Connect with us

News

บอม โอฬาร ชวนคิด! เคยบรรยายความรู้ แม้ในห้องมีคนฟัง 3 คน

Published

on

บอม โอฬาร ชี้ปมร้อนวิทยากรเลิกบรรยายเพราะมีนักศึกษามาฟังไม่ถึง 50% ยืนยัน คุณค่าการเรียนรู้ ไม่ควรตัดสินด้วยจำนวนคนฟัง

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า บอม โอฬาร วีระนนท์ นักธุรกิจคนรุ่นใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“การให้เกียรติ การสื่อสาร และความคาดหวัง”
คุณค่าของการเรียนรู้ ไม่ควรถูกตัดสินด้วยจำนวนคนในห้องเรียน
“ผมเคยบรรยายให้คนฟังหลายพันคน และเคยบรรยายให้คนฟังเพียง 3 คนในห้อง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือความตั้งใจที่จะให้อย่างเต็มที่”

จากประเด็นมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาบรรยาย แต่เมื่อถึงวันจริง มีนักศึกษาเข้าเรียนไม่ถึง 50% จนวิทยากรตัดสินใจยกเลิกการเรียนการสอน

เรื่องนี้ทำให้ผมอยากแบ่งปันมุมมอง ในฐานะคนที่เคยอยู่ทั้ง 3 ฝั่งของห้องเรียน
คือ ผู้สอน ผู้จัดการเรียนรู้ และผู้เรียน

เพราะผมเชื่อว่า ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่แค่การหาคำตอบว่า “ใครผิด ใครถูก?” แต่คือ “เราจะเรียนรู้อะไร และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกได้อย่างไร?”

หนึ่งในพันธกิจสำคัญของชีวิตตลอด 10 ปีที่ผ่านมา
คือการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ เพื่อตอบแทนโอกาสดีๆ ที่เราเคยได้รับจากผู้อื่น

ผมเชื่อเสมอว่า บางครั้งเพียงคำพูดสั้นๆ ความรู้หนึ่งเรื่อง หรือมุมมองจากคนที่ “รู้จริง ผ่านประสบการณ์จริง” อาจขยายกรอบความคิด และพลิกชีวิตใครบางคนได้จริงๆ
ผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่เคยได้รับโอกาสเช่นนั้น

จึงมักไม่ปฏิเสธเมื่อได้รับเชิญไปแบ่งปันความรู้ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษา หากจัดเวลาได้ก็ตั้งใจไป โดยส่วนใหญ่ไม่เคยแม้แต่จะถามเรื่องค่าตอบแทน

ผมเคยบรรยายให้คนฟังตั้งแต่หลายพันคน หลายร้อยคน หลายสิบคน จนถึงห้องที่มีผู้ฟังเพียง 3 คน
แต่ไม่ว่ามากหรือน้อย ทุกคนที่ตั้งใจมาเรียนรู้ ควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากเรา

ขณะเดียวกัน ผ่านการทำงานกว่า 10 ปี ของ DURIAN Corporation หนึ่งในฝ่ายธุรกิจหลักของเรา คือ “Knowledge Services” เรามีโอกาสบริหารจัดการหลักสูตรและเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมากมาย ตั้งแต่องคมนตรี นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจ และนักวิชาการ ชั้นนำ ทั้งในและต่างประเทศ

สิ่งหนึ่งที่ให้ความสำคัญเสมอ คือ
“ความพึงพอใจและการให้เกียรติของทุกฝ่าย”

จากประสบการณ์เหล่านี้ ผมอยากชวนมองผ่าน 3 ประเด็นครับ

1.”การสื่อสารที่ดี คือจุดเริ่มต้นของการบริหารความคาดหวัง”
วิทยากร และผู้นำ ที่มีคุณภาพส่วนใหญ่มีหัวใจของความเป็นผู้ให้ แต่ก็มักมีภารกิจมากมาย และให้ความสำคัญกับ “เวลา” ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดอย่างหนึ่งของชีวิต

การที่คนเหล่านั้นจัดเวลามาแบ่งปันความรู้
จึงสะท้อนทั้งความตั้งใจและการให้เกียรติผู้เรียน และองค์กรที่เชิญมา

ผู้จัดจึงควรสื่อสารให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ทั้งหัวข้อการบรรยาย ประเด็นเนื้อหาที่อยากให้แบ่งปัน จำนวนผู้ลงทะเบียน จำนวนที่คาดว่าจะเข้าร่วมจริง ลักษณะผู้เรียน วัตถุประสงค์ รูปแบบการสอน ค่าตอบแทน ตลอดจนการต้อนรับและอำนวยความสะดวก
เพื่อให้วิทยากรตัดสินใจบนข้อมูลจริง และมีความคาดหวังตรงกัน

ในทางกลับกัน ผู้จัดก็ควรสื่อสารกับนักศึกษาว่า
“ทำไมจึงเชิญวิทยากรท่านนี้มา มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญด้านไหน และผู้เรียนจะได้รับประโยชน์อะไร?”
โดยเฉพาะ Guest Speaker ระดับสูง การยืนยันจำนวนผู้เข้าร่วมจริงล่วงหน้า (Reconfirmation) เป็นแนวปฏิบัติสำคัญ หากมีผู้เรียนน้อยกว่าคาด ก็อาจปรับรูปแบบ เปิดรับผู้สนใจเพิ่มเติม หรือหารือวิทยากรล่วงหน้าได้

ส่วนผู้เรียนเองย่อมมีสิทธิเลือกใช้เวลาของตน และจัดลำดับความสำคัญ ภายใต้ความรับผิดชอบและข้อตกลงของหลักสูตร / ผู้จัดงานนั้นๆ

เพราะในทางบริหาร ความพึงพอใจเกิดจากการเปรียบเทียบระหว่างสิ่งที่ได้รับจริง (Perceived Value) กับสิ่งที่คาดหวัง (Expectation)
ยิ่งสื่อสารดี ก็เข้าใจกันมากขึ้น โอกาสผิดพลาด หรือความไม่พอใจ ก็ยิ่งลดลงครับ

2.”การให้เกียรติ ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”
ส่วนตัวผมมีหลักง่ายๆ ในการบรรยายทุกครั้งว่า
“เรื่องที่รู้จริง เราจะไม่กั๊ก”
“เรื่องที่ไม่รู้ เราจะไม่มั่ว”
“และเรื่องที่เป็นความลับของผู้อื่น เราจะไม่เปิดเผย”
ไม่ว่าจะมีผู้ฟัง 3 คน หรือ 1,000 คน ผมพยายามรักษาหลักนี้เสมอ

แต่ผมก็เชื่ออีกว่า
“คุณภาพของการบรรยาย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพผู้พูดเพียงฝ่ายเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพผู้ฟังด้วยเช่นกัน”
วิทยากรคนเดียวกัน บรรยายเรื่องเดียวกัน แต่ห้องเรียนที่เต็มไปด้วยคำถาม ความสนใจ และการแลกเปลี่ยน ย่อมสร้างคุณค่าต่างจากห้องที่มีเพียงการสื่อสารทางเดียว

บางครั้งคำถามดีๆ เพียงคำถามเดียว อาจนำไปสู่ความรู้และประสบการณ์ที่ไม่มีอยู่ในสไลด์เลยด้วยซ้ำ
สำหรับผม การให้เกียรติจึงมี 4 ด้าน เป็นอย่างน้อย คือ
ให้เกียรติวิทยากร ที่สละเวลามาแบ่งปัน
ให้เกียรติสถาบัน ที่สร้างโอกาสในการเรียนรู้
ให้เกียรติตนเอง ด้วยการเห็นคุณค่าของเวลา และโอกาส
ให้เกียรติเพื่อนร่วมห้อง ที่ตั้งใจมาเรียนรู้และไม่ควรเสียโอกาสจากสิ่งที่ตนไม่ได้ก่อ

แน่นอนว่า การเข้าเรียนครบ ไม่ได้แปลว่าทุกคนตั้งใจเรียน
และการขาดเรียน ก็ไม่ได้หมายความว่าใครไม่เห็นคุณค่าของการศึกษา
เราไม่ควรรีบตัดสินใครจากเหตุการณ์เพียงด้านเดียว
แต่ควรช่วยกันสร้าง “วัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ทุกฝ่ายเห็นคุณค่าและให้เกียรติซึ่งกันและกัน”

3.”ห้องเรียนมีขอบเขต แต่การเรียนรู้ไม่ควรมีวันสิ้นสุด”
ผมยังจำคำสอนจากอาจารย์ที่เคารพรักท่านหนึ่ง ตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรีใบแรกได้ดีว่า
“เป็นไปแทบไม่ได้เลย ที่เราจะถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดที่ตนมี ให้ผู้เรียนได้ในเวลาจำกัด หน้าที่สำคัญของ “ครู” หรือ “ผู้ให้” ที่ดี จึงไม่ใช่การสอนทุกสิ่ง แต่คือการจุดประกายความกระหายใคร่รู้ (Curiosity) และชี้แหล่งความรู้ (Source) ให้ผู้เรียนไปศึกษาต่อด้วยตนเอง”

คำสอนนี้อยู่กับผมมาจนถึงทุกวันนี้
ปัจจุบันเรามี AI, Digital Learning และแหล่งความรู้อีกมากมายที่ช่วยให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา
แต่สิ่งที่เทคโนโลยียังทดแทนไม่ได้ทั้งหมด คือ “ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ มิตรภาพ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง และแรงบันดาลใจระหว่างผู้ให้กับผู้รับ”
สำหรับผม แม้จะผ่านห้องเรียนและการทำงานมาหลายสิบปี
วันนี้ก็ยังกลับมาเป็น “นักศึกษา” อีกครั้ง ในวัย 46 ปี
และบังเอิญว่าปัจจุบันผมก็เรียนอยู่ในสถาบันเดียวกับที่เป็นประเด็นนี้ด้วย
ซึ่งนับเป็นคณะที่ 3 แล้ว ที่มีโอกาสศึกษาในสถาบันแห่งนี้ ทั้งระดับปริญญาตรีและโท

ยิ่งเรียนมากขึ้น ยิ่งรู้ว่า “โลกนี้ยังมีอีกมากมายที่เราไม่รู้”
และยิ่งตระหนักว่า Lifelong Learning ไม่ใช่เพียงแนวคิดทางการศึกษา แต่เป็นทัศนคติสำคัญของการใช้ชีวิต

สุดท้าย ผมไม่ได้อยากชวนตัดสินว่า “วิทยากร นักศึกษา หรือ สถาบันฯ ผิด”
เรื่องบางเรื่อง ไม่จำเป็นต้องมีผู้ผิด
ทั้งเรา อาจไม่ทราบข้อเท็จจริง และข้อจำกัดของทุกฝ่ายอย่างครบถ้วน

แต่อยากชวนคิดว่า
“เราจะสร้างระบบการเรียนรู้ที่ดี และสื่อสารกันอย่างไร เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก?”
“เราจะทำอย่างไรให้ทุกคนมองเห็นคุณค่าของโอกาส ก่อนที่โอกาสนั้นจะผ่านไป?”

เพราะสังคมที่ดี ไม่จำเป็นต้องเติบโตจากการหาคนผิดเสมอไป
แต่เติบโตได้จากการนำปัญหามาเป็นบทเรียน และร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลง

ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งวิทยากร นักศึกษา คณาจารย์ สถาบันการศึกษา และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณทุกท่านที่ยังทุ่มเทเวลาและหัวใจ เพื่อแบ่งปันความรู้ พัฒนาคน
และสร้างอนาคตที่ดีให้ประเทศไทยร่วมกันครับ

“จำนวนคนในห้องเรียน อาจบอกได้ว่ามีใครมาเรียนบ้าง
แต่ไม่อาจบอกได้ทั้งหมดว่า การเรียนรู้ครั้งนั้นมีคุณค่ามากเพียงใด”

เพราะบางครั้ง
“การเปลี่ยนชีวิตคนเพียงคนเดียว
อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิต ผู้คนอีกนับพันในอนาคต”

มาร่วมสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่ดี และให้เกียรติกันและกัน ร่วมกันครับ

ด้วยความปรารถนาดี
บอม โอฬาร วีระนนท์

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: