Connect with us

News

อย่ารอ…ให้มีการวางระเบิดสำเร็จ หรือระเบิดทำงานแล้วจึงตอบโต้ ทหารไทยมีสิทธิใช้กำลัง!!

Published

on

อ.ประพฤติ ชี้ กัมพูชาละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตทหารและอธิปไตยของไทย

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และอดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นว่า “กรณีการวางทุ่นระเบิดสังหารส่วนบุคคลของกัมพูชาซึ่งละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของทหารและอธิปไตยของไทยมาตลอดเพราะมีการล่วงล้ำเข้ามาวางในเขตแดนของไทยด้วยนั้น หากรอให้มีการวางระเบิดสำเร็จหรือระเบิดทำงานแล้วจึงตอบโต้ ไม่ว่าด้วยกำลังหรือด้วยกระดาษ A4

อย่างที่รัฐบาลทำอยู่ขณะนี้ อาจมองได้ว่าเป็นแนวคิดที่ล้าสมัยและก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศ โดยกฎหมายระหว่างประเทศซึ่งเป็นกฎหมายที่วิวัฒนาการรวดเร็วและมีความเป็นพลวัตสูง อนุญาตให้ไทยมีมาตรการที่เด็ดขาดกว่านั้น

กล่าวคือ แม้มาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ จะระบุให้ใช้กำลังได้เมื่อ ‘มีการโจมตีเกิดขึ้น’ (armed attacks occurs) แต่หลักปฏิบัติระหว่างประเทศและศาลระหว่างประเทศยอมรับว่า การใช้กำลังสามารถทำได้เมื่อภัยคุกคามอยู่ในระดับ ‘ใกล้จะถึงอย่างหลีกเลี่ยงมิได้’ (imminent and unavoidable) ซึ่งหลักการนี้พัฒนามาจาก คดีแคโรไลน์ (Caroline Case) ในปี พ.ศ. 2380 ซึ่งแม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางการทูต

แต่ก็วางรากฐานทางกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ (Customary International Law) ไว้ว่า การป้องกันตนเองจะชอบด้วยกฎหมายก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นที่ ‘ทันที ทันใด ท่วมท้น ไม่มีทางเลือกอื่น และไม่เปิดโอกาสให้มีการพิจารณาไตร่ตรอง’ (instant, overwhelming, leaving no choice of means, and no moment for deliberation) ซึ่งหลักการนี้ใช้ตีความสิทธิในการป้องกันตนเองมาจนถึงปัจจุบัน

ดังนั้น เมื่อตีความในเชิงรุก สำหรับกรณีการวางทุ่นระเบิดสังหารส่วนบุคคลของกัมพูชา หากหน่วยข่าวกรองของไทยมีข้อมูลหนักแน่นและเชื่อถือได้ว่า 1. กำลังทหารกัมพูชา กำลังเคลื่อนย้ายทุ่นระเบิดและกำลังจะเข้าสู่ตำแหน่งวางระเบิด และ 2. การวางระเบิดจะเกิดขึ้นทันที และ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งการกระทำนี้ถือว่าเป็น จุดเริ่มต้นของการโจมตีแล้ว (the initiation of the armed attack)

เพราะการรอให้มีการฝังระเบิดเสร็จสิ้นย่อมหมายถึงการยอมรับความเสียหายล่วงหน้า ทหารไทยจึงมีสิทธิชอบธรรมในการใช้กำลังทางทหารเพื่อ สกัดกั้นและทำลายภัยคุกคาม เหล่านี้ ก่อนที่ฝ่ายกัมพูชาจะดำเนินการวางระเบิดให้สำเร็จได้

กล่าวโดยสรุป กองทัพไทยมีอำนาจเต็มในการปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อป้องกันตนเอง หากการกระทำนั้นจำเป็นอย่างยิ่งยวด (Necessity) และได้สัดส่วน (Proportionality) โดยต้องมีหลักฐานว่ากำลังจะมี ‘ภัยคุกคามอันใกล้จะถึง’ (imminent threat) ซึ่งไม่ถือเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ แต่เป็นการใช้สิทธิโดยชอบธรรมในการปกป้องตนเองในบริบทภัยคุกคามสมัยใหม่ ด้วยความปรารถนาดี 

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: