ประชาธิปัตย์ จ่อตรวจสอบ หลังพบโครงการช่วย SME ส่อไม่โปร่งใส ปล่อยคนนอกบงการ-ข่มขู่คุกคามอาจารย์ ม.ศิลปากร ให้ถอนอุทธรณ์
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายกรณ์ จาติกวณิช พร้อมด้วย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีได้รับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนมหาวิทยาลัยศิลปากร เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการใช้เงินกองทุนส่งเสริม SME ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในโครงการพัฒนาแพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซ และ ไลฟ์คอมเมิร์ซ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย (SME)
นายกรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการขนาดเล็กและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ของไทย ต้องเผชิญความเสียเปรียบจากการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ ทั้งเรื่องค่าธรรมเนียม (GP) ที่สูงขึ้น และการสูญเสียข้อมูลการค้าให้ต่างชาติ พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการใช้งบประมาณรัฐในการสร้างแพลตฟอร์มของไทยเอง แต่กระบวนการคัดเลือกผู้ดำเนินโครงการของ สสว. กลับสร้างข้อสงสัยและเหมือนขาดความโปร่งใส โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาของรัฐที่ยื่นข้อเสนอ มองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณา
นายกรณ์ ระบุอีกว่า นอกจากประเด็นการใช้หลักเกณฑ์หยุมหยิมที่ไม่สมเหตุสมผลในการตีตกข้อเสนอของ ม.ศิลปากร เพื่ออาจนำไปสู่การล็อกสเปกแล้ว ยังพบพฤติการณ์น่าวิตก คือ การที่มี “บุคคลภายนอก” ที่ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ สสว. ทำตัวมีอำนาจเข้ามาเจรจาเงื่อนไขกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อีกทั้งเมื่อ ม.ศิลปากร ยื่นอุทธรณ์ตามขั้นตอน กลับเกิดเหตุการณ์คุกคามข่มขู่เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเพื่อให้ถอนอุทธรณ์ จนต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจอย่างเป็นทางการ ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานของรัฐ
“พรรคประชาธิปัตย์มองว่าเรื่องนี้มีคำถามที่ต้องการคำตอบ เพราะงบประมาณแผ่นดินซึ่งมาจากภาษีประชาชนนับวันยิ่งมีจำกัด การใช้วงเงินงบประมาณจึงต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดจากการทุจริตคอรัปชั่น เราจะใช้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัตินำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียก สสว. มาชี้แจงในทุกประเด็น โดยเฉพาะมาตรฐานการคัดเลือกกรรมการ การอธิบายบทบาทของบุคคลภายนอก และขั้นตอนการพิจารณาอุทธรณ์ว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่” นายกรณ์ กล่าว
ด้าน ดร.การดี กล่าวเสริมว่า ในฐานะที่เคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย รู้สึกเสียใจและสะท้อนใจเป็นอย่างมากที่สถาบันการศึกษา ซึ่งควรเป็นเสาหลักเพื่อฟูมฟักคนดี สุจริต กลับต้องมาถูกกลุ่มคนบางกลุ่มแทรกแซงอย่างหนัก พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันในเจตนารมณ์ ‘การเมืองสุจริต’ และจะใช้กลไกกรรมาธิการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องผลประโยชน์สูงสุดให้แก่พี่น้องประชาชนผู้เสียภาษีต่อไป
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS