กรมสุขภาพจิต ยกเรื่องราวของมิลลิ นิยามความสำเร็จ ที่มากกว่าการคว้าอันดับหนึ่ง หลังเข้าร่วมการแข่งขันประกวดฮิปฮอปชื่อดังที่เกาหลีใต้
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความถึง มิลลิ แร็ปเปอร์สาวชาวไทยที่เข้าประกวดฮิปฮอปชื่อดังแห่งเกาหลีใต้ Show Me The Money 12 และคว้าอันดับที่ 4 มาได้
นิยามความสำเร็จ ที่มากกว่าการคว้าอันดับหนึ่ง
หลายคนอาจจะคิดว่า MILLI เป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว เด็กผู้หญิงจากประเทศไทยคนนี้ เคยขึ้นเวทีระดับโลกอย่าง Coachella มีเพลงติดชาร์ต มีตัวตนชัด มีแฟนคลับทั้งในและต่างประเทศ
แล้วทำไม…เธอยังเลือกจะไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้งบนเวทีแข่งขันอย่าง Show Me the Money ซีซั่น 12 ที่เกาหลีอีก?
คำตอบแบบง่ายๆ คงเป็น “อยากไปให้ไกลกว่าเดิม”
แต่ถ้าฟังจากบทสัมภาษณ์ของ MILLI จริงๆ มันลึกกว่านั้น
เธอเคยพูดไว้ประมาณว่า …เธอไม่ได้มองตัวเองว่าไปแข่งเพราะอยากชนะ แต่ไปเพื่อเรียนรู้ และท้าทายตัวเองในสนามที่ยากกว่าเดิม
นี่แหละ คือจุดที่น่าสนใจที่สุด
ถ้าคุณเป็นศิลปินที่ดังอยู่แล้วในประเทศตัวเอง คุณมีทางเลือก 2 ทาง
1.อยู่ต่อ ทำสิ่งที่ตัวเองถนัด แล้วก็สำเร็จต่อไปเรื่อยๆ
2.หรือไปเริ่มใหม่ ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักคุณจริงๆ
MILLI เลือกข้อสอง และยอมกลับไปเป็นมือใหม่อีกครั้ง
ในรายการ Show Me the Money เธอไม่ได้เป็น MILLI ตัวท็อปจากไทย …แต่เป็นแค่ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง
MILLI ต้องฝึกภาษาเกาหลีอย่างจริงจัง
ไม่ใช่แค่พูดได้ แต่ต้องแรปได้ ซึ่งใครที่เข้าใจดนตรีฮิปฮอปจะรู้ว่าการแรปไม่ใช่แค่ใช้คำให้ถูก
แต่มันคือ flow คือ จังหวะ คือ ความรู้สึกในภาษา
และการไปทำสิ่งนี้ในภาษาที่ไม่ใช่ของตัวเองมันยากระดับที่หลายคนไม่กล้าลองด้วยซ้ำ
ระหว่างทางในรายการ
สิ่งที่น่าสนใจคือ MILLI ไม่ได้เลือกเล่นแต่ของถนัด
ในเพลง NEVER ทดลองเอา Hip Hop ไปผสมกับ Jazz
หรือเพลง MSG ในรอบชิง ที่เปิดรสชาติใหม่ๆนัวๆ
เรียกว่าเล่นท่ายาก และเสี่ยงสูงมากในทุกเวที
แต่สิ่งนี้กลับสะท้อน mindset สำคัญอย่างหนึ่ง
เธอเลือก ”ด้านที่เติบโตที่สุด” แทน ”ด้านปลอดภัยที่สุด”
สุดท้ายแล้วการแข่งขันครั้งนี้ แม้ไม่ได้จบลงด้วยการที่ MILLI ได้แชมป์
แต่ถ้าเรามองให้ลึกกว่านั้น
คำถามคือ…เธอ “แพ้” จริงไหม?
หรือจริงๆ แล้วเธอ “ชนะ”
…ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจไปออดิชั่นแล้ว
ถ้าออกจากโลกของดนตรี ไปยังโลกของสุขภาพจิต
มีคำหนึ่งที่สำคัญมากเรียกว่า Comfort zone
พื้นที่ปลอดภัยที่เราคุ้นเคย ที่เรารู้ว่าเราทำได้ดี
มันไม่ใช่สิ่งไม่ดีนะ
แต่ปัญหาคือ ถ้าเราอยู่ตรงนั้นนานเกินไป
เราจะเริ่มกลัวการเติบโต
กลัวการผิดพลาด
กลัวการเริ่มใหม่
และสุดท้ายเราจะติดอยู่กับเวอร์ชันเดิมของตัวเอง
สิ่งที่ MILLI ทำจึงไม่ใช่แค่การไปแข่งรายการหนึ่ง
แต่มันคือการส่งสัญญาณบางอย่าง
โดยเฉพาะกับคนไทยและคนทั่วโลก ว่า
“ความสำเร็จ มันไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียวนะ”
หลายคนมักเผลอคิดไปว่า
ความสำเร็จ = ได้ที่ 1
แต่ในความเป็นจริง
ความสำเร็จอาจเริ่มตั้งแต่
…วันที่คุณกล้าสมัครในสิ่งที่กลัว
…วันที่คุณพูดภาษาที่ไม่มั่นใจออกไป
…วันที่คุณยอมรับว่าตัวเองยังไม่เก่งพอ
…วันที่ท้อแท้แล้วยังเลือกจะพัฒนาต่อ
แม้ไม่ได้ถูกบันทึกในฐานะแชมป์ Show Me the Money
แต่ MILLI ได้อะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้นไปแล้ว
นั่นคือ เวอร์ชันใหม่ของตัวเอง
และบางที สิ่งนี้แหละ อาจเป็นชัยชนะที่สำคัญที่สุดแล้วก็ได้
ในฐานะผู้ชม
ไม่อยากให้ทุกคนน้อยใจที่เรารวมใจคนทั้งโลกไม่เพียงพอที่จะโหวตส่งน้องนวยของพวกเราให้เป็นแชมป์
แต่อยากให้คนไทยช่วยกันขอบคุณเวทีนี้ของเกาหลี ที่ส่งคู่แข่งที่เก่งกาจมากมายมาให้ตัวแทนจากไทยคนนี้ได้รีดเร้นความสามารถ
และก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตัวเองไปอย่างไร้ข้อกังขา
และสำหรับวัยรุ่นที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่
คุณไม่จำเป็นต้องเป็น MILLI
คุณไม่ต้องไปแข่งที่เวทีระดับโลก
แต่คุณอาจเริ่มจากอะไรเล็กๆใหม่ๆ ได้เลยตั้งแต่วันนี้….
ลองสมัครกิจกรรมอะไรที่ไม่มั่นใจ
ฝึกภาษาใหม่ๆ
ออกไปช่วยเหลือคนรอบข้าง
เริ่มโปรเจกต์ของตัวเอง
อะไรก็ได้ แค่คิดแล้วออกไปลุยเลย
เพราะสุดท้ายแล้ว
ชีวิตไม่ใช่สนามแข่งที่มีแค่ผู้ชนะคนเดียว
แต่มันคือการก้าวเดินไปข้างหน้า เพื่อหาเวอร์ชันใหม่ที่ดีขึ้นของตัวเอง
และนั่นแหละคือความสำเร็จที่แท้จริง…ที่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ก้าวเดินแรกของพวกเราทุกคน
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS