Connect with us

News

คุ้มค่า! อบรมรุ่นที่ 1 หลักสูตร นวัตกรรม IoT เพื่อเกษตรอินทรีย์คาร์บอนต่ำ

Published

on

บอม โอฬาร เผย อบรมหลักสูตรฟรี นวัตกรรม IoT เพื่อเกษตรอินทรีย์คาร์บอนต่ำ นำเทคโนโลยีไปต่อยอดธุรกิจ

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า บอม โอฬาร วีระนนท์ นักธุรกิจคนรุ่นใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“จบลงอย่างสวยงาม กับการอบรมรุ่นที่ 1”
หลักสูตร
นวัตกรรม IoT เพื่อเกษตรอินทรีย์คาร์บอนต่ำ
Innovative IoT for Low-Carbon Organic Farming Systems

ภายใต้การสนับสนุนของโครงการ BOI STEM++

ตลอดระยะเวลา 5 วันเต็ม ในรูปแบบ Bootcamp กว่า 50 ชั่วโมง
ผมต้องบอกตามตรงว่า บรรยากาศของการเรียนรู้ครั้งนี้ “อบอุ่นหัวใจ” มากจริงๆ ครับ

นี่คือหลักสูตร “เรียนฟรี” ที่เนื้อหาไม่ได้เบาเลย
แต่เข้มข้นทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และการลงมือทำจริง

ผู้เข้าร่วมกว่า 30 ชีวิต มาจากหลากหลายพื้นที่ หลากหลายช่วงวัย หลากหลายอาชีพ และมีพื้นฐานการศึกษาตั้งแต่ระดับ ปวส. ไปจนถึงปริญญาเอก

แม้ทุกคนจะแตกต่างกัน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันอย่างชัดเจน คือ

“หัวใจสีเขียว”

หัวใจที่รักภาคการเกษตร
หัวใจที่กระหายการเรียนรู้
และหัวใจที่เชื่อว่าเทคโนโลยี นวัตกรรม และเกษตรอินทรีย์ สามารถเดินไปด้วยกันได้อย่างแท้จริง

ตลอด 5 วัน เราได้เรียนรู้เนื้อหาแน่นๆ จากวิทยากรหลักทั้ง 3 ท่าน ได้แก่

พี่เอก เอกพงศ์ มุสิกะเจริญ
ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 3
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

พี่กบ วรากร คำแก้ว
นักวิจัย กลุ่มงานวิจัย พัฒนาและวิศวกรรม
ทีมนักวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สวทช.

และ พี่ตุ้น นริชพันธ์ เป็นผลดี
หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล
เนคเทค สวทช.

เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่

•ระบบสารสนเทศเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ หรือ OAN – Organic Agricultural Network
•แนวคิด Low-Carbon Farm และการพัฒนาระบบฟาร์มคาร์บอนต่ำ
•เทคโนโลยี IoT สำหรับระบบเกษตรอัจฉริยะ
•การออกแบบและติดตั้งระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า และระบบควบคุมภายในแปลงเกษตร
•พื้นฐาน Coding และ Programming
•การใช้งานบอร์ด HandySense และการเชื่อมต่อเซนเซอร์ทางการเกษตร
•การตรวจวัดความชื้นดิน อุณหภูมิ ความชื้นอากาศ แสง ปริมาณน้ำ และระดับน้ำ
•การควบคุมอัตโนมัติผ่านปั๊มน้ำ วาล์วโซลินอยด์ และ Relay
•การใช้งานโปรแกรม B-Farm
•การออกแบบ IoT Dashboard ให้เหมาะกับฟาร์มและความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละคน

เรายังเติมความรู้ด้านการใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ เพื่อช่วยออกแบบโครงการ วางแผนแปลงเกษตร เขียนข้อเสนอโครงการ ประเมินความคุ้มค่าและผลตอบแทนจากการลงทุน หรือ Return on Investment: ROI

เพื่อให้ผู้เรียนไม่ได้เพียงแค่ “ใช้เทคโนโลยีเป็น”
แต่สามารถนำเทคโนโลยีไปคิด วางแผน วิเคราะห์ และต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับฟาร์ม ธุรกิจ และชุมชนของตนเองได้จริง

นอกจากนี้ เรายังได้รับเกียรติจาก Guest Speakers อีกหลายท่าน ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ทั้งด้านเทคโนโลยี การทำฟาร์มอัจฉริยะ และการประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริง

ขอบคุณ
อ.บุญเกื้อ ภิญโญ
อ.ปิยะ ชาติไทยเจริญ
อ.พุฒิพงศ์ สุขรัตน์
อ.ชุติณัฐ จิรศรีธนอนันต์
อ.สมหมาย โชครุ่ง
อ.วิทยา ปล้องไหม
อ.ธนิกา ดวงธนู
และ อ.ปวีณา สังข์ศรีอินทร์

สิ่งสำคัญที่ผมได้เห็นตลอดการอบรมครั้งนี้
ไม่ใช่เพียงความรู้ที่อยู่บนสไลด์หรืออุปกรณ์ IoT ที่ทุกคนช่วยกันติดตั้ง

แต่คือ “ความตั้งใจ” และ “มิตรภาพ” ที่เกิดขึ้นระหว่างการเรียนรู้

พี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันแก้ปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และส่งต่อโอกาสให้แก่กันอย่างจริงใจ

ผมเชื่อเสมอว่า

ความรู้จะมีคุณค่าอย่างแท้จริง
เมื่อถูกนำไปสู่การลงมือทำ

และเครือข่ายจะเดินทางไปได้ไกล
เมื่อเราใช้ “หัวใจ” นำหน้า “ผลประโยชน์”

หากพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนยังคงรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปทดลอง ปรับใช้ และต่อยอดในพื้นที่ของตนเอง

วันหนึ่ง สิ่งเล็กๆ ที่เริ่มต้นจากห้องเรียนแห่งนี้
อาจเติบโตเป็นฟาร์มต้นแบบ ธุรกิจใหม่ นวัตกรรมใหม่ หรือความร่วมมือที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับภาคการเกษตรไทยอย่างที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ครับ

ขอบคุณคณาจารย์และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน
โดยเฉพาะพี่เอก พี่กบ พี่ตุ้น อ.ปิยะ อ.กิ๊ฟ และอาจารย์ทุกท่าน ที่ร่วมกันถ่ายทอดความรู้ด้วยความตั้งใจ

ขอบคุณทีมงานหลังบ้านชาว “ยักษ์เขียว” หรือ YAK GREEN ทุกคน

Mo, พี่หวาน, Jang, Ice, ตี้ และ Bank

ทุกคนทำงานกันอย่างจริงจัง ตั้งใจ และใส่ใจในรายละเอียด
เพราะเราไม่ได้อยากให้ผู้เข้าร่วมกลับไปพร้อมกับความรู้เท่านั้น

แต่เราอยากให้ทุกคนกลับไปพร้อมกับแรงบันดาลใจ มิตรภาพ และเครือข่ายที่จะช่วยกันเดินต่อไปในอนาคต

หลักสูตรคุณภาพเช่นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดองค์ประกอบสำคัญจากหลายฝ่าย

และที่สำคัญที่สุด คือ หลักสูตรที่มีต้นทุนการจัดการสูงและเข้มข้นเช่นนี้ คงไม่สามารถเปิดโอกาสให้ทุกคน “เรียนฟรี” ได้ หากไม่มีผู้สนับสนุนหลัก

ขอบคุณโครงการ BOI STEM++
ที่ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สอวช.

ภายใต้มาตรการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่

สำหรับพวกเราชาว YAK GREEN
เรามุ่งเน้นอย่างชัดเจนในกลุ่ม

“อุตสาหกรรมการเกษตร นวัตกรรม และเทคโนโลยีชีวภาพ”

เพราะเราเชื่อว่าอนาคตของเกษตรไทย ไม่ได้อยู่ที่การผลิตให้ได้มากขึ้นเพียงอย่างเดียว

แต่อยู่ที่การผลิตอย่างฉลาดขึ้น
แม่นยำขึ้น
ปลอดภัยขึ้น
ลดต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น
พร้อมสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่เกษตรกร

สุดท้ายนี้ ผมอยากกล่าวชื่นชมและขอบคุณดังๆ จากหัวใจอีกครั้ง

ขอบคุณภาครัฐ BOI สอวช. คณาจารย์ นักวิจัย เจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ทำให้ผมได้สัมผัสว่า

โครงการภาครัฐที่ดี มีคุณภาพ และสร้างผลลัพธ์ให้กับประชาชนได้จริงนั้น มีอยู่จริง

รวมถึงยังมีข้าราชการและบุคลากรภาครัฐอีกมาก ที่มีความรู้ ความสามารถ ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติ ทำงานอย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์ และให้ความสำคัญกับประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน

บุคลากรน้ำดีเช่นนี้ควรได้รับการสนับสนุน
ควรได้รับโอกาสให้เติบโต
และควรเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศต่อไป

ขอให้โครงการ BOI STEM++ เป็นต้นแบบของการพัฒนาคนไทย

ไม่ใช่เพียงการจัดอบรมแล้วจบไป
แต่เป็นการสร้าง “คน”
สร้าง “เครือข่าย”
และสร้าง “โอกาสใหม่” ให้แก่ประเทศไทย

เพื่อให้ประเทศของเราขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี และความโปร่งใสอย่างแท้จริงครับ

รุ่นที่ 1 จบลงแล้ว
แต่การเดินทางของพวกเราเพิ่งเริ่มต้น

หลักสูตรนี้ยังเหลืออีก 4 รุ่น
ส่วนอีก 5 หลักสูตรภายใต้ Node ยักษ์เขียว ผมจะทยอยมาอัปเดตและเล่าให้ทุกคนฟังเป็นระยะนะครับ

เรียนรู้ร่วมกัน ลงมือทำร่วมกัน
และเติบโตไปด้วยกันครับ

บอม โอฬาร วีระนนท์
และทีมงานยักษ์เขียว
YAK GREEN

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: