Connect with us

News

กกต.เผย บาร์โค้ด ที่พบบนบัตรเลือกตั้ง ไม่สามารถทราบได้(ทันที) ว่าผู้ใดเป็นผู้ลงคะแนน

Published

on

กกต. เผย การกำหนดรหัสบาร์โค้ด ลงในบัตรเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการปลอมแปลง

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงตามข่าวว่า บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมีบาร์โค้ด และบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตมีคิวอาร์โค้ด อีกทั้งเมื่อสแกนที่บาร์โค้ดและบาร์โค้ดของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีและบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตแล้ว ปรากฏว่ามีความเสี่ยงที่จะตรวจสอบย้อนกลับไปยังข้อมูลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งตามต้นขั้วของบัตรเลือกตั้งเป็นรายบุคคลได้ ซึ่งอาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้ กกต. เร่งชี้แจงและพิสูจน์ให้เห็นว่าคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดดังกล่าว ท้ายสุดแล้วสามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่ ทั้งนี้ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญกำหนดให้การเลือกตั้ง สส. ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ

ดังนั้น กกต. ต้องชี้แจงเรื่องนี้ต่อสาธารณะโดยเร็ว และเร่งพิสูจน์ให้สิ้นข้อสงสัยโดยการเปิดหีบเลือกตั้งเพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่ได้มีการลงคะแนนจริงในหน่วยเลือกตั้งที่มีข้อสงสัยตามที่ปรากฏเป็นข่าว

ล่าสุด  ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ระบุกรณี บาร์โค้ด ที่บัตรเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า แม้จะสแกนออกมาแล้ว จะต้องนำมาเปรียบเทียบกัน 3 ส่วน คือ บัตรที่ลงคะแนน ต้นขั้วบัตร และรายมือชื่อผู้ที่มาใช้สิทธิ์ ไม่สามารถทราบได้ทันทีว่าผู้ใดเป็นผู้ลงคะแนน

ขณะที่ นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง กล่าวว่า การกำหนดรหัสบาร์โค้ด ลงในบัตรเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการปลอมแปลง และยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการควบคุมและบริหารจัดการโดยเฉพาะบัตรเลือกตั้ง ให้มีประสิทธิภาพ เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม สามารถตรวจสอบจำนวนบัตรที่จัดพิมพ์ได้ ดังนั้นจึงไม่สามารถทราบได้ว่าใครเป็นผู้ลงคะแนนให้ใคร

ส่วนบัตรประชามติ ที่ไม่มีบาร์โค้ด เนื่องจากการพิมพ์บัตรทั้ง 3 ประเภท มีจำนวนมาก จึงต้องใช้โรงพิมพ์หลายแห่ง แต่ก็มีระบบการตรวจสอบบัตรลงคะแนนได้เหมือนกัน แม้จะไม่มีบาร์โค้ด ก็ตาม

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: