หมอเผย สังเกตตนเองเมื่อเริ่มไม่สบาย มีไข้ปวดเมื่อยไม่ว่าจะมีผื่นหรือตุ่มหรือไม่ ต้องแยกตัว กักตัวเอง ใส่หน้ากาก ล้างมือ เพื่อไม่เอาไวรัสไปปล่อยที่พื้นผิว และมีคนสัมผัสต่อ
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กโดยระบุว่า
“ฝีดาษลิง เกิดอะไรขั้น ในปี 2022 คนสู่ตน โดยหาความเชื่อมโยง ไม่ได้ ลักษณะของโรคคล้ายปรับเปลี่ยน ให้สังเกต ยากขึ้น ผื่น ตุ่ม มีหลายระยะ พร้อมกัน ขนาดเล็ก แต่อาการไม่รุนแรงมากถึงชีวิต
1) การวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมเปลี่ยนไปจากที่พบในปี 2017 ถึงมากกว่า 40 ตำแหน่ง (ปกติเชื่อว่าไวรัสดีเอ็นเอมีความเป็นแปลงน้อยมาก ปีละ 4 ) และการวิวัฒนาการในลักษณะเช่นนี้อาจต้องใช้เวลาถึง 50 ปีด้วยซ้ำและอนุมานว่าอาจเป็นผลของการปรับตัวของไวรัสต่อระบบต่อสู้ของมนุษย์ (Apobec3)
(Richard Neher, a computational evolutionary biologist at the University of Basel) รูปจาก Neher twitter และการให้ความเห็นใน STAT news
2) ในปี 2020 องค์การอนามัยโลกได้รายงานว่ามีผู้ที่น่าจะติดเชื้อฝีดาษลิงในอัฟริกา 4594 รายและเสียชีวิต 171 ราย (สัดส่วนการเสียชีวิต case fatality ratio 3.7%) โดยที่สายพันธุ์ฝีดาษลิง สายพันธ์แอฟริกันตะวันตก จะมีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์แอฟริกันกลาง
3) สถานะภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity)ที่ได้รับจากวัคซีนไข้ทรพิษ ทั้งใน อาฟริกา และทั้งโลก น่าจะเริ่มเสื่อมโทรมไป นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันปาสเตอร์ได้ทำแบบจำลองคณิตศาสตร์ รายงานใน bulletin ของ องค์การอนามัยโลกในปี 2020 และได้ข้อสรุป รวมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าฝีดาษลิงจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ แปรตาม สัดส่วนของภาวะภูมิคุ้มกันหมู่ ที่เริ่มลดลงในประชากรในประเทศแอฟริกา เช่น คองโก หลังจากที่หยุดการฉีดวัคซีนไข้ทรพิษ ซึ่งสามารถป้องกันข้ามไปยังฝีดาษลิงได้ และเริ่มเห็นการระบาด หนาตาขึ้นเรื่อยๆ
4) รูปแบบการติดต่อจากคนสู่คนชัดเจนขึ้น จากรายงานในประเทศอังกฤษ ในปี 2018 2019 และ 2021 และเป็น secondary และ tertiary transmission
ทั้งนี้ไวรัสสามารถตรวจพบจากตุ่ม ผื่น จากจมูกและลำคอ ปัสสาวะ และในเลือด โดยที่ ไวรัสมีการปะทุขึ้นอีกหลังจากที่ตรวจไม่เจอ ทำให้ต้องกักตัวนานถึงมากกว่าหนึ่งเดือน
อย่างไรก็ตาม การสังเกตตนเองเมื่อเริ่มไม่สบาย มีไข้ปวดเมื่อยไม่ว่าจะมีผื่นหรือตุ่มหรือไม่ต้องแยกตัวกักตัวเองรวมทั้ง ใส่หน้ากาก ล้างมือ เพื่อไม่เอาไวรัสไปปล่อยที่พื้นผิว และมีคนสัมผัสต่อ จากที่มีการระบาดในสหรัฐฯในปี 2003 จากการนำสัตว์ฟันแทะ เข้ามาในประเทศและมีการแพร่ไปยังกระรอกดิน ที่เอาไปขายเป็นสัตว์เลี้ยงและแพร่มาคน หลังจากนั้นมีการติดตามในหลายมลรัฐ ว่าไวรัสจะมีการตั้งตัวในสัตว์หรือไม่แต่ไม่พบและรายงานในปี 2007 ลักษณะการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ในประเทศไทยมีรายงานเผยแพร่จากสถาบันสุขภาพสัตว์ และยังไม่พบลักษณะดังกล่าว รวมทั้งมีการควบคุมระวังการนำสัตว์ป่าเข้ามาในประเทศไทย