รักชนก ซัด มีความพยายามฟอกขาว TH-AI passport เตือน บ.ใหญ่ที่เข้าร่วม ระวัง เป็นตรายางให้โครงการที่เสี่ยงผิดกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ตอนนี้มีความพยายามจะใช้คนจากวงการไอที อินฟลูที่มีชื่อเสียง รวมถึงบริษัทยักใหญ่ มาสร้างความชอบธรรม/ฟอกขาว โครงการ TH-AI Passport 1600ล้าน อย่างเป็นระบบ
วันนี้มี 3 ประเด็น
1) กลุ่มคนที่มีชื่อเสียง มีต้นทุนทางสังคม ถ้าไม่ระวังตัว สุดท้ายเสียงของคุณอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือ ช่วยปกป้องโครงการนี้
2) บริษัทระดับโลก ที่ตอบรับไปร่วมงาน ตระหนักหรือไม่ว่ากำลังจะถูกใช้แอบอ้าง เป็นตรายางเพื่อให้โครงการที่เสี่ยงผิด ตามกฏหมายว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตในต่างประเทศ ของสหรัฐ FCPA ได้เดินหน้าต่ออย่างใสสะอาด
3) งาน Forum รับฟังความเห็น ตั้งใจรับฟังจริงหรือไม่? ทำไมเลือกวันที่คนทำงานส่วนใหญ่ทำงาน แทนที่จะเลือกวันหยุดที่คนส่วนใหญ่มีโอกาสไปร่วมได้ และตรงกับวันประชุมสภา ซึ่ง สส ต้องอยู่สภา? จะคุยแต่กับคนที่ควบคุมคอนเท้นได้เท่านั้นหรือ ?
1) กลุ่มคนที่มีชื่อเสียง ที่สุดท้ายจะถูกใช้เป็นเครื่องมือมาช่วยดีเฟ้นโครงการ
แผนการฟอกขาว คือ ขณะนี้งบประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นส่วนนึงของเงิน 1600ล้าน สามารถเบิกใช้ได้แล้ว จากเดิมที่เป็นการโปรโมทให้คนลงทะเบียนผ่านจอทั่วประเทศตามที่ลอคสเปคไว้ อาจจะมีปรับเปลี่ยนนิดหน่อย โดยจะแบ่งเงินมาจัดงานอีเว้นท์ ที่เรียกให้ดูดีว่าเป็น “งานเปิดรับฟังความเห็น” โดยเชิญคนจากทุกวงการมาพูดคุยและทำทีรับฟัง แน่นอนว่าอินฟูลที่ถูกเชิญไปทุกคนไปด้วยความตั้งใจอันดี แต่ผู้จัดงานถูกเค้าจ้างมาเท่าไหร่ลองโทรถามดู
แน่นอนว่าผู้ที่ไปร่วมงานจะได้พื้นที่เพื่อพูดถึงข้อถกเถียงในสื่อ ได้พูดถึงข้อเสียของโครงการ ได้ตำหนิติเตียนความไม่รอบคอบ ได้วิจารณ์รุนแรง อาจมีการพูดถึงความคุ้มค่า ประโยชน์ของ ai แต่สุดท้ายทุกอย่างจะถูกเชฟไปในทิศทาง “ปรับปรุงเพื่อเดินหน้าต่อ”
อะไรที่ทุกคนวิพากย์วิจารณ์ ตำหนิ เสนอแนะ ทุกอย่างจะถูกนำไปปรับปรุงแก้ไข เพราะเมื่อปรับปรุงตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทุกท่านแล้ว ต่อจากนี้ก็มีความชอบธรรมในการเดินหน้าโครงการต่อได้
และทุกคนที่ไปร่วมงานจะกลับบ้านด้วยความรู้สึกฟิน เนื่องจากเป็นบุคคลสำคัญที่ได้ช่วยให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์เพื่อการปรับปรุงโครงการระดับพันล้านให้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ความรู้ความสามารถที่เราสั่งสมมานี่มันมีประโชยน์จริงๆ และคุณไชยชนกเค้าก็นิสัยดีนี่หน่าพูดอะไรไปก็รับฟังทุกอย่าง ดีไม่ดีต่อจากนี้ไป ทุกคนก็จะกลายเป็นคนที่ออกมาดีเฟ้นให้โครงการนี้แทนข้าราชการ ด้วยเหตุผลที่ว่า โครงการนี้เป็นโครงการมันดีเพราะเค้าปรับแก้ตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำไปหมดแล้ว ดังนั้นเดินหน้าต่อได้
ทุกคนต้องตั้งสติ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความคุ้มค่า ไม่ใช่เรื่องอนาคตของ ai แต่ประเด็นคือ งบประมาณไอที คือ บ่อเงินบ่อทองบ่อใหม่ ที่จะมาคู่กับงบประมาณทำถนนสร้างตึก เมื่อก่อนกินอิฐหินดินปูน แต่คนกลุ่มนี้เค้าเรียนรู้ที่จะพัฒนาต่อยอด ปัจจุบันมันเลยกลายมาเป็นโครงการเกี่ยวกับไอที เทคโนโลยี ai แพลตฟอร์มอีเลินนิ่ง คลาวด์ เพราะนอกจากจะดูทันโลกทันสมัยแล้ว บัญชีราคามาฐานก็ยังไม่มีความชัดเจน ช่องโหว่เยอะและโกยได้เป็นกอบเป็นกำ แถมของมันลอยอยู่ในอากาศ ตึกล้างสร้างไม่เสร็จ ถนนไม่มีคนใช้ มันยังเห็นกับตา แต่งบไอทีเททิ้งไปไม่มีแล้วไม่มีคนใช้ มันลอยอยู่ในคลาวแล้วเดี๋ยวคนก็ลืม
ประเด็นมันไม่ใช่เรื่องความคุ้มค่า ไม่ต้องพยายามไปปรับปรุง เพราะมันคือความพยายามในการล้วงเงินแผ่นดินจากทุกท่องบ แล้วยักย้ายถ่ายออกไปให้มากที่สุด ทำโดยถูกต้องตามกฏหมายทุกประการ ซึ่งโครงการนี้เกือบจะเนียนแล้ว แต่มันโป๊ะที่มีการส่อลอคสเปค โครงการ ai แต่คนได้งานต้องมีจอดิจิทัลและบิลบอร์ดทั่วประเทศ มันโป๊ะ
ดังนั้นสิ่งที่ผู้มีต้นทุนทางสังคม มีชื่อเสียง มีพลังของตัวเอง ต้องช่วยกัน คือ ต้องรักษาผลประโยชน์สุงสุดของประเทศชาติมากกว่าคอนเนคชั่นความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือผลประโยชน์อื่นๆที่จะได้รับ ต้องส่งเสียงว่าโครงการนี้ต้องหยุดไว้แค่นี้ และ เอาเงิน 1600ล้าน ไปทำอย่างอื่นๆ!
– – – – –
2) บริษัทระดับโลกที่ตอบรับมาร่วมงาน สุดท้ายทุกบริษัทจะถูกใช้แอบอ้างและกลายเป็นตรายางชั้นดีเพื่อการันตีให้เดินหน้าต่อ
ดิฉันได้ทราบจากแหล่งข่าวว่า บริษัทใหญ่เช่น Google Microsoft Anthropic ตอบรับมาร่วมงานด้วย ซึ่งในงาน Forum รับฟังความเห็นที่กระทรวงดีอีจะจัดในวันที่ 11มิถุนา จะมีการเชิญทั้งบริษัทยักใหญ่และยักเล็ก เอางี้นะ คุณคาดหวังจะให้บริษัทอย่างเช่น Google Microsoft Anthropic มาพูดเรื่องอะไร? คาดหวังจะได้ยินอะไรจากตัวแทนบริษัท? เพราะถึงอย่างไรตัวแทนบริษัทระดับโลกเหล่านี้ไม่มีทางมาวิจารณ์ถึงโครงการภาครัฐในทางเสียหายอยู่แล้ว
ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ บริษัทยักใหญ่จะมาพูดถึงโอกาสทางด้านเทคโนโลยี พูดถึงความสำคัญของ ai ชวนให้มองอนาคต พูดเรื่องทางบวก ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับความเสี่ยงคอรัปชั่นของโครการนี้เลย
ส่วนบริษัทกลาง/เล็ก แม้มาร่วมงาน แต่ใครจะกล้าวิพากษ์วิจารณ์ตรงไปตรงมา ทุกคนก็ยังต้องอาศัยโครงการภาครัฐเพื่อเติบโตทั้งนั้น และรัฐบาลก็ไม่ได้ใจกว้างมากพอที่จัเปิดรับความเห็นต่างๆ
ดิฉันขอส่งเสียงถึงตัวแทนจากบริษัทระดับโลก อย่าง Google , Microsoft ที่จะมาร่วมในงาน ท่านกำลังจะเอาชื่อเสียงของแบรนด์ระดับโลก มาใช้เป็นตรายางประทับเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับโครงการที่ส่อลอคสเปค เสี่ยงคอรัปชั่น และ อาจจะเข้าข่ายเสี่ยงต่อความผิดตามกฏหมายว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตในต่างประเทศ (Foreign Corrupt Practices Act หรือ FCPA) ของสหรัฐอเมริกา ก่อนหน้านี้องค์ประกอบอาจจะยังไม่ครบถ้วน แต่ถ้าบริษัทที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาตอบรับร่วมงานนี้เมื่อไหร่ล่ะก็ ความเข้มข้นของความเสี่ยงผิดยังมากขึ้น
ดิฉันขอตั้งคำถามถึงบริษัทระดับโลก อย่าง Google , Microsoft ที่จะส่งตัวแทนมาร่วมงานนี้ ได้ตระหนักหรือไม่ว่ากำลังจะเป็นส่วนนึงในการฟอกขาวโครงการที่ส่อคอรัปชั่น ? ท่านได้รับทราบถึงความผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้นในโครงการ TH-AI Passport 1600ล้าน ที่ถูกนำเสนอผ่านมาสื่อสาธารณะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหรือไม่ ?
ท่านจะใช้เครดิตของบริษัมทีมีชื่อเสียงระดับโลกมารับประกันโครงการเช่นนี้จริงๆหรือ ?
– – – – –
3) ถ้าตั้งใจจะรับฟังเสียงของทุกฝ่ายจริงๆ ทำไมเลือกจัดงานวันพฤหัสตอนเช้า?
ซึ่งเป็นวันทำงานแถมยังเป็นช่วงเช้า ประชาชนคนธรรมดาที่สนใจอยากเข้าร่วม ใครจะว่างมาร่วม ? พราะวันธรรมดาทุกคนมีการมีงานทำกันหมด แถมยังเป็นช่วงเช้าที่ทุกคนมักมีภาระรอคอยอยู่ ที่สำคัญ คือ ข้าราชการทั้งกระทรวงรวมถึงรัฐมนตรีต้องรู้สิ ว่าวันพฤหัสมีประชุมสภา มีประชุมกรรมาธิการ จะเป็นวันที่ผู้แทนราษฏรไปไหนไม่ได้ เพราะ สส. ไม่ควรทิ้งสภา
หรือจริงๆแล้วตั้งใจเลือกวันและเวลาแบบนี้ เพราะต้องการจะคุยกันแค่ในบับเบิ้ลของตัวเองเท่านั้น ?
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS