สมชาย ร่ายยาว! หลายชาติในอาเซียน เคยตามหลังไทย ทุกวันนี้ทิ้งห่างคะแนนคอรัปชั่นไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า สมชาย แสวงการ
รองประธานมูลนิธิสนับสนุนการป้องกันและ
การปราบปรามทุจริต (GAF) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
มองจีนปราบปรามทุจริตแล้วย้อนดูตัว
ดูผู้นำจีนสี่จิ้นผิงปราบคอรัปชั่นแล้ว อาจมีปัจจัยหลายประการ ว่า จีนอาจสำเร็จได้เพราะเป็นเผด็จการคอมมิวนิสต์ แต่ก็มีปัญหาที่ยากมากคือ มีประชากรมากถึง 1,400ล้านคน ซึ่งก็ยากมากๆที่จะปราบปรามคอรัปชั่นให้สำเร็จ
ลองย้อนกลับมาดูแค่ไทยกับอาเซียน จะเห็นว่า ใน11ชาติอาเซียน มีความแตกต่างกันในรูปแบบการปกครอง มีทั้งประชากรน้อยมาก จนถึงมากสุดขนาด100-200ล้านคน
ทำไมจึงจัดการปัญหาคอรัปชั่นได้ดีกว่าไทย
สิงคโปร์ เพิ่งสร้างชาติ 60ปีประชาธิปไตยแบบอำนาจนิยม
ประชากรน้อย ได้คะแนนสูงสุดในอาเซียนในเอเชีย 84คะแนน อันดับ 3ของโลก
บูรไน ปกครองในระบอบสมบูรณญาสิทธิราช ที่เรียกว่า ราชาธิปไตย คะแนนสูงถึง 63 คะแนน อันดับ2ในอาเซียน
ส่วนมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย
เคยมีคะแนนดัชนีคอรัปชั่น เกาะกลุ่มกัน 35-38 คะแนน
เหตุใด มาเลเซีย เวียดนาม ที่มีการปกครองแตกต่างกัน ถึงก้าวกระโดดคะแนนทิ้งห่างไทยไปได้ ไม่นับรวมประเทศเกิดใหม่ เพิ่งได้เอกราชไม่กี่ปี อย่างติมอร์เลสเต้ ก็มีคะแนนแซงไทย ไม่เห็นฝุ่น
เหลือไว้แต่ไทย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา เมียนมา ซึ่งมีการปกครองแตกต่างกัน
ฟิลิปปินส์ ประชาธิปไตยจ๋าสุดในอาเซียน แต่ทุจริตเลือกตั้งติดอันดับ กัมพูชาปกครองด้วยระบอบฮุนเซ็นในคราบประชาธิปไตยจอมปลอม
เมียนมา เผด็จการทหาร
ไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย เช่นกัน
ทำไมคะแนนทุจริตเต็มแผ่นดิน
คำถามนี้ คนไทยทั้งชาติ ต้องช่วยคิดครับ ว่า เราจะทนอยู่กันอย่างนี้ จริงๆหรือ
ผู้นำต้องมีPolitical Will หรือ”เจตจำนงทางการเมือง” คือมี ความมุ่งมั่นตั้งใจจริง
ความเต็มใจ และความเด็ดขาดของผู้มีอำนาจตัดสินใจทางการเมือง ที่จะผลักดันนโยบาย แก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชั่นให้สำเร็จลุล่วง แม้ว่า จะต้องเผชิญกับอุปสรรค แรงกดดัน
หรือต้องสูญเสียต้นทุนทางการเมืองไปก็ตาม
หากผู้นำมีเจตน์จำนงทางการเมืองร่วมกับคนไทยทั้งประเทศ
เราทำได้แน่นอนครับ
ประเทศไทยเดินหน้า หลุดพ้นกับดักประเทศคอรัปชั่นได้ในยุคเราครับ
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS