ดร.อานนท์ แนะไทย หากสงครามขยายตัวหรือยืดเยื้ออย่ากระโดดลงไปในสงคราม
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า…
ประเด็นที่ไทยต้องเตรียมตัวนะครับ
หากสงครามขยายตัวหรือยืดเยื้อ
หนึ่ง อย่ากระโดดลงไปในสงครามที่ฝุ่นตะลุมบอน ปล่อยมหาอำนาจเขารบกันไปครับ เราไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง จนกว่าทุกอย่างจะชัดเจนว่าฝ่ายใดจะเพลี่ยงพล้ำ พึงรักษาความเป็นกลางและเป็นมิตรกับทุกฝ่าย หากจะให้ความช่วยเหลือก็ให้ความช่วยเหลือทั้งสองฝ่าย เช่น อาหาร ก็ควรส่งไปช่วยทั้งสองฝ่ายที่รบกัน
สอง น้ำมัน เราจะมีน้ำมันสำรองไปได้นาน 60 วัน หลังจากนั้นคือหมด ถ้าไม่ได้นำเข้ามา จะเร่งขุดเองในประเทศ หรือบังคับใช้รถ EV แทนทั้งหมด แล้วก็ work from home ลดการเดินทางเพื่อลดการใช้พลังงาน
เติมน้ำมันให้เต็มถังทุกคันเถิดครับพี่น้องชาวไทย
สาม ไฟฟ้า เราผลิตไฟฟ้าส่วนใหญ่จากก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยประมาณ 60% นำเข้าจากพม่าทางท่อ 14% ที่เหลือนำเข้าเป็น Liquified natural gas ทางเรือ จากกาตาร์และสหรัฐอเมริกา อันนี้ไม่กระทบ เร่งขุดในอ่าวไทยได้ครับ พอใช้สบาย ๆ นอกจากนี้ Gulf Energy ยังช่วยให้สำรองไฟฟ้าของไทยเหลือเฟือไปอีกราว 45% เอามาชาร์จรถ EV ใช้แทนรถน้ำมันได้อีกมากมายครับ
Solar cell เราก็แสงแดดเหลือเฟือครับ บ้านไหนติดได้ก็ติดเถิดครับ
สี่ ยาและเวชภัณฑ์ เรื่องนี้เปราะบางครับ เรานำเข้ายาเป็นหลักเลย ศ.นพ. ธีรวัฒน์ เหมะจุฑา เขียนบทความเรื่องนี้ไว้ดีมาก ผมเคยแชร์ แต่หาไม่เจอ
ระดับประเทศ มีสิ่งที่ รมว สาธารณสุขต้องตระเตรียมครับ
สำหรับประชาชน หากมีโรคประจำตัว ควรมียารักษาโรคประจำตัว (ที่ไม่หมดอายุ) อยากน้อย 6 เดือนครับ
เรื่องข้าวปลาอาหาร ผมว่าประเทศไทยไม่น่าห่วง เราผลิตได้เหลือเฟือเกินจะกินไหว ต้องส่งออกมากมายครับ
มีเนื้อหมูที่เรานำเข้าเยอะมาก เพราะต้นทุนการผลิตเราสูงมาก แต่ไม่น่าจะกระทบครับ น่าจะนำเข้าได้ตามปกติ
#เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS