วิโรจน์ เผยข่าวลือล็อกสเปคการจัดหาเรือฟริเกต ลั่น ยังเชื่อใจกองทัพ จะเลือกประโยชน์ให้ประเทศ
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
[ ข่าวลือเรื่องเรือฟริเกต? ]
…………………….
ในช่วงหลายวันมานี้ มีคนสอบถามผมเป็นจำนวนมากว่าได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือ หรือไม่ ว่ามีการล็อคสเปกให้กับบริษัทรายหนึ่ง โดยบริษัทดังกล่าวเป็นเพียงรายเดียวที่ผ่านรอบคุณสมบัติและเทคนิค ในขณะที่บริษัทรายอื่นๆ ตกรอบในรอบคุณสมบัติและเทคนิคทั้งหมด ทำให้บริษัที่ผ่านรอบคุณสมบัติเพียงรายเดียวชนะการประมูลไปโดยปริยาย โดยไม่ต้องเปิดซองเทียบราคา
โดยข่าวลือระบุว่า กองทัพเรือได้เงื่อนไขที่แย่มากๆ ไม่ว่าจะเป็น การต่อเรือในประเทศที่เหลือสัดส่วนเพียงแค่ 20% หรือระบบอำนวยการรบ (Combat Management System หรือ CMS) ที่ไม่อาจก่อให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติการรบร่วมกับเหล่าทัพอื่นๆ หรือการซ้อมรบกับต่างประเทศ ตลอดจนระบบเรดาห์ และอาวุธยุทโธปกรณ์ประจำเรือที่เป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัย ฯลฯ
เท่าที่ผมได้หารือกับผู้แทนกองทัพเรืออย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างการสัมมนาเรื่อง “ยุทธศาสตร์งบประมาณความมั่นคงกับการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเรือและการพึ่งพาตนเองของประเทศ” เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา ผมยังคงเชื่อมั่นในกองทัพเรืออยู่นะครับ เนื่องจากกองทัพเรือได้ให้คำมั่นเอาไว้ว่า การจัดหาเรือฟริเกตในครั้งนี้ กองทัพเรือได้ให้ความสำคัญกับการต่อเรือในประเทศเป็นอย่างมาก เพื่อให้เรือฟริเกตลำนี้ และลำต่อๆ ไปเกิดคุณูปการต่อภารกิจด้านความมั่นคง การส่งเสริมอุตสาหกรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ได้มากที่สุด
สำหรับเงื่อนไขต่างๆ ทางกองทัพเรือได้อธิบายในสัมมนาเอาไว้ว่า จะประเมินเงื่อนไขทุกอย่างให้เป็น “มูลค่าจริง” เพื่อป้องกันการเคลมมูลค่าของบริษัทผู้เข้าประกวดราคา เพื่อให้ผลประโยชน์ต่างๆ ที่ประเทศจะได้รับนั้นเป็นมูลค่าที่แท้จริง เกิดขึ้นได้จริง โดยกองทัพเรือยืนยันว่าจะมีการเปิดเผยการประกวดราคาของโครงการนี้อย่างโปร่งใส เพื่อให้เรือฟริเกตลำนี้ เป็นเรือฟริเกตที่ประชาชนคนไทยทุกคนได้ภาคภูมิใจร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม หากผลการประกวดราคาปรากฏว่าบริษัทที่ชนะการประมูล กลับเป็นบริษัทที่มีข้อเสนอที่แย่มาก หรือผ่านแค่เกณฑ์ขั้นต่ำเท่านั้น ในขณะที่บริษัทรายอื่นๆ ที่เข้าร่วมการประกวดราคามีข้อเสนอที่ดีกว่า เช่น ต่อเรือในประเทศในสัดส่วนที่มากกว่า ขีดความสามารถของอาวุธยุทโธปกรณ์ประจำเรือมีความล้ำสมัยกว่า ผมคิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่เลยครับ เนื่องจากกองทัพเรือจะต้องมีภาระในการอธิบายกับสังคม และยังจะถูกร้องเรียนการประกวดราคาตามระเบียบราชการ ต้องผ่านการสอบสวนจากคณะกรรมาธิการการทหาร รวมถึงอาจจะถูกร้องเรียนต่อไปยัง ป.ป.ช. ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้การจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือมีความล่าช้าออกไป อย่างไม่มีกำหนด ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อกองทัพเรือเลย
ผมจึงไม่เชื่อว่าข่าวลือที่ลือกันนั้นเป็นเรื่องจริง และยังคงเชื่อมั่นในความตั้งใจดีกองทัพเรือครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมในฐานะที่ปรึกษาประจำ กมธ.ทหาร จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไปครับผม
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS