แก๊งคอลฯ สั่งน้องนศ. สร้างสถานการณ์เสมือนถูกทำร้ายและกักขัง ใช้น้ำหวานสีแดงผสมกาแฟทาบริเวณร่างกาย หวังขู่เอาเงินพ่อแม่
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ต.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งจากผู้ปกครองของนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านปทุมวัน ว่านักศึกษารายดังกล่าวหายไปจากที่พัก และพยายามทำร้ายตัวเองขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามช่วยเหลือ
จนกระทั่ง เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบตัว นักศึกษาผู้เสียหายรายดังกล่าว มาเปิดห้องพักอยู่ที่หอพักภายในซอยศาสนา ย่านพญาไท จึงได้เข้าทำการช่วยเหลือ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการช่วยเหลือ พบว่าผู้เสียหายยังคงอยู่ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับกลุ่มมิจฉาชีพ กระทั่งคนร้ายทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าถึงตัวผู้เสียหายแล้ว จึงรีบตัดสายยุติการติดต่อทันที
จากการสอบถามนักศึกษาผู้เสียหาย ทราบว่า เมื่อวันที่ 16 ต.ค.69 ได้มีกลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์ติดต่อเข้ามา โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายหนึ่ง แจ้งว่ามีบุคคลนำข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เสียหายไปใช้เปิดหมายเลขโทรศัพท์ และนำไปกระทำความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวง และฟอกเงิน โดยคนร้ายสามารถแจ้งเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้เสียหายได้อย่างถูกต้อง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ
ต่อมากลุ่มคนร้ายได้โอนสายให้บุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต่างจังหวัด อ้างว่าเป็นผู้รับผิดชอบคดี และให้ผู้เสียหายติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ในห้องสนทนาชื่อ “ห้องสอบสวน” ก่อนใช้อุบายข่มขู่และกดดันให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและแสดงความบริสุทธิ์ใจ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินให้กลุ่มคนร้ายรวม 36,000 บาท จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้สั่งให้ผู้เสียหายเดินทางออกจากที่พักประจำไปเช่าห้องพัก พร้อมสั่งให้ปิดหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้งานตามปกติและเปิดใช้หมายเลขใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดสามารถติดต่อได้ นอกจากนี้ คนร้ายยังหลอกขอรหัสยืนยันการเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน LINE จนสามารถเข้าควบคุมบัญชีของผู้เสียหาย และนำไปใช้ติดต่อหลอกลวงครอบครัวอีกทางหนึ่ง
ภายหลังกลุ่มคนร้ายทราบว่าผู้เสียหายไม่มีเงินเหลือ จึงเปลี่ยนแผนโดยสั่งให้ผู้เสียหายติดต่อผู้ปกครอง โดยอ้างว่าได้รับทุนการศึกษาเพื่อเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ และจำเป็นต้องใช้เงินประมาณ 200,000–300,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทุนการศึกษาดังกล่าว จากนั้นคนร้ายยังสั่งให้ผู้เสียหายสร้างสถานการณ์เสมือนถูกทำร้ายและกักขัง
โดยใช้น้ำหวานสีแดงผสมกาแฟทาบริเวณร่างกายและผนังห้องให้มีลักษณะคล้ายคราบเลือด เพื่อสร้างความหวาดกลัวและกดดันให้ครอบครัวหลงเชื่อโอนเงินเพิ่มเติม ผู้ปกครองของผู้เสียหายเกิดความสงสัยเกี่ยวกับการได้รับทุนการศึกษา จึงประสานอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนทราบว่าไม่มีการได้รับทุนการศึกษาตามที่กล่าวอ้าง จึงเชื่อว่าบุตรของตนกำลังตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพ และเร่งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการช่วยเหลือในที่สุด
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS