ปวิน ชี้ แถลงการณ์กษัตริย์ชาลส์ไม่ช่วยเหลือน้องชาย เป็นการปรับตัวของสถาบันฯ เพื่ออยู่รอดในยุคสมัยใหม่
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกียวโต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน วินเซอร์ เติบโตมาพร้อมกับสิทธิพิเศษในฐานะลูกชายคนที่สองของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ในวัยเด็ก แอนดรูว์ถูกส่งไปเรียนที่โรงเรียนกอร์ดอนสโตนเพื่อฝึกความระเบียบวินัยตามรอยพ่อและพี่ชาย แต่แอนดรูว์มีบุคลิกที่ต่างออกไป คือเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงและร่าเริง จนเป็นที่รู้กันดีว่าเขาคือ “ลูกรัก” ของแม่ ความนิยมในตัวแอนดรูว์พุ่งสูงถึงขีดสุดในช่วงปี 1982 เมื่อออกไปรบในสงครามฟอล์กแลนด์ในฐานะนักบินเฮลิคอปเตอร์ ภาพลักษณ์ฮีโร่สงครามในตอนนั้นทำให้แอนดรูว์เป็นที่รักของชาวอังกฤษอย่างมากค่ะ
แต่ชีวิตที่ดูจะรุ่งโรจน์กลับเริ่มพังลงเพราะไลฟ์สไตล์ที่ใช้เงินมือเติบและการเลือกคบเพื่อนที่ไม่เหมาะสม โดยมีซาราห์ เฟอร์กูสัน หรือ “เฟอร์กี้” อดีตเมีย เป็นตัวละครสำคัญที่ทำให้ชื่อเสียงของแอนดรูว์เริ่มเสีย แม้จะหย่ากันไปในปี 1996 แต่ทั้งคู่ก็ยังสนิทกันมาก พฤติกรรมอื้อฉาวของซาราห์หลายครั้ง ตั้งแต่ภาพถ่ายหลุดไปจนถึงการพยายามขายสิทธิในการพาคนไปพบแอนดรูว์เพื่อแลกกับเงิน กลายเป็นจุดอ่อนที่ทำลายภาพลักษณ์แอนดรูว์มาตลอด นักวิเคราะห์มองว่า นิสัยใช้เงินเกินตัวของซาราห์ส่วนหนึ่งที่กดดันให้แอนดรูว์ต้องพยายามหาทางทำเงินผ่านพวกมหาเศรษฐี และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้ไปรู้จักกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน
ความสัมพันธ์กับเอปสตีนกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำลายชีวิตของแอนดรูว์อย่างถาวร เมื่อแอนดรูว์ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเวอร์จิเนีย จุฟเฟร ในขณะที่เธอมีอายุเพียง 17 ปี สถานการณ์แย่ลงไปอีกหลังจากการให้สัมภาษณ์กับรายการ Newsnight ของ BBC ในปี 2019 ที่แอนดรูว์พยายามปฏิเสธข้อกล่าวหาแต่กลับดูเหมือนไม่เห็นใจเหยื่อเลย ส่งผลให้โดนกระแสสังคมด่าอย่างหนักค่ะ (แนะนำให้ไปดูใน YouTube ค่ะ) จนสุดท้ายต้องเสียตำแหน่งทางทหารและถูกห้ามใช้ยศศักดิ์ในฐานะเชื้อพระวงศ์ในปี 2022 แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้นนะคะ เพราะงานในอดีตตอนที่แอนดรูว์เป็น “ตัวแทนด้านการค้าของอังกฤษ” ได้กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่กลับมามัดตัวเองในภายหลัง
เมื่อคืน ข่าวการจับกุมแอนดรูว์ที่บ้านพักแซนดริงแฮมทำให้คนทั่วโลกตกใจมาก (แต่ดิชั้นไม่แปลกใจนะคะ) หลักฐานใหม่จากการสืบสวนพบว่า ในช่วงที่แอนดรูว์เดินทางไปเจรจาธุรกิจทั่วโลกในนามรัฐบาล แอนดรูว์ได้ใช้อำนาจและสิทธิพิเศษทางการทูตแอบส่งข้อมูลลับและช่วยฟอกเงินให้เครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายของเอปสตีนเพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ ข้อหา “ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” กลายเป็นเรื่องที่อภิสิทธิ์ใดๆ ก็ช่วยไม่ได้อีกต่อไป การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ เพราะนี่คือครั้งแรกในรอบกว่า 400 ปีที่มีคนระดับเจ้าชายถูกจับกุมและดำเนินคดีเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ภาพที่แอนดรูว์ใส่ชุดลำลองถูกคุมตัวขึ้นรถตำรวจกลายเป็นสัญลักษณ์ของการปิดฉากยุคที่ชนชั้นสูง (รวมถึงสมาชิกของราชวงศ์) จะทำอะไรก็ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย
สำหรับปฏิกิริยาของกษ้ตริย์ชาร์ลส์นั้น ก็เลือกที่จะออกแถลงการณ์สั้นๆ และย้ำว่าต้องปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่ไปตามปกติ โดยไม่มีการยื่นมือเข้าช่วยเหลือน้องชายแต่อย่างใด ท่าทีที่เด็ดขาดนี้เป็นการส่งสัญญาณว่า “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย” แม้จะเป็นคนในครอบครัวก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่านี่คือวิธีที่สถาบันกษัตริย์จะ “อยู่รอด” ได้ในโลกสมัยใหม่ คือการยอมสละสมาชิกที่ทำความผิดเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนเอาไว้ การจับตัวแอนดรูว์จึงเป็นบทเรียนว่า ความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองคือสิ่งเดียวที่จะรักษาความชอบธรรมของสถาบันไว้ได้ในระยะยาว
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS