Connect with us

News

เปิดหลักสูตร! Citrus BioSafe ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมส้มไทย เข้าสู่ตลาด Premium ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ

Published

on

ยักษ์เขียว-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยกระดับ! “ส้มไทย” สู่ตลาด Premium หลักสูตร “Citrus BioSafe”

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า บอม โอฬาร วีระนนท์ นักธุรกิจคนรุ่นใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“Citrus BioSafe … การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมส้มไทย ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อความยั่งยืน”
Citrus BioSafe Program: Driving the Thai Citrus Industry with Biotechnology for Sustainability

อีกหนึ่งหลักสูตรที่ผมเชื่อว่า…
“ถ้าเราทำได้ดี ผลลัพธ์จะไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน
แต่สามารถส่งผลต่อทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมส้มของประเทศไทยได้จริง”

Citrus BioSafe เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ยักษ์เขียว จำกัด (YAK GREEN) กับ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ภายใต้การสนับสนุนจาก โครงการ BOI-STEM++ ตามมาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)

โดยมี รศ.ดร.สรณะ สมโน (อ.เติ้ล) เป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลัก ร่วมกับทีมคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา

“ร่วมมือกัน เพื่อทำหลักสูตรให้ดีที่สุดเสมอ”
หลักการทำงานของยักษ์เขียวกับทุกมหาวิทยาลัยและทุกหน่วยงานที่ร่วมดำเนินโครงการ มีสิ่งหนึ่งที่เรายึดถือเหมือนกัน คือ

เราไม่ได้แบ่งกันเพียงว่า “ใครทำอะไร”
แต่เราช่วยกันดูว่า “จะทำอย่างไรให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด”

ตั้งแต่การ บริหารงาน – ประสานงาน – ติดตาม – ตรวจสอบ – ไปจนถึงการกำกับคุณภาพ
และในทุกหลักสูตร ผมและทีม YAK GREEN จะพยายามลงพื้นที่การอบรมจริง
ไม่ใช่เพียงเพื่อ “ตรวจงาน”
แต่เพื่อดูตั้งแต่บรรยากาศการเรียนรู้ ผู้เข้าอบรม วิทยากร Workshop อุปกรณ์ กระบวนการจัดการ ไปจนถึงความสอดคล้องกับหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติ
เพราะ Quality Assurance ที่ดี ไม่ควรเกิดขึ้นเฉพาะตอนทำรายงานปิดโครงการ

แต่ควรเกิดขึ้น ระหว่างที่โครงการกำลังดำเนินอยู่
เพื่อให้สามารถทวนสอบ แก้ไข และยกระดับคุณภาพได้จริง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว…

เงินทุกบาทที่ได้รับการสนับสนุน ต้องถูกเปลี่ยนให้เป็น “คุณค่า”

เปลี่ยนเป็นคนที่มีทักษะสูง
เปลี่ยนเป็นองค์ความรู้ที่นำไปใช้ได้
เปลี่ยนเป็นผู้ประกอบการที่แข็งแรงขึ้น
และเปลี่ยนเป็นความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

Citrus BioSafe เรียนอะไร?
หลักสูตรนี้ไม่ได้มอง “ส้ม” เพียงแค่การปลูกให้ได้ผลผลิต

แต่พยายามมองทั้งระบบ ตั้งแต่ ต้นพันธุ์ – โรค – แมลง – ชีวภัณฑ์ – การจัดการสวน – หลังการเก็บเกี่ยว – การเพิ่มมูลค่า – Food Safety – GAP – Traceability ไปจนถึงการคำนวณ ROI
โดยมีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน

1.ลดการพึ่งพาสารเคมี และจัดการศัตรูพืชอย่างเป็นระบบ
เข้าใจการประยุกต์ใช้ Integrated Pest Management (IPM) การควบคุมทางชีวภาพ ชีวภัณฑ์ แมลงศัตรูธรรมชาติ ตลอดจนการป้องกันโรคตั้งแต่ต้นพันธุ์และระบบ Nursery

2.เปลี่ยน “ของเสีย” ให้กลายเป็น “มูลค่า”
นำแนวคิด Bio-Circular Economy และ Zero Waste มาใช้กับอุตสาหกรรมส้ม ตั้งแต่ผลผลิตตกเกรด เปลือก กาก หรือวัสดุเหลือใช้ ให้สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือรายได้ใหม่ได้

3.ยกระดับส้มไทยสู่ตลาด Premium
ด้วยมาตรฐาน GAP, Traceability และ Food Safety ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อเพิ่มคุณภาพ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของตลาด
จาก “ทฤษฎี” ต้องไปถึง “ลงมือทำจริง”
ตลอดการอบรม 3 วัน ผู้เข้าอบรมไม่ได้เรียนเพียง Lecture
แต่ต้องลงมือทำ Workshop และเวียนเรียนรู้ผ่านกิจกรรมจริงใน 3 Modules หลัก

🟠 Module 1: การป้องกันโรค & ต้นพันธุ์ปลอดโรค
ตั้งแต่การจำแนกโรคในแปลง การตรวจโรคกรีนนิ่ง การจัดทำ Disease-Free Nursery การขยายพันธุ์ ไปจนถึงการวางผังฟาร์มตามหลัก GAP และ Traceability

🟢 Module 2: การจัดการศัตรูพืช IPM & ชีวภัณฑ์
สำรวจและนับแมลงด้วยเครื่องมือจริง เรียนรู้ระดับเศรษฐกิจ ET/EIL แมลงศัตรูธรรมชาติ การผลิตชีวภัณฑ์ Beauveria และ Metarhizium รวมถึงแนวคิด Permaculture และการฟื้นฟูระบบนิเวศในสวนส้ม

🔵 Module 3: การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว & เพิ่มมูลค่า
ตั้งแต่การวิเคราะห์ Loss หลังเก็บเกี่ยว การแปรรูปของตกเกรด การสกัดน้ำมันหอมระเหย เพกทิน แยม ชาส้ม เจลลี่ การคิดต้นทุนและ ROI ตลอดจน Food Safety, GAP และเทคโนโลยีการเคลือบผิวเพื่อยืดอายุผลิตผล
นี่คือสิ่งที่ผมชอบมากในหลักสูตรนี้
เพราะผู้เรียนไม่ได้จบเพียงคำว่า
“รู้”
แต่พยายามพัฒนาไปถึง
“รู้ → ทำได้ → คิดเป็น → และนำไปใช้สร้างมูลค่าได้จริง”

🍊 แล้วทำไม “ส้ม” จึงสำคัญ?
ภาคเหนือคือหนึ่งในฐานการผลิตส้มที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ เชียงใหม่ ฝาง แม่อาย ไชยปราการ รวมถึงเชียงราย น่าน แพร่ และพื้นที่ผลิตสำคัญอย่าง สุโขทัย
นี่คือพืชเศรษฐกิจที่มีทั้งตลาดบริโภคภายในประเทศ ตลาด Premium และศักยภาพในการพัฒนาสู่ตลาดต่างประเทศ
แต่ความยั่งยืนของอุตสาหกรรมนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้ด้วย

“การเพิ่มผลผลิต” เพียงเรื่องเดียว
ต้องทำให้
เกษตรกรมีความรู้มากขึ้น
ต้นทุนลดลง
ของเสียน้อยลง
ผลิตภัณฑ์มีมูลค่าสูงขึ้น
อาหารปลอดภัยขึ้น
และผู้ประกอบการมีกำไรมากขึ้น
นี่ต่างหาก คือ Sustainability ที่จับต้องได้
และถ้าเรามองให้ไกลกว่านั้น…

ผมอยากเห็น “ภาคการเกษตร” ถูกมองในฐานะภาคเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย
ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงเกษตรฯ เพียงกระทรวงเดียว
แต่ต้องสามารถทำงานเชื่อมโยงกับ กระทรวงการคลัง กระทรวง อว. กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชน
ตั้งแต่ Science → Technology → Innovation → Business → Market
เพราะประเทศไทยมีทรัพยากร มีเกษตรกร มีนักวิจัย มีมหาวิทยาลัย มีผู้ประกอบการ และมีตลาด
สิ่งสำคัญ คือ

เราจะเชื่อม “จุด” เหล่านี้เข้าด้วยกันได้ดีเพียงใด
และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของพวกเราชาว YAK GREEN
ในการเป็นเพียง “ฟันเฟืองเล็กๆ” ที่อยากช่วยขับเคลื่อนเรื่องใหญ่ๆ
ร่วมกับกัลยาณมิตร มหาวิทยาลัย นักวิจัย เกษตรกร ผู้ประกอบการ ภาครัฐ และพันธมิตรจากทุกภาคส่วน
เพื่อทำให้ภาคการเกษตรไทย…
ไม่เพียงอยู่รอด
แต่เติบโต แข่งขันได้ และยั่งยืน
ไปด้วยกันครับ 🍊🌱

บันทึกไว้ด้วยความปรารถนาดี
บอม โอฬาร วีระนนท์
และเราชาว YAK GREEN

ปล. ขอบพระคุณทีมคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญทุกท่าน ❤️
ขอบพระคุณ รศ.ดร.สรณะ สมโน (อ.เติ้ล) ผู้รับผิดชอบหลักสูตร ภายใต้การสนับสนุนของ ผศ. ดร.ดรุณี นาพรหม คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และคณาจารย์ภายใน มช. และผู้เชี่ยวชาญ ภายนอกมากมาย

ขอบคุณคณาจารย์ทุกท่านที่ร่วมกันออกแบบ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และทำให้ Workshop ครั้งนี้สามารถเชื่อมโยง “องค์ความรู้เชิงวิชาการ” เข้ากับ “การลงมือปฏิบัติจริง” ได้อย่างเป็นรูปธรรม
รวมถึง
รศ.ดร.พัชรินทร์ ครุฑเมือง
รศ.ดร.อังสนา อัครพิศาล
ศ.ดร.พรชัย ราชตนะพันธุ์
รศ.ดร.จิตศิริ ทองสอน ราชตนะพันธุ์
ดร.จิราพร แสงต๊ะ
อ.ดร.ธิเบธ ตังเปา
ดร.ธฤต ศรีวิชัย
ดร.ศรายุทธ ปิ่นตาละเกด
ดร.สรายุทธ ปิตตาระเต
ดร.ภวิพร จินะจันตา
ดร.ปิยะฉัตร สุนันต๊ะ
รศ.ดร.มาลัยพร วงศ์แก้ว
และ ดร.วิลาวัลย์ คำปวน
อ.เติ้ล อ.กิ๊ฟ อ.ลีฟ อ.นุ่น อ.ทิเบต ตลอดจนน้องๆ นักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอก และทีมงานทุกคน ที่ช่วยกันดูแลแต่ละฐานกิจกรรมอย่างเต็มที่
เบื้องหลัง Workshop ที่ดูเหมือนเพียงไม่กี่ชั่วโมง คือการเตรียมงาน ทดลอง เตรียมตัวอย่าง เตรียมอุปกรณ์ และการทำงานของคนอีกจำนวนมาก

ขอบคุณจริงๆ ครับ ที่ช่วยกันเปลี่ยน “ทฤษฎี” ให้กลายเป็น “ประสบการณ์การเรียนรู้ที่นำกลับไปใช้ได้จริง” 🙏🍊🌱

ปล.โรงเรือนข้างหลังภาพ ทั้งสองฐาน ก็ได้โอกาสการปรับปรุง จากการทำโครงการนี้ และยังใช้ประโยชน์ต่อภาคการเกษตรต่อไปได้ในอนาคต ขอบคุณโครงการดีๆ อย่าง BOI-STEM++ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: