มงคลกิตติ์ ยื่น ผบ.ทบ.ประกาศกฎอัยการศึก ควบคุม บริษัทรับจ้าง ขุดเจาะน้ำมันที่อ่าวไทย ในพื้นที่ 26,000 ตร.กม. ไม่แบ่ง กัมพูชา ให้ใช้ในประเทศไทย เท่านั้น
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีต โฆษกและกรรมาธิการทหาร ฐานะ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โพสต์ระบุว่า…
8 เม.ย.69 เวลา 10.30 น.จะเดินทางไปยื่นหนังสือ ถึง พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้ท่านใช้อำนาจในการประกาศกฏอัยการศึก กรณี เกิดวิกฤตภาวะน้ำมันดีเซล-เบนซิน-ก๊าซธรรมชาติ ขาดแคลนจากการถูกกักตุน จากทีมการเมืองใกล้ชิดรัฐบาล พ่อค้า ค้ากำไรกับประชาชนเกินควร ตั้งแต่ 1-31 มี.ค.69 และ 1-8 เม.ย.69 ยังหาคนผิดไม่ได้
จากเหตุการณ์ สงครามระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน อีกทั้ง โรงกลั่นน้ำมันดิบไทย 6 โรงกลั่น ปี 2568 ค่ากลั่นแค่ 1.23 บาท/ลิตร ต่อมา ม.ค.69 ค่ากลั่น 2.14 บาท/ลิตร ก.พ.69 ค่ากลั่น 2.09 บาท/ลิตร มี.ค.69 ค่ากลั่น 7.23 บาท/ลิตร 1-3 เม.ย.69 ค่ากลั่น 15.99 บาท/ลิตร กองทุนอุดหนุนอีก 3.51 บาท/ลิตร
ราคาดีเซล 54.54 บาท/ลิตร จริง
ราคาดีเซล 50.54 บาท/ลิตร ราคาขาย
ซึ่งต้นทุนจริง ณ 7 เม.ย.69
แค่ 43.13 บาท/ลิตร กรณีค่ากลั่น 7.23 บาท/ลิตร ถ้าค่ากลั่น 1.23 บาท/ลิตร ราคาดีเซลควรจะ 37.13 บาท/ลิตร
ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำ
1.ควบคุมโรงกลั่นน้ำมันดิบทั้ง 6 โรงกลั่น ให้คิดในราคา 1.5 บาท/ลิตร ไม่ใช่ 15.99 บาท/ลิตร
2.ยกเลิกราคาอ้างอิงโรงกลั่นที่สิงคโปร์
3.ควบคุม บริษัทรับจ้าง ขุดเจาะน้ำมันที่อ่าวไทย ในพื้นที่ 26,000 ตร.กม. ไม่แบ่ง กัมพูชา ให้ใช้ในประเทศไทย เท่านั้น
4.ยกเลิกการส่งออกน้ำมันไปขายต่างประเทศ วันละ 30 ล้านลิตร/วัน ให้ใช้ในประเทศ 100℅
5.ควบคุมราคาสินค้าทุกประเภท ห้ามขึ้นราคา
6.ตรวจสอบหาคนทำผิดจากการกักตุนน้ำมันช่วง 1-26 มี.ค.69
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS