Connect with us

News

เพลียจิต! เห็นข้อความพรรคประชาชนตีโพยตีพายเรื่องคณะองคมนตรี

Published

on

อาจารย์อุ๋ยโต้พรรคส้ม ต้องก้าวข้ามมายาคติ หยุดบิดเบือนหลักการ องคมนตรีคือฟันเฟืองช่วยราษฎร ไม่ใช่การแทรกแซงการเมือง

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสข้อความบนเฟสบุ๊คว่า

“ผมเห็นข้อความที่พรรคประชาชนออกมาตีโพยตีพายเรื่องคณะองคมนตรีเข้าร่วมประชุมรับมือภัยแล้งแล้ว ผมในฐานะนักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ ยอมรับว่า “เพลียจิต” กับการพยายามจับแพะชนแกะเพื่อสร้างความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง โดยแกล้งลืมบริบททางกฎหมายและจารีตประเพณีที่ดีงามของไทยไปเสียสิ้น

เพื่อให้สังคมไม่สับสนกับวาทกรรม “บริหารซ้อนบริหาร” ผมขอโต้แจ้งเป็นประเด็นๆ ดังนี้ครับ:
1. หน้าที่องคมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 10 และ 11
ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 10 บัญญัติชัดเจนว่า คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง และ มาตรา 11 ให้การแต่งตั้งเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

การที่องคมนตรีลงพื้นที่หรือร่วมประชุมเชิงข้อมูล ไม่ใช่การ “ชิงอำนาจ” แต่คือการปฏิบัติภารกิจเพื่อนำข้อมูลความเดือดร้อนของราษฎรในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (ซึ่งมีมากกว่า 5,000 โครงการทั่วประเทศ) มาประมวลผลเพื่อถวายรายงานให้ทรงทราบถึงสถานการณ์จริง นี่คือกลไกการเชื่อมโยงระหว่าง “สถาบันฯ” กับ “พสกนิกร” ที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้

2. “คำแนะนำ” คือซอฟต์พาวเวอร์เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่ “ข้อสั่งการ”:
พรรคส้มพยายามอ้างเรื่อง Accountability แต่ลืมไปว่าการบริหารราชการแผ่นดินในวิกฤตการณ์อย่าง “ภัยแล้ง” ต้องอาศัยการบูรณาการ องคมนตรีหลายท่านเป็นอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มีประสบการณ์และสายสัมพันธ์ในพื้นที่อย่างกว้างขวาง การให้คำแนะนำคือการส่งต่อ “องค์ความรู้” (Know-how) ไม่ใช่ “อำนาจสั่งการ” (Power) หากรัฐบาลเห็นว่าดีก็ทำตาม หากไม่ทำตามก็ไม่มีโทษทางกฎหมาย ดังนั้น ความรับผิดชอบยังอยู่ที่คณะรัฐมนตรีเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์!

3. หลักการ “The King can do no wrong” กับการให้คำปรึกษา:
ในระบอบ Constitutional Monarchy พระมหากษัตริย์ทรงครองราชย์แต่ไม่ได้ทรงปกครอง (Reigns but does not rule) แต่ไม่ได้หมายความว่าสถาบันฯ ต้อง “ถูกตัดขาด” จากความเดือดร้อนของประชาชน

การมีองคมนตรีเข้ามาร่วมสังเกตการณ์คือการสร้างความมั่นใจว่า นโยบายรัฐบาลกับโครงการพระราชดำริจะเดินไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ซ้ำซ้อน และประหยัดงบประมาณแผ่นดิน นี่คือประสิทธิภาพทางการบริหารที่พรรคประชาชนมองข้าม

4. พรรคประชาชนต้องก้าวข้ามมายาคติ “พื้นที่การเมือง”:
การประชุมภัยแล้งไม่ใช่เรื่อง “อุดมการณ์ทางการเมือง” แต่เป็นเรื่อง “ปากท้องและความอยู่รอด” การที่องคมนตรีเข้าร่วมประชุม บกปภ.ช. จึงเป็นการทำหน้าที่ “ที่ปรึกษาของแผ่นดิน” มากกว่า “นักการเมือง” อย่าพยายามลากทุกเรื่องเข้าสู่สนามการต่อสู้ทางอำนาจจนทำให้การทำงานเพื่อประชาชนต้องหยุดชะงัก

5. บทเรียนจากอารยประเทศ: พระมหากษัตริย์กับบทบาทการบริหาร:
พรรคส้มชอบอ้างต่างประเทศนักใช่ไหมครับ? งั้นลองมาดูโครงสร้างทางกฎหมายและจารีตของประเทศพัฒนาแล้วในยุโรปกัน:


• สหราชอาณาจักร (UK): สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 (เมื่อครั้งเป็นเจ้าชาย) ทรงมีบทบาทอย่างมากในองค์กรการกุศลและให้คำแนะนำด้านสิ่งแวดล้อมแก่รัฐบาลอย่างต่อเนื่องผ่านทางจดหมาย (Black Spider Memos) ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเป็นการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสังคม

• เนเธอร์แลนด์ (Netherlands): ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (Grondwet) มาตรา 73 และ 74 บัญญัติให้มี “สภาแห่งรัฐ” (Council of State หรือ Raad van State) ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลและรัฐสภาในด้านกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมี พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาแห่งรัฐ โดยตำแหน่ง ในทางปฏิบัติ พระมหากษัตริย์จะทรงเข้าร่วมประชุมในวาระสำคัญ และสภาแห่งรัฐนี้มีหน้าที่โดยตรงในการให้คำแนะนำแก่รัฐบาลเกี่ยวกับร่างกฎหมายทั้งหมดก่อนจะเสนอต่อรัฐสภา รวมถึงสนธิสัญญาระหว่างประเทศ

สะท้อนว่ากลไกที่ปรึกษาของสถาบันพระมหากษัตริย์สามารถทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารได้อย่างเป็นระบบตามกฎหมาย

• สเปน (Spain): ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสเปน พ.ศ. 2521 มาตรา 56, 62 และ 107 กำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ ทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมานฉันท์และความต่อเนื่องของชาติ และมี “สภาแห่งรัฐ” (Consejo de Estado) เป็นองค์กรที่ปรึกษาสูงสุด

ในทางปฏิบัติ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 ทรงใช้บทบาทนี้ในการพระราชทานคำแนะนำและเป็นตัวกลางประสานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ร้ายแรง เช่น วิกฤตการณ์การแยกตัวของกาตาลุญญาในปี พ.ศ. 2560 รวมถึงการบริหารจัดการและบูรณาการสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อรักษาความมั่นคงและประโยชน์ของประชาชนโดยไม่ได้แทรกแซงอำนาจบริหารส่วนหน้า

สรุป: การที่คณะองคมนตรีเข้าร่วมประชุม ไม่ใช่การละเมิดประชาธิปไตย แต่เป็นการตอกย้ำว่าในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย “เราไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และทุกฝ่ายพร้อมร่วมมือกันเพื่อความสุขของประชาชน เลิกเอาทฤษฎีในตำรามาตีความบิดเบือนเพื่อสร้างความแตกแยกได้แล้ว!”

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: