Connect with us

News

เงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่กำลังถกเถียงกันอยู่!! รมว.คลัง คาด กำหนดอายุ เฟส 3

Published

on

รมว.คลัง คาดแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 จะอยู่ในกรอบอายุ 16-20 ปี

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค.68 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง เปิดเผยก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งที่1 / 2568 โดยระบุว่า ในส่วนของคณะกรรมการ ได้มีการวางแผนไว้ ให้ทราบในเบื้องต้นก่อนว่าจะพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้ 3 เปอร์เซ็นต์

ซึ่งวันนี้จะมีรายละเอียดออกมาให้ทราบ โดยจะเป็นแผนในระยะสั้น ส่วนในอนาคตจะมีแผนการแก้ไขโครงสร้างเข้ามาอีก เพราะในขณะที่เรากำลังทำงานไปก็จะเจอปัญหาในเชิงโครงสร้าง

เมื่อถามถึงเงินดิจิทัล 10,000 บาทที่กำลังถกเถียงกันอยู่ ในขณะนี้ จะเข้าสู่ที่ประชุมด้วยหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า คงไม่ใช่ประเด็นถกเถียงกัน แต่ได้ข้อสรุปแล้ว จึงนำมาพิจารณาในที่ประชุม คาดว่าจะอยู่ในกรอบอายุ 16-20 ปี และพยายามจ่ายให้ได้ภายในไตรมาส 2 ส่วนจะมีเฟส 4 หรือไม่นั้น จะพิจารณาตามความเหมาะสม

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 3 มี.ค.68 นายพิชัย ได้ทำแผนงานกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ GDP โต 3-3.5% โดยหารือกับ ก.คลัง สภาพัฒน์ ธปท. สำนักงบประมาณ และ กพร. โดยมีแผนการดำเนินงานระยะสั้น-กลาง

  1. เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ กองทุนต่างๆ ซึ่งมีเงินค้างอยู่กว่า 1 แสนล้านบาท
  2. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ และผันเม็ดเงินไปสนับสนุนการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ
  3. เร่งการลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะการลงทุนผ่าน BOI ซึ่งในปี 2567 มีการยื่นขอสนับสนุนราว 1.14 ล้านล้านบาท โดยเราจะช่วยดูแลอำนวยความสะดวกเรื่อง Ease of Doing Business โดยเฉพาะเรื่องใบอนุญาตต่างๆ
  4. เร่งปิดดีลการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น ระบบน้ำ เพื่อสอดรับกับความต้องการทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภค รวมถึงโครงการ Land Bridge รถไฟเชื่อมต่อกับจีน ขยายสนามบินและท่าเรือ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่ง ตามนโยบาย Ignite Thailand
  5. กระตุ้นการส่งออก เช่น การเปิดตลาดใหม่ เร่งเจรจากับประเทศคู่ค้า ลดคอขวดด้านพิธีการส่งออก
  6. ด้านการท่องเที่ยว เน้นการจัดงาน/เทศกาล เพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวและทำให้ระยะเวลาในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว อยู่ในประเทศนานขึ้น

สำหรับแผนระยะกลาง-ยาว เน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

เร่งปฏิรูปด้านเกษตรแบบ Sandbox โดยใช้ตลาดนำ เริ่มจากสินค้าเกษตรหลัก ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และอ้อย เน้นเรื่องความสมดุลอุปสงค์-อุปทาน พัฒนาปัจจัยทุน ได้แก่ ดิน เมล็ดพันธุ์ น้ำ และเพิ่มผลิตภาพ ทั้งหมดนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร

เริ่มปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมแบบ Sandbox โดยยึดความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนไป และการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมเดิม

ปรับโครงสร้างด้านราคาพลังงาน และการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เช่น นโยบาย Direct PPA และ UGT เพื่อตอบโจทย์มาตรฐานการค้าการลงทุนปัจจุบัน

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: