จตุพร ลุ้นล้างบางนักการเมืองเทา จี้จัดการเด็ดขาดก่อนเลือกตั้ง จ่อรวบนักการเมืองใหญ่ตัวเป้งสะเทือนพรรคเงินหนา
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ย้ำว่า ก่อนสิ้นเดือนมกราคมนี้ หมายจับจะปฎิบัติการกวาดล้างนักการเมืองที่พัวพันเครือข่ายเงินเทา และลุ้นจะมีนักการเมืองตัวใหญ่บางคนจะถูกจับกุมด้วย
“ทางการข่าวบอกว่าหมายจับจะเริ่มภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองมีมากน้อยแตกต่างกันไป บางพรรคตัวใหญ่ทั้งนั้น ซึ่งสะท้อนว่า บุคคลเพัวพันสแกมเมอร์ได้เข้ามาลึกมากถึงขั้นเป็นนักการเมืองและกลไกข้าราชการใหญ่ชนิดคาดไม่ถึงที่ได้ประโยชน์จากเงินเทา ดังนั้น รัฐบาลต้องไม่เลือกปฏิบัติเอาผิดกับคนเกี่ยวข้องไม่ว่าหน้าไหนทั้งสิ้น เพราะต้องทำให้บ้านเมืองสะอาด”
พร้อมทั้งย้ำว่า จากนี้ไปประชาชนต้องติดตามนักการเมืองพัวพันขบวนการเงินเทาทั้งหลาย ซึ่งอะไรที่ไม่ดีต้องจัดการเสียให้หมดในคราวเดียวกันก่อนการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชน
ส่วนบางพรรคมีข่าวเจรจา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.หรือ “บิ๊กโจ๊ก” มาเป็นรองนายกฯ นั้น หากเป็นเรื่องจริงก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมายและคุณสมบัตินักการเมืองที่ห้ามบุคคลถูกปลดออกหรือไล่ออกจากราชการเป็นรัฐมนตรีและ สส.
นายจตุพร กล่าวถึงการรณรงค์หาเสียงของพรรคการเมืองว่า ประชาชนตื่นตัวน้อยมาก ดังนั้น การเลือกตั้งจึงมีปัจจัยอย่างอื่นมาชี้ขาดผลชนะหรือแพ้ แต่บ้านเมืองไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างที่คิดกัน
สิ่งสำคัญ การหาเสียงขณะนี้ไม่แข่งกันโชว์ถึงอนาคต แต่เน้นระยะสั้นช่วงเลือกตั้งเท่านั้น เพราะเป็นเสนอนโยบายฉาบฉวย โกหกมึนชา มุ่งแค่ชนะเลือกตั้ง ซึ่งหลังเลือกตั้งจะกระทบต่อรัฐบาลใหม่ได้บริหารงานให้ยาวได้ยากยิ่ง เพราะการกู้เงินมาแจกแล้วประชาชนแบกหนี้จนโงหัวไม่ขึ้นและไม่มีอนาคตย่อมทำให้ประเทศวิบัติล่มจม
“การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนต้องคิดให้มากที่สุดกับการตัดสินใจอนาคตด้วยอารมณ์เด็ดขาดพร้อมจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองใหม่ แต่ผมยังมองไม่เห็นว่าจะมีคนไทยจำนวนมากกล้าพอลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงประเทศ”
กรณีบริษัทรับเหมาก่อสร้าง อิตาเลียนไทยนั้น ควรทบทวนสิ่งที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและความปลอดภัยสาธารณะต่อประชาชน ตนเห็นว่า ควรวางมือและไปประกอบอาชีพอื่นจะเหมาะสมกว่า และรัฐบาลอย่าได้กลัวเรื่องเสียค่าโง่ถ้าจะบอกเลิกสัญญารับเหมาโครงการของรัฐ
“ปัญหาอยู่ที่ว่า จะสงสารบริษัทหรือประชาชนกันดี ถ้ารัฐบาลไม่จัดการเด็ดขาด เอาแต่คาดโทษซึ่งได้ยินมาแล้วไม่รู้เท่าไร ก็ยังปล่อยให้ทำงานสร้างความเสียหายต่อประชาชนมาต่อเนื่อง ดังนั้น ถ้าปล่อยให้ทำงานต่อก็หวาดหวั่นกระทบต่อชีวิตประชาชนอีก”
ประเทศไทยต้องมาก่อน
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS