: วิพากษ์โครงสร้างรัฐที่สืบทอดอำนาจจากคณะปฏิวัติและองค์กรอิสระที่ลดทอนคุณค่าของเสียงประชาชน
•การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ: พรรคยืนยันจุดยืน “เห็นชอบ 100%” ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร่งด่วน เพื่อยกระดับประชาชนให้เป็นผู้มีอำนาจรัฐอย่างแท้จริง
•การลดบทบาทกองทัพในทางการเมือง: ยึดหลักว่าการเมืองต้องเป็นพื้นที่ของประชาชน ไม่ใช่กลไกของอำนาจนอกระบบ
ความมั่นคงของมนุษย์และการศึกษา: ฐานรากของประเทศในระยะยาว
ดร.ปิติพงศ์ ระบุว่า พรรคเป็นธรรมให้ความสำคัญกับ Human Security หรือความมั่นคงของมนุษย์ เป็นแกนกลางของการพัฒนาประเทศ
ในมิติการศึกษา พรรคเสนอการปฏิรูปภายใต้แนวคิด
“เรียนดี มีฟรี มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี”
โดยย้ำว่าการศึกษาต้องไม่ใช่เพียง “เรียนฟรี” แต่ต้องเป็นการศึกษา ที่เรียนแล้วมีงานทำ มีรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง พร้อมเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจยุคใหม่และมาตรฐานสากล
สันติภาพ สิ่งแวดล้อม และการจัดการความขัดแย้งอย่างยั่งยืน
พรรคเป็นธรรมเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยหลัก
“เศรษฐกิจนำการเมืองและความมั่นคง”
โดยให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้และคุณภาพชีวิต มากกว่าการใช้งบประมาณด้านความมั่นคงที่ไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
ในด้านสิ่งแวดล้อม พรรคยืนยันว่า
กฎหมายทุกฉบับและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต้องบูรณาการมิติสิ่งแวดล้อมเป็นองค์ประกอบหลัก เพื่อให้การพัฒนาเกิดความสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว
คำมั่นสัญญาทางการเมือง: ทำเป็น ทำจริง และทำได้
ดร.ปิติพงศ์ สรุปว่า ข้อเสนอของพรรคเป็นธรรมสามารถตอบโจทย์ข้อเรียกร้องของภาคประชาชนได้เกือบทุกประเด็น ภายใต้หลักการ
“ทำเป็น ทำจริง และทำได้”
พร้อมเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางประเทศ และยืนยันว่าพรรคเป็นธรรมพร้อมทำหน้าที่ในสภา เพื่อผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS