อาจารย์อุ๋ย จี้! รัฐบาลระงับฟรีวีซ่ายามศึกสงคราม ปลอดภัยกว่าตรวจเข้ม คุ้มค่าเพื่อความมั่นคง
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และอดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสข้อความบนเฟสบุ๊คว่า “ตอนนี้ไทยกำลังเผชิญศึกสงครามกับกัมพูชา และมีความเป็นไปได้อย่างสูงที่จะมีการแทรกแซงจากต่างชาติ ผมจึงขอเสนอให้รัฐบาลประกาศระงับมาตรการฟรีวีซ่าเป็นการชั่วคราว ซึ่งรัฐบาลสามารถกระทำได้ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
เนื่องจากอำนาจในการจำกัดการเข้าเมืองเป็นอำนาจอธิปไตยของรัฐ และเป็นสิทธิในการป้องกันตนเอง เมื่อเกิดภัยคุกคามต่อความมั่นคง และชอบด้วยกฎหมายสากลหากเป็นมาตรการที่จำเป็น ได้สัดส่วน และมีกรอบเวลา
โดยมาตรการระงับฟรีวีซ่าเป็นการชั่วคราวนี้ จะส่งผลดีเชิงนโยบายอย่างน้อย 4 ประการ กล่าวคือ
1. ลดความเสี่ยงจากการแฝงตัวของเครือข่ายข่าวกรอง อาวุธ และอาชญากรรมข้ามชาติ
2. ลดการพึ่งพาดุลพินิจรายบุคคลของ ตม. ทำให้การคัดกรองเป็นมาตรฐานเดียวกัน และตรวจสอบได้
3. ประหยัดทรัพยากรในยามวิกฤต ลดจำนวนผู้ที่ต้องทำหน้าที่คัดกรอง โดยการจำกัดตั้งแต่ต้นทาง
4. ส่งสัญญาณทางการทูตที่ชัดว่าไทยใช้มาตรการเชิงระบบ มิใช่เลือกปฏิบัติเป็นรายบุคคล
ส่วนคำถามที่สำคัญ คือ เราควรระงับฟรีวีซ่ากับประเทศใดบ้าง ? แน่นอน ไม่ควรเหมารวมทุกประเทศ แต่ควรใช้แนวทาง “การระงับแบบจำเพาะ” (targeted suspension) ซึ่งได้แก่
1. ประเทศคู่ขัดแย้งโดยตรง คือ กัมพูชา โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ตึงเครียด
2. ประเทศหรือพื้นที่ที่เป็นทางผ่าน ใกล้พื้นที่ขัดแย้ง และมีความเสี่ยงสูงด้านเครือข่ายอาชญากรรม/ข่าวกรอง
3. ประเทศที่ระบบคัดกรองเอกสารอ่อนแอ เมื่อเทียบกับความเสี่ยงในภาวะวิกฤต
อย่างไรก็ตาม ควรคงไว้ซึ่งช่องทางวีซ่ามนุษยธรรม การแพทย์ การทูต และธุรกิจจำเป็น พร้อมกำหนดกรอบเวลา เช่น 30-90 วัน และกลไกทบทวน ซึ่งพร้อมปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์
บางคนอาจจะถามว่า คุ้มค่ากับรายได้จากการท่องเที่ยวที่จะเสียไปหรือไม่ ผมฟันธงว่า “คุ้มค่า” หากทำแบบจำเพาะ เพราะรายได้ท่องเที่ยวเป็นรายได้ที่ไม่คงที่อยู่แล้ว และเปราะบางต่อปัจจัยภายนอก แต่ทว่า ความมั่นคงคือเงื่อนไขตั้งต้นของเศรษฐกิจทั้งหมด ความเสียหายจากเหตุความมั่นคงเพียงครั้งเดียว เช่น การก่อวินาศกรรมกลางเมือง อาจสูงกว่ารายได้ท่องเที่ยวทั้งฤดูกาล
สรุปแล้วผมมองว่าฟรีวีซ่าเป็นเครื่องมือทางนโยบายที่ปรับได้ตามสถานการณ์ และในยามศึกสงครามนั้น การระงับฟรีวีซ่าชั่วคราวแบบจำเพาะ คือทางเลือกที่ชอบด้วยกฎหมาย ปลอดภัย และกระทบเศรษฐกิจน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากภัยความมั่นคง ด้วยความปรารถนาดี”
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS