Connect with us

News

อย่างเป็นทางการ!! “พรรคเป็นธรรม” เคาะแล้ว!! แคนดิเดตจัดเต็ม ดร.ปิติพงศ์-ปุณยวีร์-มนต์วลี

Published

on

พรรคเป็นธรรม แถลงเปิดตัว! 6 DNA พรรค 3 นโยบายหลัก พร้อมแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งปี 69

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก พรรคเป็นธรรม FAIR Party โพสต์ข้อความระบุว่า

พรรคเป็นธรรม จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการ พร้อมแถลงนโยบายหลักและเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยประกาศจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างจากการเมืองแบบเดิมอย่างชัดเจน คือ การยึดหลักการมาก่อนอำนาจ และการเมืองที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง


หัวหน้าพรรคเป็นธรรมระบุว่า ประเทศไทยในวันนี้ ไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ แต่กำลังเผชิญ “ภาวะสงครามหลายมิติ” ทั้งความตึงเครียดตามแนวชายแดน สงครามเศรษฐกิจและค่าครองชีพ สงครามอาหารและภัยพิบัติ รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติและเงินเทาที่แทรกซึมเข้ามาในระบบรัฐและการเมือง

“ในภาวะแบบนี้ ประเทศไม่ต้องการนักการเมืองที่พูดเก่ง
แต่ต้องการ คนทำงานเป็น ที่สามารถแก้วิกฤตได้จริง
และต้องยืนอยู่บนหลักการ ไม่ใช่ดีลทางการเมือง”
พรรคเล็ก แต่ตั้งคำถามใหญ่

พรรคเป็นธรรมชี้ว่า ปัญหาหลายเรื่องที่ประเทศเผชิญอยู่ ไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่เป็นปัญหาที่ถูกหลีกเลี่ยงการพูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอธิปไตย ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ บทบาทขององค์กรอิสระ หรือการขยายตัวของเงินเทาและเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
พรรคยืนยันว่า แม้จะเป็นพรรคการเมืองขนาดเล็ก แต่เลือกตั้งคำถามใหญ่กับโครงสร้างอำนาจ และไม่หลีกเลี่ยงประเด็นที่กระทบต่อความมั่นคงและอนาคตของประเทศ

“หลักการก่อนอำนาจ” คือ DNA พรรค
พรรคเป็นธรรมประกาศ DNA พรรค 6 ประการ ได้แก่
1.หลักการต้องมาก่อนอำนาจ
2.แยกการบริหารออกจากเกมการเมือง
3.ตำแหน่งบริหารต้องมาจากความสามารถ
4.ระบบตรวจสอบถ่วงดุลต้องทำงานจริง
5.การเมืองต้องตรงไปตรงมา รักษาคำพูด
6.ปฏิเสธการเมืองสีเทาและการทุจริตทุกรูปแบบ
โดยย้ำว่า หลักการเหล่านี้ไม่ใช่สโลแกน แต่เป็น “ระบบป้องกันประเทศ” เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องจ่ายราคาซ้ำแล้วซ้ำอีกจากการเมืองที่ขาดความรับผิดชอบ

นโยบายหลัก: “3 ความมั่นคง”
พรรคเป็นธรรมเสนอกรอบนโยบายหลัก “3 ความมั่นคง” เพื่อรับมือกับภาวะวิกฤตของประเทศ ได้แก่
1) ความมั่นคงด้านอาหาร
อาหารคือความมั่นคงของชาติ เกษตรกรต้องอยู่ได้จริง ประชาชนต้องเข้า
ถึงอาหารที่ปลอดภัยและเป็นธรรม
2) ความมั่นคงของผู้คน
การศึกษา เศรษฐกิจ และการพัฒนาทุนมนุษย์ ต้องทำให้คนอยู่ได้จริง ไม่ใช่เพียงอยู่รอด
3) ความมั่นคงของสังคม
หลักนิติธรรมต้องไม่มีสองมาตรฐาน องค์กรอิสระต้องถูกตรวจสอบ และการเมืองต้องไม่ถูกซื้อด้วยเงินเทา

เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน พรรคเป็นธรรม
นี่ไม่ใช่การเปิดตัว “นักการเมือง”
แต่คือการเปิดตัว “คนทำงานเป็น”
ในวันที่ประเทศไทยอยู่ในภาวะ สงครามหลายมิติ
พรรคเป็นธรรมเลือกส่งคนที่ทำงานได้จริง รับผิดชอบต่อผลลัพธ์จริง
และกล้าเข้ามาแก้ปัญหาให้ประเทศ ไม่ใช่เพื่ออำนาจ แต่เพื่อบ้านเมือง

ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ (ดุ่ย)
นักกฎหมายมหาชน กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายรัฐธรรมนูญ นักสิ่งแวดล้อม และเชี่ยวชาญในการปฏิรูประบบราชการ โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ในการขับเคลื่อนโครงการ “ผู้ว่าซีอีโอ หรือผู้ว่าบูรณาการ” , “การจัดระเบียบสังคม” และเคยเป็นหนึ่งใน “ทีมไทยแลนด์” ในการเจรจาต่อรองด้านการค้าระหว่างประเทศ เช่น FTA (Free Trade Area) ตลอดจนนโยบายสาธารณะ

คุณปิติพงศ์ มีการศึกษาโดดเด่นโดยจบปริญญาถึง 5 ใบ (ปริญญาตรี 1, ปริญญาโท 3 และปริญญาเอก 1) โดยจบตรีด้านกฎหมาย จาก ม.ธรรมศาสตร์, ปริญญาโทด้านกฎหมายระหว่างประเทศ จาก American University และผ่านหลักสูตรอบรมนักกฎหมายจาก Harvard University พ่วงด้วยปริญญาโทอีก 2 ใบ ด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม (Environment Management) จาก AIT และบริหารรัฐกิจจาก ม.ธรรมศาสตร์ และ ปริญญาเอกด้านบริหารจัดการภาครัฐ (DPA)
อีกหนึ่งรางวัล ที่การันตี ไม่ใช่แค่ความเก่ง แต่เป็นการโดดเด่นด้วยความดี และคุณค่าที่ได้ทำ คือ “รางวัลศิษย์เก่าดีเกียรติยศ ครบรอบ 90 ปี ม.ธรรมศาสตร์” ซี่งมีศิษย์ของธรรมศาสตร์ เพียง 90 คนเท่านั้นที่ได้รับรางวัลนี้

น.ส.ปุณยวีร์ เต็มเจริญ (พิม)
ผู้หญิงไทย ตัวแทนคนรุ่นใหม่ GEN-Y / GEN-Z หนึ่งในว่าที่ Candidate นายกรัฐมนตรี ที่อายุน้อยสุดในประเทศ ที่ผ่านงานด้านการเงินการลงทุน ที่ความสามารถเกินอายุ ด้วยเห็นว่าประเทศอยู่ในภาวะสงครามหลายมิติ และเชื่อว่าสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากผู้คน ในองค์กรระดับโลก จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ สังคมในการก้าวผ่านวิกฤติ
จึงอาสาเข้ามาร่วมทำงานกับพรรคเป็นธรรม พร้อมด้วยประสบการณ์และเครือข่ายชั้นนำ ทั้งจากบริษัทการเงินระดับโลก และสถาบันการศึกษาระดับ Ivy League จากสหรัฐอเมริกา

คุณพิมจบปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจจาก University of Southern California (USC) และปัจจุบันศึกษาอยู่ที่ MIT MBA และผู้ได้รับ ASEAN Fellowship มีประสบการณ์ทำงานใน Bank of America สถาบันการเงินระดับโลก เติบโตจาก Investment Banking Analyst สู่ตำแหน่ง Vice President – Strategy, Technology & Transformation ดูแลธุรกิจ Global Corporate & Investment Banking ซึ่งเป็นคนไทยน้อยคนมากที่มีโอกาสได้ทำงานด้านนี้ เชี่ยวชาญการขับเคลื่อนองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งการวางกลยุทธ์ การใช้เทคโนโลยี การพัฒนาเครื่องมือดิจิทัล และการปรับโครงสร้างการทำงานให้มีประสิทธิภาพ
มีประสบการณ์ตรงในการดูแล ดีลควบรวมกิจการ (M&A) และธุรกรรมทางการเงินมูลค่าสูง ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมในระดับนานาชาติ ผสานความรู้ด้านการเงิน เทคโนโลยี และมนุษยธรรม พร้อมทำงานด้าน สุขภาพชุมชนและสังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ
มีความสนใจ ด้าน AI และ Technology มาพัฒนาระบบการเงินและการศึกษาของประเทศไทย ถือเป็น หนึ่งในผู้นำรุ่นใหม่ที่โดดเด่น เข้าใจระบบเศรษฐกิจโลก คิดเชิงกลยุทธ์ ทำงานเป็นระบบ และเชื่อมโยงนโยบายระดับชาติให้กระทบชีวิตประชาชนได้จริง

คุณมนต์วลี พัธโนทัย (จิ๊บ)
หนึ่งในผู้หญิงไทยที่มี สายสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับประเทศจีน อย่างลึกซึ้งที่สุดในระดับครอบครัวและประวัติศาสตร์การทูตไทย-จีน
ตระกูลพัธโนทัย เป็นตระกูลที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมความสัมพันธ์ไทย–จีนมาตั้งแต่ยุคก่อตั้งความสัมพันธ์ทางการทูตเป็น “สะพานความไว้วางใจ” ระหว่างสองประเทศ ที่ไม่ใช่เพียงเชิงพิธีการ แต่เชิงโครงสร้าง เศรษฐกิจ และความมั่นคง

คุณมนต์วลี เติบโตและทำงานในระดับนานาชาติ มีประสบการณ์ยาวนานใน สหรัฐอเมริกา เชี่ยวชาญด้าน เทคโนโลยีระบบองค์กร (Enterprise Technology), การกำกับดูแลข้อมูล, Digital Transformation และ Healthcare System เคยดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงในองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งภาคการเงิน ภาคสาธารณสุข และองค์กรระดับโลก

ปัจจุบันทำงานใน อุตสาหกรรมสุขภาพระดับโลก มีประสบการณ์ตรงในการ พัฒนาระบบสาธารณสุข การจัดการข้อมูลผู้ป่วย ความปลอดภัยข้อมูล (PDPA / Health Data Governance) และการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสิทธิภาพโรงพยาบาลและการเข้าถึงบริการของประชาชน
คุณมนต์วลี สนใจและตั้งใจเข้ามาทำงานการเมืองด้านการพัฒนาความมั่นคงของผู้คน สังคมและการพัฒนาทุนมนุษย์ ที่ต้องการทำให้คน อยู่ได้จริง และอยู่ได้โดยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่แค่ อยู่รอดไปวัน ๆ และเชื่อว่า ประเทศไทยต้องปฏิรูประบบ Public Healthcare อย่างจริงจัง และอยากสร้างให้ระบบสาธารณสุขของไทย ไม่ใช่แค่รักษาโรค แต่ต้อง ทำให้ระบบ “ยั่งยืน” เข้าถึงได้จริง ใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นมหาอำนาจด้านสุขภาพ เทคโนโลยี และการผลิตยา

คุณมนต์วลี จึงถือเป็น ผู้นำหญิงที่เข้าใจโลกตะวันตก–ตะวันออก เชื่อมจีนได้จริง ทำงานกับระบบสุขภาพเป็น และมอง “ความมั่นคงด้านสาธารณสุข” เป็นความมั่นคงของชาติ
พรรคย้ำว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่ใช่รางวัลทางการเมือง แต่คือภาระความรับผิดชอบต่อชีวิตและอนาคตของประชาชนทั้งประเทศ

พรรคการเมืองคุณภาพที่น่าจับตามอง
พรรคเป็นธรรมยืนยันว่า ไม่ขออำนาจเพื่ออำนาจ ไม่เล่นเกมการเมือง และไม่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง พร้อมขอความไว้วางใจจากประชาชนเพื่อสร้าง ประชาธิปไตยที่เป็นธรรม และประเทศที่มั่นคงอย่างแท้จริง
“ประชาธิปไตย ต้องเป็นธรรม
และประเทศนี้ ต้องได้ผู้นำที่ทำงานเป็น”

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: