Connect with us

News

บรรยง พงษ์พานิช เผยความรู้สึก! ตอนแรกลังเล ส้มหรือฟ้า ตอนนี้แนวแน่แล้ว…!!

Published

on

บรรยง พงษ์พานิช ประกาศเลือกตั้งครั้งนี้ กาให้พรรค…ทั้ง 2 ใบ

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า บรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเกียรตินาคินภัทร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

ผมจะเลือกพรรคประชาชน ทั้ง 2 ใบ…

หลังจากที่ติดตามดูและฟังนโยบายของพรรคต่างๆ รวมทั้งวิเคราะห์ถึงโอกาสในทางปฏิบัติและความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดสถานการณ์เลวร้ายต่างๆตามมา ผมตัดสินใจกาให้พรรคส้มทั้ง 2 ใบ หลังจากที่ลังเลอยู่นาน ระหว่างสีส้มกับสีฟ้า

ขอบอกเลยว่า รัฐบาลผสมส้มฟ้า คือความฝันของผม

สำหรับเหตุผล 3 ข้อของผม มีดังนี้ครับ

1.ผมเชื่อและพูดตลอดมา ทุกครั้งที่มีโอกาสว่า ปัญหาที่เป็นตัวถ่วงประเทศมานาน คือ ปัญหาเชิงสถาบัน 5 ด้าน คือ ประชาธิปไตยไม่จริง(Democracy) ชิงกันโกง(Corruption) ทางโล่งทุนใหญ่(Economic freedom) ไม่ใฝ่การเรียน(Education) เซียนคุมศาล(Rule of Law) …ซึ่งถ้าดูดัชนีเปรียบเทียบ(Indexes) จะเห็นว่าประเทศเราเสื่อมถอยลงเรื่อยๆทั้ง 5ด้าน นั่นคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจ และสังคมได้

หลังจากที่ได้พิจารณานโยบายของพรรคใหญ่ที่ประกาศออกมา ผมพบว่า มีแค่นโยบายของสองพรรค ที่มุ่งเน้นปรับปัจจัยทางสถาบันเหล่านี้อย่างครบด้านที่สุด คือพรรคฟ้าและพรรคส้ม พรรคแดงยังมุ่งเน้นประชานิยมระยะสั้น ส่วนพรรคน้ำเงิน ผมเห็นว่ามุ่งขายแต่ว่าจะทำให้ดีขึ้นในบริบทเดิมๆ ไม่เน้นแตะโครงสร้างเชิงสถาบันเหล่านี้

2.ปัจจัยที่สองที่ผมใช้ประกอบการตัดสินใจ คือโอกาสที่จะเปลี่ยนนโยบายให้เป็นผลในทางปฏิบัติ ซึ่งในความเห็นของผม รัฐบาลที่จะทำได้ จะต้องมีจำนวนสส.มากเพียงพอ และจะต้องสามารถลดอุปสรรคโดยเฉพาะ จากองค์กรอิสสระ และสว. ซึ่งจะมาได้ก็ต่อเมื่อมีการยกร่าง รธน.ใหม่เท่านั้น ซึ่งถึงแม้พรรคส้มจะมีประสบการณ์น้อยในการบริหารรัฐบาล แต่การที่มีการระดมมืออาชีพที่มีประสบการณ์ด้านต่างๆจะช่วยลดปัญหาได้ ส่วนพรรคฟ้า ถึงแม้จะมีประสบการณ์สูงแต่โอกาสที่จะได้เสียงมากขึ้นมาถึงร้อยคนแทบไม่มี (ผมก็ยังหวังว่าจะได้ร่วมมือกันทำงาน)

3.ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวายรุนแรงในสังคมจากผลการเลือกตั้ง ถึงแม้ถ้าพิจารณาแล้ว การที่พรรคส้มขึ้นมา อาจเสี่ยงที่ฝ่ายอนุรักษ์อาจจะต่อต้านจนสร้างความวุ่นวายขึ้นมาได้ แต่ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้อาจจะลดโอกาสวุ่นวายรุนแรงในระยะสั้น แต่ผมเชื่อว่าถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ก็จะเท่ากับสร้างแรงกดดันสะสม ซึ่งในที่สุด จะเกิดความรุนแรงวุ่นวายหนักยิ่งกว่าในระยะยาวได้ ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เกิดหายนะยิ่งใหญ่กว่า ทำให้อนาคตชาติสูญหายไปเป็นชั่วอายุคนได้

นั่นคือเหตุผลที่ผมใช้ในการพิจารณาตัดสินใจครับ

อย่างไรก็ดี ผมได้ปรึกษาปัญญาประดิษฐ์(Chat GPT) ถึงการวิเคราะห์ทั้ง 3 ปัจจัย ซึ่งขอให้AIให้ความเห็นทั้ง 3 ปัจจัย โดยในคำถามแรก ผมใช้ prompt ดังนี้ครับ

Prompt ที่ผมใช้ครับ:

1.For this upcoming Thai election, I want you to help evaluate which party’s policies help most with our structural, institutional problems. I will tell you the problems, then you can go research policies of parties.
2.Only 3 parties are likely important enough (the top 3). You can also include smaller ones (1-2 others) if they have effective policies worthy of inclusion. Here’s the 5 problems: Democracy, Corruption, Economic-Freedom, Education, Rule of Law. ปัญหาโครงสร้าง/สถาบัน พวกนี้คือตัวถ่วงของประเทศ.​ นโยบายพรรคไหน มุ่งแก้ปัญหาเหล่านี้มากที่สุด
3.To help you research better. I’ll turn on Agent Mode. Now please do it again to get more complete information. ลองอีกที.
4.แปลไทยด้วย
5.แปลตัวรายงานด้วย ใส่ในคำตอบตรงนี้เลย ไม่ต้อง click ไปอ่าน
6.สรุปสั้นๆ เทียบ 3 พรรคให้ดูง่ายๆ พรรคไหนตอบโจทย์ ขอคะแนนถ่วงน้ำหนัก

ซึ่ง Chat GPT ก็ได้ตอบโดยให้คะแนนดังนี้ ประชาชน 92 เพื่อไทย 72 ปชป.66 ภูมิใจไทย (58

ส่วนด้านปัจจัยที่สอง โอกาสทำได้จริงในภาคปฏิบัติ เขาตอบมาแบบนี้ครับ 1. ภูมิใจไทย 2.เพื่อไทย 3. ประชาชน 4.ปชป.

และในคำถามสุดท้ายเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดวุ่นวาย เขาตอบมาว่า ประชาชนเสี่ยงสุด รองลงมาก็เพื่อไทย

จะเห็นได้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุด แต่ก็จะเป็นการเลือกตั้งที่มีโอกาสเปลี่ยนประเทศมาก ทั้งในแง่เปลี่ยนให้ดีขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย

สุดท้าย ผมถามผู้บัญชาการสูงสุดที่บ้าน เธอตอบสั้นๆว่า “ส้มสองใบ กาเห็นชอบ”

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: