บอม โอฬาร เล่าเหตุผล ทำไมตัดสินใจเลือกพรรคเป็นธรรมในการเลือกตั้งครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายโอฬาร วีระนนท์ หรือ บอมโอฬาร นักธุรกิจคนรุ่นใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
“เลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้เลือกข้าง แต่เลือกอนาคต” เลือกตั้งไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือช่วงเวลาที่ประเทศ “ตัดสินใจ” ร่วมกัน
การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งในรอบหลายปี ที่ผมรู้สึกว่า ตัดสินใจได้อย่างสบายใจที่สุด ไม่ใช่เพราะทุกอย่างสมบูรณ์แบบ
แต่เพราะครั้งนี้
ผมไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ
ไม่มีภาระ ไม่มีแรงกดดัน
มีแค่ “สิทธิของพลเมืองคนหนึ่ง” เท่านั้น
ผมไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว
และกำลังเดินทางขึ้นเชียงราย
เพื่อไปใช้สิทธิลงประชามติด้วยตัวเอง
การเลือกตั้งครั้งนี้
คนไทยทุกคนจะได้ใช้สิทธิ 3 ใบพร้อมกัน
•บัตรสีเขียว เลือก สส.เขต (เลือกคน)
•บัตรสีชมพู เลือก สส.บัญชีรายชื่อ (เลือกพรรค)
•บัตรสีเหลือง ออกเสียงประชามติ ว่าควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
ผมขอเล่า “แนวทางส่วนตัว” ของผมตรง ๆ โดยย้ำชัดว่า เห็นต่างได้ เลือกต่างได้ ไม่มีถูกผิด
บัตรสีชมพู
ผมเลือกเบอร์ 45 – พรรคเป็นธรรม
เหตุผลไม่ได้ซับซ้อนเลยครับ
ผมรู้จักและเชื่อใจ Party List 5 อันดับแรก ของพรรคนี้แทบทุกคน
เชื่อในฝีมือ หัวใจ และความตั้งใจในการทำงานจริง
และอยากเพิ่มโอกาสให้ “คนแบบนี้” ได้เข้าไปทำงานในสภา
โดยเฉพาะ Party List ลำดับที่ 1 และ 2
ซึ่งผมรู้จักเป็นการส่วนตัว
ในฐานะ เพื่อนร่วมทำงานด้านเกษตรนวัตกรรม
ที่พยายามสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรไทย
ตั้งแต่หญ้าเนเปียร์ จนถึงตลาดโลก ทั้งเอเชียและ GCC
ผมมั่นใจว่าทั้งสองคน
เป็นคน ซื่อสัตย์ สุจริต มีฝีมือจริง
มีหัวปฏิรูป ทันสมัย ทำงานเป็น
ไม่สุดโต่ง ทำงานกับทุกพรรคได้ทั้งซ้ายและขวา
และเคารพสถาบันกับวัฒนธรรมอันดีของชาติ
พรรคนี้นำโดย พี่ดุ่ย ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ ปิติพงศ์ ดุ่ย เต็มเจริญ
อดีต สส.กทม. 3 สมัย
หนึ่งในทีมยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2540
ที่หลายคนยกย่องว่าเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน”
พี่ดุ่ยเป็นผู้นำที่ไม่ประนีประนอมกับความไม่เป็นธรรม
มีความรู้ลึกทั้งกฎหมายไทย และกฎหมายระหว่างประเทศ
และยึดหลักชัดเจนว่า
ประชาชนต้องเป็นใหญ่ และประชาธิปไตยต้องเป็นธรรม
Party List ลำดับที่ 2 คือ พี่กันนี่ กรรณ์ ชวกรกุล Gunny Gunn Chawakornkul
นักธุรกิจหญิงที่ผันตัวมาเป็น “เกษตรกรตัวจริง”
ลงมือทำเอง อยู่กับฟาร์มจริง แบบกินนอนกับฟาร์มมาหลายปี
คิดนวัตกรรมเกษตรมูลค่าสูง
และพิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริงในเชิงพาณิชย์
สองคนนี้สะท้อน DNA แบบเดียวกัน
คือ ปฏิบัตินิยม ไม่ขายฝัน แต่ทำให้เห็น
บัตรสีเขียว
ผมเลือก สส.เขต จากพรรคสีฟ้า – พรรคประชาธิปัตย์
เหตุผลง่ายมากครับ
ผมย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ได้หลายปี
ตั้งใจจะใช้ชีวิตและพัฒนาพื้นที่ที่นี่ในระยะยาว
ก่อนเลือก
ผมโทรถามทั้งพระ ผู้นำชุมชน ญาติ และผู้ใหญ่ในพื้นที่
คำตอบคล้ายกันคือ
“ที่ผ่านมา ทั้งสองสมัย แทบไม่เห็นใครทำประโยชน์ให้พื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ”
ผมจึงตัดสินใจ “เปิดโอกาส”
แม้รู้ดีว่าไม่ใช่ทางที่ง่าย
ผมเชื่อว่า “สีฟ้า” ในยุคนี้
ต่างจากหลายปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน
ทั้งในแง่ท่าที มุมมอง การวางตัวกับประชาชน และความเคารพในสถาบันฯ
ผมรู้จัก พี่กรณ์ จาติกวณิช กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij
และ พี่อ้อ การดี เลียวไพโรจน์ Karndee Leopairote
เป็นการส่วนตัว และเคยทำงานร่วมกัน
ตั้งแต่สมัยก่อตั้งสมาคมฟินเทคประเทศไทย (Thai Fintech Association)
และในอีกหลายโอกาส หลายบทบาทและเวที
จนยอมรับจากใจว่า
คนกลุ่มนี้ มีฝีมือจริง ดีจริง แบบไม่ต้องอวยใดๆ
พิสูจน์ตัวเองมาแล้วในทุกเวที ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคการเมือง
ทั้งในประเทศ และนานาชาติ
โดยเฉพาะคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพี่กรณ์ จาติกวณิช
เคยนำพาประเทศ ผ่านช่วงวิกฤติเศรษฐกิจของโลก
และฟื้นฟูกลับมาได้เร็วที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง
และสำหรับผม คุณอภิสิทธิ์ ใน Version นี้ ถือเป็นหนึ่งในยุคที่ดีที่สุด
ทั้งของตัวคุณอภิสิทธิ์เอง และของประเทศไทย
และเหมาะสมมากๆ ในการ Rebrand ประชาธิปัตย์ และประเทศไทย
ที่ตกต่ำและผิดพลาดมากๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
แม้ผมจะไม่ได้เลือก Party List พรรคนี้
แต่ผมเชื่อว่า
ถ้าพื้นที่ใดได้ สส. ที่ทำงานจริง
พื้นที่นั้นจะดีกว่าที่ผ่านมา
บัตรสีเหลือง
ผมเลือก “ไม่เห็นชอบ” ในการลงประชามติแก้รัฐธรรมนูญ
เรื่องนี้ผมเห็นต่างจากทั้งสองพรรคที่ผมเลือก
และผมขอพูดตรง ๆ ด้วยความเคารพ
ผม ไม่ปฏิเสธ การแก้รัฐธรรมนูญ
ถ้าไม่แตะ หมวด 1 และหมวด 2
ที่เป็นเรื่องตัวตนของรัฐ และสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์
แต่ประชามติรอบนี้
มีเวลาน้อยเกินไป
การสื่อสารยังไม่รอบด้าน
และเปิดช่องให้ตีความแบบสุดโต่งได้ง่าย
ผมไม่อยากให้ผลประชามติ
ถูกนำไป “อ้างความชอบธรรม”
โดยที่ประชาชนยังไม่ได้รับข้อมูลครบถ้วน
ผมอยากเห็น
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
และนักการเมืองทุกฝ่าย
จัดเวทีให้ความรู้
อธิบายให้ชัดว่า จะแก้อะไร แก้เพื่อใคร และแก้อย่างไร
สรุปการตัดสินใจของผม
•บัตรสีเขียว — เลือก สส.เขต พรรคประชาธิปัตย์
•บัตรสีชมพู — เลือกพรรคเป็นธรรม เบอร์ 45
•บัตรสีเหลือง — ไม่เห็นชอบประชามติในรอบนี้
นี่คือ “การตัดสินใจส่วนตัว” ของผม
ที่เป็นสิ่งที่ทำได้ในระบบประชาธิปไตย และควรทำ
โดยความเห็นที่แตกต่าง ไม่คสรถูกด้อยค่า ไม่จากจากใครๆ
สำหรับผม นี่ไม่ใช่คำชี้นำใคร
ใครจะเลือกอะไร
เชิญตามสิทธิ ตามความเชื่อ และตามวิจารณญาณของตัวเองได้เต็มที่
ขอเพียงอย่างเดียว ออกไปใช้สิทธิ
และหลังจากนั้น ช่วยกันติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันการทำงานของผู้แทนทุกฝ่าย
เพราะไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร
ประเทศไทย คือแผ่นดินอันเป็นที่รักของเราทุกคน
“ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร
ประเทศไทยยังต้องเดินต่อ
และการเดินต่อที่ดีที่สุด
คือการเดินไปด้วยกัน”
ไปใช้สิทธิของเรากันครับ
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS