Connect with us

News

เปิดพฤติการณ์! 62 คู่ จ้างชายคนไทยให้จดทะเบียนสมรสกับหญิงจีน เพื่อให้มีสถานะเป็นบิดาตามกฎหมายของเด็กที่เกิดมา

Published

on

เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอำพรางการจดทะเบียนสมรส และทุจริตระบบทะเบียนราษฎร เพื่อแจ้งเกิดให้บุตรได้สัญชาติไทย

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า สำนักงาน ป.ป.ท. นำโดยนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยนายสุภาพ ศิริ ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 1 นายไพรัตน์ ปัจจะวงษ์ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ พร้อมพนักงาน ป.ป.ท. ร่วมกับกรมการปกครอง นำโดยนายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดีกรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. สำนักงาน ปปง. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” ปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอำพรางการจดทะเบียนสมรส และทุจริตระบบทะเบียนราษฎร เพื่อแจ้งเกิดให้บุตรได้สัญชาติไทยอันเป็นเท็จ

จากการสืบสวนเชิงลึก พบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการดำเนินการโดยมิชอบ กล่าวคือ มีการว่าจ้างชายสัญชาติไทยให้จดทะเบียนสมรสกับหญิงสัญชาติจีน เพื่อให้มีสถานะเป็นบิดาตามกฎหมายของเด็กที่เกิดมา

นอกจากนี้ ยังพบว่ากระบวนการคลอด การรับแจ้งเกิด และการออกเอกสารที่เกี่ยวข้อง มีการดำเนินการผ่านโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขตแห่งหนึ่ง โดยมีข้อบ่งชี้ว่าอาจมีการอำนวยความสะดวกหรือการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ส่งผลให้เด็กได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ

พฤติการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงและช่องโหว่ของกระบวนการรับแจ้งเกิดและการพิสูจน์สิทธิในสัญชาติ ซึ่งอาจถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หากไม่มีมาตรการตรวจสอบและกลไกควบคุมที่รัดกุมเพียงพอ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง พบรายการแจ้งการเกิดระหว่างมารดาต่างด้าวกับบิดาสัญชาติไทย ที่กระทำโดยบุคคลทั้งสองรายดังกล่าวข้างต้นจำนวน 62 คู่ อีกทั้งยังเป็นผู้แจ้งการเกิดและออกสูติบัตรให้อย่างน้อย 19 รายการ ศาลจึงได้ออกหมายจับ จำนวน 40 และ 42 หมายค้น ประกอบด้วย น.ส.สุนีย์ (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 ราย / น.ส.ศิริพร (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่เขต 1 ราย / พ่อไทย (ทิพย์) จำนวน 17 ราย และ แม่ต่างด้าว จำนวน 16 ราย ทั้งนี้ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะดำเนินการสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการกระทำความผิดต่อไป

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”
“ความผิดดังกล่าว เกิดจากการกระทำส่วนบุคคลไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต้นสังกัด”

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: