ชาวบ้านในศูนย์อพยพ ระบายความรู้สึก อยากให้ทุกคนลองมา ชีวิตจริงมันเศร้ากว่าในโซเชียล
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Yani Bi Ton โพสต์ข้อความระบุว่า
โพสต์นี้ดึงดราม่านะคะ อยากสะท้อนให้เห็นว่าถ้าลองออกจากบ้านมาอยู่ข้างนอก 11 วัน ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับคนอื่น ต้องนอนอดทนกับแสงไฟที่ลอดผ่านเข้ามาในที่นอน เพราะต้องนอนในศาลาโล่งๆที่อากาศเย็นแน่นอนตอนกลางคืน
ต้องอดทนกับเสียงรถที่ขับผ่านตลอดค่ำคืน เด็กๆไม่ได้เรียนหนังสือ ผู้ใหญ่ไม่ได้ทำงาน คุณตาคุณยายมีแค่บริบทนั่งคุยกัน ซึ่งถ้าอยู่บ้านเด็กๆก็จะได้เรียนหนังสือ ได้วิ่งเล่น ผู้ใหญ่ก็ได้ทำงาน งานที่คนชายแดนทำส่วนใหญ่ก็จะเป็นตัดอ้อย ตัดมันสำปะหลัง คุณตาคุณยายก็ได้ปลูกต้นไม้เลี้ยงวัวเลี้ยงควายดูแลบ้าน
เราได้นั่งคุยกับ หลายๆคน ทุกคนยินดีอพยพ ยินดีที่จะทิ้งบ้านเลย เพื่อเปิดโอกาสให้พี่ๆทหารทำงานได้เต็มที่ แต่ทุกคนคิดถึงบ้านค่ะ หลายๆคนอยากกลับบ้าน ได้นั่งคุยกับคุณยายน่าจะอายุ 80 + หูตึงแล้ว ยายบอกว่าถ้าอยู่บ้านก็ได้ทำนู่นนี่นั่นอยู่นี่ก็เหงา แต่เต็มใจอยู่ค่ะ หลายๆคนหมดเงินแล้ว
หมดแล้วคือหมดไม่มีจริงๆ
หลายๆคนโชคดีหน่อยที่เป็นคุณยายคุณตาเลี้ยงหลานอยู่บ้าน ลูกหลานไปทำงานต่างจังหวัดก็ยังได้เงิน จากลูกหลานที่ส่งมา แต่บางครอบครัวคือทั้งครอบครัวทำงานอยู่ที่บ้านตอนนี้คือทุกคนหมดจริงๆ เป็นการอพยพรอบที่ 2 รอบที่ 2 ที่ทุกคนเตรียมตัว แต่มันเศร้านะคะ การที่พวกเขาเล่าออกมามันเศร้ามากกว่าการถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือ
เรานี่ร้องไห้ตลอดเวลาที่ได้ยิน ยิ่งคุณยายถามว่าทหารเสียกี่คนไอ้เราก็ลืมโกหก พูดความจริงไปบอกจำนวนไปยายยิ่งเสียใจแล้วก็ร้องไห้ พากันร้องระงมเลยทีนี้ ทุกคนลองหาเวลาไปศูนย์อพยพค่ะ ไปเปิดโลกสักครั้งค่ะมันไม่เหมือนสิ่งที่เราเห็นในโซเชียลอ่ะมันเศร้ากว่านั้น มาก
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS