ดร.พิชาย ชี้ ตลกร้าย! อนุทินตั้งคณะรัฐมนตรี ใต้หลักการซื่อสัตย์ ไร้มลทิน ขณะที่พรรคภูมิใจไทยโดนข้อครหาว่าซื้อเสียง
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า รองศาสตราจารย์ ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณบดี อาจารย์ประจำหลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา โดยระบุว่า
รัฐมตรีใหม่ต้องซื่อสัตย์ เรื่องตลกร้ายของอนุทิน
ความย้อนแย้งทางการเมืองบางครั้ง ไม่ได้มาในรูปของการโกหกอย่างโจ่งแจ้ง
แต่มาในรูปของ “คำประกาศอุดมคติ” ที่ลอยอยู่เหนือข้อครหาซึ่งยังไม่จางหาย
เมื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล วางหลักการตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ว่า
“รัฐมนตรีต้องซื่อสัตย์สุจริต ไร้มลทิน ไม่ขัดผลประโยชน์ชาติ”
ถ้อยคำนี้ในทางหลักการย่อมไม่มีใครปฏิเสธ
เพราะมันคือมาตรฐานพื้นฐานของรัฐประชาธิปไตย
แต่เรื่องตลกร้ายก็เกิดขึ้นทันที
เมื่อพรรคที่เขานำอยู่คือ พรรคภูมิใจไทย
กำลังถูกตั้งคำถามอย่างกว้างขวาง
ทั้งเรื่องการซื้อเสียง การใช้อิทธิพลในพื้นที่
รวมถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับความผิดปกติของคะแนนในบางหน่วยเลือกตั้ง
ปัญหาจึงไม่ใช่คำประกาศ แต่คือ “ความน่าเชื่อถือของผู้ประกาศ”
ความชอบธรรมของอำนาจไม่ได้ตั้งอยู่บนตำแหน่งเพียงอย่างเดียว
แต่อยู่บนความสอดคล้องระหว่าง “ถ้อยคำ” กับ “พฤติกรรม”
เมื่อคำพูดเรียกร้องความบริสุทธิ์
แต่บริบทแวดล้อมเต็มไปด้วยข้อครหา
ถ้อยคำย่อมกลายเป็นกระจกสะท้อนความย้อนแย้ง
นี่คือภาวะที่เรียกว่า การย้ำศีลธรรมล้นเกิน
ในช่วงเวลาที่ทุนทางศีลธรรมกำลังถูกสั่นคลอน
คำถามจึงไม่ใช่ว่า
รัฐมนตรีควรซื่อสัตย์หรือไม่
แต่คือ
ใครมีความชอบธรรมพอที่จะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานนั้น
และยิ่งไปกว่านั้น
หากพรรคการเมืองถูกตั้งคำถามเรื่องการซื้อเสียงหรือการบิดเบือนคะแนน
การประกาศคุณธรรมโดยไม่สะสางข้อสงสัย
อาจถูกตีความว่าเป็น “การครอบครองวาทกรรมความดี”
มากกว่าทำความดีในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง
การเมืองไทยในระยะหลังเต็มไปด้วยฉากเช่นนี้
ที่คุณธรรมถูกยกขึ้นเป็นธง
ในขณะที่โครงสร้างอำนาจเดิมยังไม่ถูกแตะต้อง
ดังนั้น ความย้อนแย้งไม่ได้อยู่ที่คำว่า “ซื่อสัตย์สุจริต”
แต่อยู่ที่คำถามง่าย ๆ ว่า
ก่อนจะวางมาตรฐานให้คนอื่น
ผู้วางมาตรฐาน
ได้ผ่านการตรวจสอบของสาธารณะอย่างโปร่งใสแล้วหรือยัง
และในระบอบประชาธิปไตย
คำถามนี้ไม่ใช่การทำลายใคร
แต่คือเงื่อนไขพื้นฐานของความไว้วางใจร่วมกัน
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS