หนุ่ม แชร์อุทาหรณ์ถูกบีบให้ลาออกจากงานที่ทำมากว่า 10 ปี สุดท้ายกลายเป็นผู้ป่วยโรควิตกจริต
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า บัญชี PANTIP รายหนึ่ง ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ถึงการถูกบีบออกจากบริษัท จนทำให้เขากลายเป็นผู้ป่วย โรควิตกจริต โดยระบุว่า
อยากแชร์ ชีวิต โดนบีบให้ออก ครั้งเดียว เปลี่ยนชีวิตฉันไปตลอดกาล
อย่างที่เขียนไว้ตามหัวเรื่องครับ โดนบริษัทที่ทำงานมาเป็นสิบปี บีบให้ลาออก มันทำให้ชีวิตผมพลิก ไปอย่างคาดไม่ถึงเลย
ตอนแรกที่ทำบริษัทนี้ก็คิดว่าคงได้ทำจนเกษียณ แต่สุดท้าย ไม่มีอะไรแน่นอน ประมาณปี 17 มีเจ้านายใหม่ย้ายมาจากต่างประเทศ ทุกอย่างเริ่มที่จุดนี้ เจ้านายคนนี้มาไม่นาน ก็ไล่พนักงาน ออกไป 1 คน ไม่นานนักประมาณ ปลายปี เพื่อนร่วมงานที่สนิท ก็ลาออก(มารู้ที่หลังว่าโดนบีบออกเหมือนกัน) และแล้วก็ถึงคราวของผม ปลายปี 18 โดนประเมิน KPI เจ้านายให้ D โดยบอกผมทำไม่ถึง KPI ทั้งๆที่ปีก่อนๆผมก็จะได้ ABC คละกันไป ที่บริษัท มีระเบียบว่า ถ้าได้ D 2 ปี จะถูกเชิญออก
ตอนนี้ผมเริ่มรู้ตัวแล้วว่า ผมน่าจะเป็นเป้าหมายรายต่อไปที่จะโดนบีบ พอปี 19 สิ่งแรกที่โดนคือ เจ้านายรับคนใหม่เข้ามาทำงาน ให้ผมเทรนงาน ให้ คอม มือถือบริษัท ให้คนใหม่ใช้ ส่วนผม ให้ใช้เครื่อง เก่า ที่ปลดระวางแล้ว ผลกระทบก็คือ เวลาประชุมออนไลน์ เครื่องผมจะดีเลย์ เสียงแตก แทบฟังไม่ได้ ทุกครั้งก็จะถูกอีกฝ่ายตำหนิ เจ้านายก็บอกเดี๋ยวซื้อให้ใหม่แต่รองบปีหน้า สรุปคือต้องทนใช้ไป โต๊ะที่นั่งก็ให้คนใหม่นั่งแทน ส่วนผม เจ้านายให้ย้ายไปนั่งที่นั่งชั่วคราว ที่หน้าห้อง ชงกาแฟ
คนดวงตกทำอะไรก็ติดขัดไปหมด มีเพื่อนพนักงานหลายคนพยายามช่วย เช่นครั้งนึงมีงานเลี้ยงผู้บริหารจากต่างประเทศ เพื่อน บอกให้ผมไปเป็นพิธีกร คล้ายๆเอาใจเจ้านาย และผู้บริหาร ผมพยายามซ้อม และทำให้ดีสุด แต่พอถึงวันงาน จะเรียกว่าซวยก็ได้ เดินๆอยู่ตกเวทีลงมา เจ้านายเรียกไปว่าชุดใหญ่ หาว่าเราทำงานล่ม
ทุกปีบริษัทจะมีให้ประกวดโครงงานเช่นพวก ประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายอะไรแบบนี้ ถ้าใครชนะระดับประเทศจะได้เป็นตัวแทนส่งไปแข่งที่สำนักงานใหญ่ ผมชอบทำส่งทุกปี เคยได้ไปประกวดต่างประเทศ 3 ครั้งได้ แต่คนดวงตกทำอะไรก็ไม่ราบรื่นจริงๆ ปี 19 ผมคิดโครงงานได้ 3 งานจะส่งประกวด ก็เลยปรึกษาเจ้านาย แต่เจ้านายบอกว่า เราส่งทุกปีแล้วให้โอกาศ เด็กใหม่บ้าง สรุปโครงงานทั้ง 3 ผม ไม่ได้ถูกใส่ชื่อแต่ใส่ชื่อ พนักงานใหม่ที่มาแทนผมเป็นคนทำ แล้วผมก็ถูกเจ้านายสั่งให้ช่วยงานทั้ง 3 คนด้วย สุดท้ายงานนึงได้รางวัล ในขณะที่ผมไม่ได้อะไรเลย
สิ้นปี 19 ผมดีลงานใหญ่ได้มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท ตอนแรกคิดว่าได้งานนี้ผมคงได้ KPI เป็นแน่ แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นเช่นนั้น เจ้านายกลับหาว่าผม ทำอะไรไม่รายงาน ตัดคะแนนความประพฤติ สรุปคือ เค้าจะให้ D อีกปี
ถึงตอนนี้ผมฟิวส์ขาดเลย บอกลาออกเอง ไม่อยากให้ประเมิน D 2 ปีและถูกเชิญ ออก
ปลายปี 19 ผมก็ ออกมาโดยยังไม่มีงานใดๆรองรับเลย
***ไม่รู้เกี่ยวกันไหม มีเพื่อนคนนึงมาเล่าให้ฟังว่า เจ้านายเอาปีเกิดของทุกคนไปดูดวง แล้วคนที่ถูกให้ออก คือ คนที่ดวง ปีชงกับเจ้านาย และคนที่เค้ารับมาใหม่อคนที่ดวง ถูกโฉลกกับเขา
หลังจากลาออก จะเรียกว่าซวยอีกครั้งก็ได้ เกิดโควิทขึ้น ใบสมัครที่ส่งไปหลายที่ ไม่มีใครเรียกเลย ว่างงาน เป็นปีได้
เริ่มขายของตลาดนัด ขายของออนไลน์ ตอนนี้ เงินเก็บก็เริ่มหมด งานก็ยังไม่ได้ ปี 21 เลยเริ่ม ไปลองขายของดู ขายมาทุกอย่างแล้ว ผัดกระเพรา น้ำผลไม้ แกงใต้ ขนมจีน มันก็พอมีกำไร แต่ หักลบ แล้ว เหลือ แค่วันละ 200-500 ระหว่างนั้น ก็ ส่งใบสมัครงานอีกครั้ง เพิ่งได้งาน เมื่อปลายปี 22 เงินเดือน เท่าเด็กจบใหม่ อย่างน้อยก็ยังมีงานทำ ของตลาดนัดก็ยังขายอยู่ตอนเย็น
ตอนนี้เหนื่อยมาก ทำ 2 อย่าง รายได้ยังไม่เท่าเมื่อก่อนเลย
สรุปง่ายๆครับ ชีวิตยังไม่สิ้นก็คงต้องดิ้นลนต่อไป
ความสำเร็จในอดีตไม่ใช่เครื้องยืนยันความสำเร็จในอนาคต
ซึ่งด้านเจ้าของกระทู้ ก็ได้เพิ่มเติมว่า
ลืมเล่าไปเรื่องครับ
ผลกระทบจากการทนถูกบีบมา2ปี
เรากลายเป็นผู้ป่วย เป็นโรควิตกจริต เพราะกลัวว่าทำอะไรแล้วจะโดนเจ้านายว่า มีซึมเศร้า นิดหน่อย ช่วงแรก ไม่อยากเจอใคร กลายเป็นคนเก็บตัว ทุกวันนี้รักษาก็ดีขึ้น แต่ก็รู้ตัวเลยว่าไม่เหมือนเดิม
บุคลิคเราเปลี่ยนไปเลย จากคนสนุกเฮฮา กลายเป็น คนนิ่งๆไม่พูดจา เหมือนกลัวว่าจะพูดอะไรผิด
อันนี้คงแล้วแต่คนครับ บางคนอาจทนได้ แต่แนะนำว่าเผื่อใครเจอแบบเรา ให้ออกมาดีกว่า อย่าไปทนครับ อาจเป็นผลกระทบทางจิตใจแบบเรา
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS