Connect with us

News

รับสั่งจากพระองค์ภา ขอเรียนที่ธรรมศาสตร์แบบคนธรรมดา ไม่ให้ทหารตามประกบ

Published

on

ดร.นริศ เผยความประทับใจ พระองค์ภาเข้าเรียนธรรมศาสตร์ อย่างคนธรรมดา ไม่เคยสร้างความลำบากใจแก่ผู้บริหาร

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า รองศาสตราจารย์ ดร.นริศ ชัยสูตร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

เรื่องพระองค์ภากับธรรมศาสตร์
นริศ ชัยสูตร

วันนี้เมื่อเห็นภาพและข้อความรำลึกถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทำให้ผมหวนระลึกถึงความทรงจำอันงดงามเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ประทับใจที่สุดในชีวิตการทำงานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2539 ขณะที่ผมดำรงตำแหน่งคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมมีความตั้งใจอยากกราบทูลเชิญพระองค์ภาฯ ซึ่งขณะนั้นทรงศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้ทรงเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะโครงการ B.E. (Bachelor of Economics) ซึ่งใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน

แต่ปัญหาคือ ผมไม่รู้ว่าจะกราบทูลเชิญพระองค์ท่านอย่างไร

บังเอิญผมรู้จักผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งใกล้ชิดกับพระองค์ภาฯ ท่านเล่าให้ฟังว่าพระองค์ทรงโปรดการขี่ม้า และมักทอดพระเนตรการแข่งขันขี่ม้าอยู่เสมอ เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ผมก็เกิดความคิดขึ้นมาทันทีว่า “ถ้าเช่นนั้นเราก็จัดการแข่งขันขี่ม้าเสียเลย”

ผมนำเรื่องนี้ไปเรียนท่านอาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร อธิการบดีในขณะนั้น ขอใช้สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดการแข่งขันโชว์ขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวาง และขอให้ท่านอธิการบดีเตรียมพร้อมไว้ หากพระองค์ท่านเสด็จมาจริง

ในที่สุด ข่าวดีก็มาถึง ผู้ใหญ่ท่านนั้นแจ้งว่าพระองค์ภาฯ ทรงยืนยันว่าจะเสด็จมาธรรมศาสตร์แบบไม่เป็นทางการ ผมไม่ได้ทำหนังสือเชิญใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ทรงรับสั่งว่าจะเสด็จมาแน่นอน

ก่อนวันงาน มหาวิทยาลัยประกาศปิดสนามฟุตบอลในวันอาทิตย์เพื่อให้คณะเศรษฐศาสตร์จัดการแข่งขันขี่ม้า เรื่องนี้สร้างความฉงนให้กับอาจารย์จำนวนมาก หลายคนสงสัยว่า “คณบดีเศรษฐศาสตร์ไม่มีอะไรดีกว่านี้จะทำแล้วหรือ?” ยิ่งแปลกไปกว่านั้นคือ ธรรมศาสตร์ในเวลานั้นไม่มีชมรมขี่ม้า ไม่มีนักกีฬาขี่ม้าแม้แต่คนเดียว

เมื่อมีคนถาม ผมไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น ได้แต่ยิ้ม

และแล้วบ่ายวันอาทิตย์นั้นก็มาถึง

พระองค์ท่านเสด็จมาง่าย ๆ ไม่มีขบวนใหญ่ ไม่มีพิธีรีตอง มีผู้ติดตามเพียงไม่กี่คน ทรงประทับนั่งในเต็นท์ธรรมดาข้างสนามฟุตบอลเหมือนผู้ชมทั่วไป มิได้มีการจัดเตรียมพิเศษแต่อย่างใด

ภาพที่ผมจำได้แม่นยำคือ พระองค์ท่านทรงเป็นวัยรุ่นเต็มตัว ทรงถือ “เพจเจอร์” หรือวิทยุติดตามตัว ซึ่งกำลังเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมในยุคนั้น ทรงทอดพระเนตรการแข่งขันไป และทรงติดต่อเพื่อนฝูงไปด้วย เป็นภาพที่เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ และน่าประทับใจอย่างยิ่ง

เมื่อถึงช่วงพักการแข่งขัน ผมจึงกราบทูลเชิญเสด็จขึ้นไปยังห้องรับรองบนตึกโดม ชั้น 2 ซึ่งท่านอาจารย์นรนิติ และอาจารย์สมยศ เชื้อไทย คณบดีคณะนิติศาสตร์ กำลังรอเฝ้าอยู่

ผมเริ่มต้นด้วยการกราบทูลเชิญพระองค์ท่านเข้าศึกษาในโครงการ B.E. ของคณะเศรษฐศาสตร์ แต่พระองค์ท่านรับสั่งกับผมอย่างตรงไปตรงมาว่า
ท่านไม่ถนัดเรียนเศรษฐศาสตร์ แต่สนใจนิติศาสตร์

พร้อมกันนั้นยังรับสั่งอีกว่า พระองค์ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มากนัก

จึงกลายเป็นโอกาสให้ท่านอาจารย์นรนิติและอาจารย์สมยศได้ถวายข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและคณะนิติศาสตร์อย่างละเอียด

สิ่งที่ทำให้พวกเราดีใจมากคือ หลังจากทรงรับฟังข้อมูลทั้งหมดแล้ว พระองค์ท่านรับสั่งทันทีว่า

“ตัดสินใจแล้ว จะมาเรียนที่ธรรมศาสตร์”

และที่น่าประทับใจยิ่งกว่านั้น คือแม้จะมีพระชนมายุเพียงประมาณ 18 พรรษา พระองค์ท่านทรงมีพระดำริที่ชัดเจนมาก ทรงรับสั่งว่า หากทรงเข้าศึกษาที่ธรรมศาสตร์ จะทรงใช้ชีวิตนักศึกษาอย่างคนธรรมดา จะกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ไม่ต้องการให้มีทหารหรือเจ้าหน้าที่ติดตามเดินประกบในมหาวิทยาลัย

และทุกอย่างก็เป็นไปตามพระดำรัสนั้น

พระองค์ภาฯ ทรงสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยพระองค์เอง ไม่มีโควตาพิเศษใด ๆ จากมหาวิทยาลัย เมื่อทรงเข้ามาเป็นนักศึกษาจริง ก็ทรงดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย เดินไปเรียน ไปทำกิจกรรมเหมือนนักศึกษาทั่วไป แม้แต่รถยนต์ประจำพระองค์ก็ไม่ได้เข้ามาจอดภายในมหาวิทยาลัย

พระองค์ภาฯ ทรงสอบเข้าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ในปี พ.ศ. 2540

ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 ผมได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงนับว่าผมเป็นอธิการบดีที่โชคดีอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสถวายงานและร่วมกิจกรรมกับพระองค์ท่านในหลายวาระ จนกระทั่งทรงสำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ในปี พ.ศ. 2544

ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงศึกษาอยู่ที่ธรรมศาสตร์ การถวายการดูแลพระองค์เป็นเรื่องที่ไม่ยากเลย พระองค์ท่านไม่เคยสร้างความลำบากใจให้แก่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของความมีวินัย ความเรียบง่าย ความรับผิดชอบ และความเป็นกันเอง

ผมยังมีความทรงจำอันงดงามเกี่ยวกับพระองค์ท่านอีกมากมาย ซึ่งยังคงอยู่ในใจเสมอ

วันนี้ เมื่อเวลาผ่านไป และพระองค์ท่านทรงจากพวกเราไปก่อนวัยอันควร ผมรู้สึกโศกเศร้าอย่างยิ่ง

ขอร่วมรำลึกถึงพระองค์ภาฯ ด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และด้วยความเคารพรักอย่างสุดหัวใจ

พระจริยวัตรอันเรียบง่าย ความมุ่งมั่นในการศึกษา และความเสียสละเพื่อสังคมของพระองค์ท่าน จะยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ชาวธรรมศาสตร์และคนไทยอีกยาวนาน

ขอน้อมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง และขอให้พระองค์ทรงสถิตอยู่ในดวงใจของพสกนิกรไทยตลอดไป

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: