ทูตนอกแถว ชี้ วิกฤตตะวันออกกลาง สะท้อน แสนยานุภาพสหรัฐฯ เตือน คนในรัฐบาล พูดท้าทายหวังคะแนน ไม่ได้กับประเทศชาติ
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือทูตนอกแถว โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
เราเห็นอะไรบ้างในวิกฤตการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางล่าสุด?
หลายคนวิเคราะห์กันไปเยอะแล้ว
ผมขอนำเสนอแค่ข้อสังเกตบางมุม ที่อาจไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันนัก
สิ่งหนึ่งที่เห็นคือ แม้อิสราเอลจะเป็นประเทศที่มีขีดความสามารถทางทหารสูง แต่ลำพังเพียงตนเองคงไม่สามารถดำเนินการขนาดนึ้ได้หากไม่มีสหรัฐฯ ร่วมช่วยด้วย ซึ่งสิ่งนี้ ในตัวมันเอง บ่งบอกว่าถึงโลกส่วนใหญ่จะไม่ชอบและต่อต้านอิสราเอลแค่ไหน ต่อให้อิสราเอลไม่มีมิตรประเทศอื่นเลยในโลก แต่การมีแค่อเมริกาเพียงประเทศเดียวก็เกินพอแล้ว
และไม่ต้องแคร์ใครอีกในโลก
และทำให้ตอกย้ำเห็นถึงแสนยานุภาพของสหรัฐฯ อีกครั้ง ที่ยากจะมีใครกล้าต่อกรด้วย ซึ่ง ปธน. ทรัมป์ฯ ก็พูดถึงอิหร่านประมาณให้ดูไว้ว่านี่คือผลของผู้ที่ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐฯ
เลยมานึกถึงความสัมพันธ์ไทย – สหรัฐฯ ที่ไทยเรามีความสัมพันธ์อันดีแนบแน่นมาช้านาน แต่ดูเหมือนเร็วๆ นี้ค่อนข้างห่างเหินกันไปบ้าง
การรักษาความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐฯ ที่เป็นประเทศมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในขณะนี้ของโลก เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อไทย ที่ต้องพึงทำนุบำรุงไว้ เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติของเราเอง ทั้งทางด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ
การไปพูดจาท้าทายผู้นำสหรัฐฯ ในหลายกรรมหลายวาระของคนในรัฐบาลนี้ ที่สร้างความสะใจและได้คะแนนจากกระแสชาตินิยมในประเทศ แต่ในระยะยาวอาจไม่ได้เป็นคุณต่อผลประโยชน์แห่งชาติที่แท้จริงของเรานัก
แน่นอนว่าไทยไม่จำเป็นต้องเลือกข้าง แต่การผูกมิตร รักษาไมตรี ไม่ไปท้าทายเขาโดยไม่จำเป็น กับมิตรประเทศมหาอำนาจเป็นสิ่งพึงกระทำ และเป็นสิ่งที่ผู้นำที่คำนึงถึงผลประโยชน์แห่งชาติระยาวพึงตระหนัก มากกว่าแค่การเล่นตามกระแสการเมืองภายในไปวันๆ เท่านั้น
นี่จึงคือจุดบอกความแตกต่างของคนที่เป็นผู้นำว่าจะเลือกเช่นไร
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS