ทูตนอกแถว ฟาดยับ! อนุทินสื่อสารพลาด ไทยเสียหาย สหรัฐฯ หันไปหาเขมรมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือทูตนอกแถว โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ใครที่ควรขอโทษก่อน?
หนึ่งในประเด็นที่นายอนุทินฯ บอกว่าได้ชี้แจงกับผู้นำสหรัฐฯนั้น มีข้อหนึ่งระบุว่าการที่ฝ่ายไทยจะยินยอมเจรจาต่อนั้น ฝ่ายกัมพูชาจะต้องมีหนังสือมาขอโทษประเทศไทยอย่างเป็นทางการและยอมรับว่าเป็นความผิดของฝ่ายตนเองเสียก่อน การเจรจาขั้นต่อไปจึงจะมีขึ้นได้
ฅแต่สิ่งนี้ในทางการต่างประเทศนั้น คนที่ศึกษาติดตามมาก็คงรู้ดีว่ามันแทบไม่มีหรอกในโลก ที่ประเทศเอกราชไหนใครเขาจะยอมมาขอโทษอีกประเทศหนึ่ง เพราะนี่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีขั้นสูงสุดของทุกประเทศ และยิ่งไปบอกให้กัมพูชายอมรับผิดที่ลอบวางระเบิดด้วย ลองใช้สามัญสำนึกสักนิดก่อนไหมว่า เพราะอะไรและทำไมเขาถึงจะมายอมรับ?
ซึ่งเมื่อเราประกาศเงื่อนไขนี้ ย่อมเท่ากับว่าสิ่งที่เรากำลังสื่อสารกับชาวโลกคือ ไทยไม่ได้ต้องการเจรจา หรือไม่จริงใจให้มีการเจรจา เพราะเรากำลังเสนอเงื่อนไขที่มันเป็นจริงไม่ได้ หรืออีกนัยหนึ่งถ้ายึดเอาตามนี้ก็คือการปิดประตูตายในการเจรจานั่นเอง
และนี่น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้นำมาเลเซียออกมาชมผู้นำกัมพูชาว่ามีวุฒิภาวะ
(ที่ภาษาการทูตคือเขาด่ากระทบเราว่าไม่มีนั่นเอง ซึ่งผมก็ไม่รู้และไม่เข้าใจว่าท่าน รมว. กต. ได้แนะนำ นรม. แค่ไหนอย่างไร การต่างประเทศไทยจึงออกมาเป็นแบบนี้??)
ในขณะเดียวกัน แน่นอนว่าสำหรับภายในประเทศ สิ่งนี้ย่อมสร้างคะแนนให้คนพูดในยามกระแสชาตินิยมในชาติพุ่งสูง แต่ถ้าเช่นนั้นแล้ว ผู้นำรัฐบาลก็ควรออกมาประกาศให้ชัดไปเลยว่าจะไม่มีการเจรจาอีกต่อไปแล้ว เพราะเงื่อนไขนี้มันบรรลุไม่ได้จริง
ประชาชนคนไทยจะได้รู้แน่ และเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งต่างๆที่จะตามมา
ปัญหาใหญ่ของรัฐบาลนี้คือการสื่อสารที่ผิดพลาดจนอันตราย ซึ่งจริงๆส่วนใหญ่ก็มาจากตัวนายอนุทินฯเอง ที่มักสื่อสารผิดพลาดและสร้างความเสียหายทุกครั้ง เช่นการไปพูดออกสื่อยอมรับเองว่าไทยก็มีรุกล้ำดินแดนเขมร ซึ่งคนที่เป็นผู้นำประเทศต้องมีวุฒิภาวะพอที่จะรู้ว่าเป็นสิ่งที่พูดแล้วประเทศชาติเสียหายได้ แล้วก็ออกมาแค่ขอโทษด้วยวาจา จบๆไป
มาบัดนี้ ก็เกิดความสับสน ไม่แน่นอนในท่าทีของรัฐบาลอีกทั้งต่อโลกและภายในประเทศเอง ซึ่งเริ่มจากคำพูดของนายอนุทินฯเช่นกัน ที่ออกมาบอกว่า “สันติภาพมันจบลงแล้ว” ตามด้วยการไปท้าทายสหรัฐฯ ว่าเมินไม่แคร์แล้วภาษีทรัมป์
แล้วพอมีข่าวว่าฝ่ายสหรัฐฯ ระงับการเจรจาเรื่องภาษี ซึ่งย่อมสร้างผลเสียหายต่อประเทศชาติ ก็ลนลานออกมาแก้ตัวว่าการเจรจาเรื่องดังกล่าวยังคงมีต่อไป และไม่เกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพ (ซึ่งเรื่องนี้ขณะนี้ก็ยังมีความสับสนคลุมเครืออยู่ว่าอย่างไรแน่ โดยสื่อต่างประเทศลงข่าวว่าสหรัฐฯใช้มาตรการภาษีบีบให้ไทยเจรจาสันติภาพต่อ)
แต่ประเด็นคือไม่เห็นมีใครออกมาชี้แจงให้ชัดเจนได้ว่า ที่อยู่ดีๆไปพูดจาท้าทายสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ไทยเสียหาย อย่างต่ำๆคือทำให้สหรัฐๆไม่พอใจโดยไม่จำเป็น และหันไปหาฝ่ายกัมพูชามากขึ้น ซึ่งก็คือการพูดให้เข้าทางกัมพูชาตลอด นั้น
ตกลงพูดทำไม?
เรื่องของเรื่อง ความจริงคือทุกคนก็รู้ ตัวเองก็รู้ ว่าพูดผิดพลาดเกินเบอร์ไป เพราะมุ่งเอาใจกระแสชาตินิยม จนลืมว่ามันนำมาซึ่งผลเสียต่อประเทศชาติ แล้วตอนนี้ก็มาพยายามกลบเกลื่อนบิดไปประเด็นอื่นๆ
แต่คำถามคือ สรุปแล้วเราจะเดินหน้าต่ออย่างไรแน่ครับ?
ตกลงจะเจรจาสันติภาพต่อไหม?
ตกลงยังจะแคร์ภาษีทรัมป์ไหม?
ประชาชนให้รู้แต่เนิ่นๆด้วยว่าจะมีผลอะไรต่อประเทศชาติตามมาบ้าง ทั้งดีและเสีย คนเขาจะได้รู้กัน เอาเลยครับ
ทุกคนก็รักชาติทั้งนั้นแหละครับ แต่ผู้นำที่ดีจะต้องรู้ว่าอะไรคือผลประโยชน์ของชาติที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ทำตามกระแสไปวันๆ
และที่สำคัญถ้าปากบอกรักชาติแล้ว แต่ปากตัวเองกลับสร้างความเสียหายให้ประเทศซ้ำแล้วซ้ำอีก นี่คือรักชาติแบบไหน? และจะออกมาขอโทษคนไทยสักนิดกี่โมงดีครับ?
หรือจะปล่อยเลยตามเลย ประเทศเสียหายอีกแล้วก็ช่างมัน?
แต่มุกมาทำยืนร้องไห้ปาดน้ำตาขอเถอะนะครับ ผมว่ามันเฝือและไร้ประโยชน์
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS