Connect with us

News

ไทยช็อก! สหรัฐฯ ประกาศรีดภาษี 36%!! “ประกิต” จี้ รัฐบาล รีบทำโดยด่วน พร้อมแนะ สิ่งที่ห้ามทำ ยิ่งสู้ไทยยิ่งตาย

Published

on

ประกิต สิริวัฒนเกตุ เผย ทางเลือกทางรอดหลังไทยเจอภาษีจัดหนักจากทรัมป์!! แนะ รัฐบาล การไปคิดสู้และทำการตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสวนกับสหรัฐแบบที่ จีนหรืออียูกำลังจะทำจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ทรงนี้สู้ไปยิ่งตายเปล่า

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ภายหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีใหม่ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 เม.ย.68 ตามเวลาประเทศไทย หรือ วันที่ 2 เม.ย.68 ตามเวลาสหรัฐฯ โดยประเทศไทย ปรากฎชื่อประเทศไทยว่า จะถูกเก็บภาษีต่างตอบแทน 36% เนื่องจากสหรัฐฯ มองว่า อัตราภาษีที่ไทยเก็บสหรัฐฯ โดยคำนวณจากการบิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยน และกำแพงการค้าที่ไม่ใช่ภาษี สูงถึง 72%

ล่าสุดเมื่อเวลา 7.23 น.วันที่ 3 เม.ย.68 คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) ออกบทวิเคราะห์ โดยระบุว่า…

ทางเลือกทางรอดหลังไทยเจอภาษีจัดหนักจากทรัมป์

Heavy Tariff ของทรัมป์ประกาศแล้ว

โทยโดนจัดเพิ่มหนักๆ 36% สาเหตุที่โดนหนัก ทรัมป์ อ้างว่าเพราะไทยไปเก็บภาษีจากสหรัฐเยอะ 72% (ไม่รู้ว่าอ้างจากสินค้าตัวไหน แต่ที่แน่ๆไม่ใช่ทั้งหมด น่าจะเป็นสินค้าที่ไทยต้องปกป้องอุตสาหกรรมหรือการเกษตรบางอย่างในประเทศ)

ในเมื่อไม่ใช่สินค้าทั้งหมดที่เราไปเก็บ 72% ฉะนั้นแล้วที่ไทยจะโดน 36% ก็ไม่น่าจะต้องเป็นทั้งหมดเช่นกัน (อันนี้ผมยังไม่แน่ใจ)

ผลกระทบต่อ GDP หนักแน่ เอาแค่ที่เคยประเมินไว้ถ้าโดน 15% จะกระทบกับ GDP 1.5% เท่านี้ก็หนักละ นี่มาเจอ 36% ยิ่งหนักเข้าไปกันใหญ่ แต่คงไม่ถึงเกิน 2% หรือถึงขั้นกระทบรุนแรง 3.6% ตามบัญญัติไตรยางศ์

เป็นเพราะทรัมป์จัดเก็บภาษีหนักแบบตอบโต้ถ้วนหน้า คือเกือบทุกประเทศโดนหมด การแข่งขันด้านราคาของแต่ละประเทศจึงไม่น่ารุนแรงมากไปกว่าเดิมเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่ๆคือมูลค่าการส่งออกสินค้าจากไทยไปสหรัฐต้องลดลง เพราะราคาสินค้าบวกภาษีที่สูง หนึ่งกำลังซื้อในสหรัฐจะลดลง และสองสินค้าที่ไทยส่งออกจะถูกทดแทนด้วยสินค้าที่ผลิตในสหรัฐเอง

สิ่งที่ไทยต้องเร่งทำจากนี้ คือ เจรจา เจรจา และเจรจา เพราะตลาดสหรัฐเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ปี 2567 ไทยส่งออกไปยังสหรัฐ 5.49 หมื่นล้านเหรียญคิดเป็น 18.3% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด และไทยเกินดุลกรค้ากับสหรัฐมากกว่า 3.6 หมื่นล้านเหรียญ

การไปคิดสู้และทำการตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสวนกับสหรัฐแบบที่ จีนหรืออียูกำลังจะทำจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ทรงนี้สู้ไปยิ่งตายเปล่า

ไทยต้องยอมเปิดตลาดการค้าของตัวเองต่อสหรัฐให้มากขึ้น ทั้งสินค้าเกษตร (เช่น หมูเนื้อแดง) สินค้าอุตสาหกรรมหนัก (เครื่องจักร อาวุธสงคราม) การเปิดเสรีด้านต่างๆ รวมไปถึงการร่วมเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคงทางทหาร ที่ต้องมีมากขึ้น จะติ๊ดชึ่งทำตัวเป็นกลางรอเก็บกินอย่างแต่ก่อนไม่ได้อีกแล้ว กระนั้นก็ต้องประเมินผลกระทบทั้งได้และเสียให้ดี

นอกจากนั้นต้องเร่ง แสวงหาเพื่อนร่วมปัญหา เจรจาเพื่อเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างไทยและประเทศคู่ค้าอื่นๆ เพื่อชดเชยตลาดสหรัฐที่กำลังจะหดตัว

เร่งลดการขาดดุลการค้ากับจีนให้ได้ กำแพงภาษีระหว่างไทยกับจีนต้องมีมากขึ้น เพราะจากนี้ไทยจะเกินดุลการค้าสหรัฐน้อยลง (ที่ผ่านมาได้การเกินดุลจากสหรัฐชดเชยกับที่ขาดดุลจากจีน) หากไม่ลดการขาดดุลการค้ากับจีนลงมาในวันนี้ อนาคตก็เตรียมขาดดุลมโหฬาร และไทยจะเข้าสู่สภาวะล้มละลายจนเจ๊งเหมือนอย่างที่หลายประเทศที่พึ่งพาจีนกันเป็นหลักได้เจอกันมา

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ประชาชนในสหรัฐ ต้องเป็นฝ่ายได้รับกระทบ จากการเจอช็อคเวฟ ราคาสินค้านำเข้าทั้งหมดจะพุ่งพรวดขึ้น ขณะที่การผลิตในสหรัฐยังไม่สามารถผลิตทดแทนได้ทัน เงินเฟ้อจะทะยานสวนทางกับกำลังซื้อที่หดตัวอย่างรวดเร็ว แม้เกมนี้ทรัมป์บอกจะแก้ด้วยการลดภาษีในประเทศครั้งใหญ่ แต่คลื่นของราคาสินค้านำเข้าแพง ย่อมสร้างความปั่นป่วนแน่นอน ดังนั้นสหรัฐจะต้องมีการผ่อนปรนมาตรการภาษีเกิดขึ้นแน่ๆ แต่จะเกิดขึ้นกับประเทศไหน อย่างไร ทุกอย่างก็อยู่ที่การเจรจาต่อรอง

รัฐบาลครับ เรื่องนี้มันสำคัญกว่าคาสิโนบ้าบอมากๆเลยนะครับ

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: