Connect with us

Sports

เรือใบสีฟ้า เปิดบ้านทำได้แค่เสมอกับ หงส์แดง 2-2 ในศึกชิงบัลลังก์จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

Avatar

Published

on

เป็นครั้งแรกที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน แล้วไม่สามารถปิดเกมส์ด้วยชัยชนะ
ทำให้ทั้งสองทีม ยังต้องขับเคี่ยวแย่งชิง ชมป์ พรีเมียร์ลีก กันต่อไป ในเกมส์ที่เหลือของฤดูกาลนี้

ศึกอภิมหายุทธ์ ฟุตบอลคู่หยุดโลก ของสองทีมที่ได้รับการยอมรับว่า ดีที่สุด ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
เจ้าบ้าน ทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง เปิดบ้านสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับ
การมาเยือนของทีมรองจ่าฝูง หงส์แดง ลิเวอร์พูล เกมส์ในนัดนี้ เสมือนการชิงบังลังก์แชมป์กลายๆ

เกมส์ในนัดนี้ เจ้าถิ่นจัดทีมลงสนามในระบบ 4-3-3 ส่งทีมชุดใหญ่ลงสนาม มี เอแดร์ซอน โมราเอส
ยืนเฝ้าเสา แผงหลังมี ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, อายเมริค ลาปอร์ตและ เฌา กานเซโล่
กลางต่ำมี เควิน เดอ บรอยน์ เป็นจอมทัพ พร้อมกับ โรดรี้ และ เบอร์นาโด้ ซิลวา ส่วนสามประสาน
ในแดนหน้ามี ราฮีม สเตอร์ลิ่ง อดีตผู้เล่นของหงส์แดง กาเบรียล เฌซุส ซึ่งได้ลงเป็นตัวจริง
ครั้งแรกในรอบ 3 เดือน และดาวยิงตัวจี๊ดอย่าง ฟิล โฟเด้น

ส่วนทีมเยือน ลงเล่นในระบบ 4-3-3 เช่นเดียวกัน นักเตะอยู่กันครบ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่งทีมที่ดีที่สุด
ลงสนามมี อลิสซง เบ็คเกอร์ ยืนเฝ้าเสา 4 แผงหลังมี เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติ๊ป
เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แผงกองกลางมีจอมทัพอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
ฟาบินโญ่ และติอาโก้ อัลคันธาร่า สามประสานในแดนหน้า มีโมฮาเหม็ด ซาล่าห์, ดีโอโก้ โฌต้า
และ ซาดิโอ มาเน่ ร่วมกันล่าประตูคู่แข่ง

เริ่มเกมส์ในครึ่งแรก เล่นกันไปได้แค่ 5 นาที เจ้าถิ่นก็ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะทำเกมส์บุก
ขึ้นมาครั้งแรก เควิน เดอ บรอยน์ เลี้ยงพาบอลขึ้นหน้า ก่อนจะจ่ายออกขวาไปให้ เฌซุส พาบอลขึ้นหน้า
แล้วจ่ายบอลตวัดเข้ากลาง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง วิ่งเข้ามายิงแต่บอลไปติดตัวของ อลิสซง เบ็คเกอร์
แนวรับทีมเยือน พยายามเคลียร์บอลทิ้ง แต่บอลไปเข้าทางเจ้าถิ่น ผู้เล่นของหงส์แดงเข้าไปทำฟาล์ว
เจ้าถิ่นได้ลูกตั้งเตะที่นอกกรอบเขตโทษ เบอร์นาโด้ ซิลวา จ่ายบอลเร็วไปให้ เควิน เดอ บรอยน์
ลากพาบอลไปที่ริมเส้นกรอบเขตโทษ ก่อนจะสับไกยิงด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งแฉลบขา โฌแอล มาติ๊ป
ไปชนเหลี่ยมเสาด้านในเข้าประตูไป แมนเชสเตอร์ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 5

หลังจากโดนยิงขึ้นนำ ทีมเยือนก็ยังตั้งเกมส์ของตัวเองไม่ได้ โดนกดดันตั้งแต่กลางสนามทำเกมส์บุก
ได้ลำบาก แต่อีก 8 นาทีถัดมา ทีมเยือนก็ได้โอกาสพาบอลบุกขึ้นไปในแดนเจ้าถิ่น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน  
เปิดบอลไปที่เสาไกลริมเส้นหลัง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ วิ่งมาตวัดจ่ายบอลเข้า มาหน้าประตู
ดีโอโก้ โฌต้า แปบอลเน้นๆระยะไม่ถึง 6 หลา ส่งบอลพุงลอดตัวนายทวารเจ้าถิ่น เข้าไปตุงตาข่าย
ลิเวอร์พูล ไล่ตามมาตีเสมอเป็น 1-1 ในนาทีที่ 13

แม้จะโดนตีเสมอได้ แต่เจ้าถิ่นยังเดินหน้าทำเกมส์บุกต่อ นาที 25 เจ้าถิ่นมีโอกาสอีกครั้งจากจังหวะที่
เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลจากลูกตั้งเตะ โรดรี้ ขึ้นโหม่งชงบอลเข้ามากลางประตู จอห์น สโตนส์
พยายามพุ่งตามเข้าไปชาร์จบอล แต่ก็ไม่ทันบอลหลุดหลังออกไปอย่างน่าเสียดาย

จังหวะถัดมาในนาทีที่ 29 เจ้าถิ่นครองบอลบุกเข้ามาในแดนทีมเยือน กานเซโล่ จ่ายบอลคืนมาให้
เควิน เดอ บรอยน์ จับแล้วสับไกยิงด้วยเท้าขวาบอล แต่โดนไม่เต็มพุ่งถากเสาออกหลังไป

นาทีที่ 36 เจ้าถิ่นได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลเข้ามาหน้าประตูหงส์แดง
ฟาน ไดจ์ โหม่งสกัดบอลลอยโด่งไปเข้าทาง เฌา กานเซโล่ จับบอลแล้วเปิดบอลยาวข้ามฝากมา
ทางฝั่งขวา เกเบรี่ยล เฌซุส วิ่งหลุดกับดักล้ำหน้าเข้ามายกบอลข้ามตัว อลิสซง เบ็คเกอร์
ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย หมดครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ ลิเวอร์พูล อยู่ 2-1

เริ่มมเกมส์ในครึ่งหลังได้เพียง 50 วินาที ทีมเยือนฉวยโอกาสเข้าทำเร็วโดยลูกเปิดบอลทางฝั่งขวาของ
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จ่ายบอลขึ้นหน้ามาให้ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ จับบอลแล้วเลี้ยงดึงแนวรับเจ้าถิ่น
เมื่อได้ช่องก็จ่ายบอลทะลุช่องไปให้ ซาดิโอ มาเน่ วิ่งสอดเข้าไปสับไกยิงสวนตัว เอแดร์ซอน โมราเอส
ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย “หงส์แดง” ได้ประตูไล่ตามตีเสมอเป็น 2-2 ในนาทีที่ 46

นาทีที่ 52 ทีมเยือนได้โอกาสอีกครั้งจากจังหวะที่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จ่ายบอลออกขวาไปให้
โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ จับบอลแล้วดีดเข้าไปในเขตโทษ ดีโอโก้ โฌต้า พยายามพุ่งเข้ามาชาร์จ จิ้มบอลด้วยปลาย
เท้าซ้ายแต่บอลไม่แรงและฉีกมุมมากพอ เอแดร์ซอน โมราเอส นายทวารเจ้าถิ่นวิ่งมารับบอลเอาไว้ได้

เกมส์ผ่านไปได้ 60 นาที เจ้าถิ่นยังเดินเกมส์บุกกดดันต่อเนื่อง เฌา กานเซโล่ เปิดบอลยาวเข้าไปใน
เขตโทษ เกาเบรี่ยล เฌซุส พาบอลตัดเข้าในแล้วสับไกยิง บอลพุ่งผ่านตัว อลีสซง เบ็คเกอร์ แต่ยัง
ไปติดบล็อค เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์

จังหวะถัดมามา เควิน เดอ บรอยน์ แทงบอลออกขวาให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงลอดขา
อลิสซง เบ็คเกอร์ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แต่เมื่อเช็คภาพจาก VAR แล้ว กรรมการให้เป็นลูกล้ำหน้า

นาทีที่ 70 ทีมเยือนได้โอกาสครองบอลบุกขึ้นหน้า ซาดิโอ มาเน่ จ่ายบอลออกไปทางขวาให้ซาล่าห์
รับบอลแล้วหาช่องสับไกยิงด้วยซ้ายบอลแฉลบต้นขา อายเมริค ลาปอร์ต หลุดเสาไกลออกหลังไป

นาทีที่ 73 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ฉกบอลมาได้แล้วจ่ายต่อไปให้ เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายบอลเร็วออกขวาให้
เกเบรี่ยล เฌซุส พาบอลเข้าไปในเขตโทษ แล้วเลือกยิงยัดที่เสาแรก แต่บอลหลุดออกหลังไปอีกครั้ง
ท้ายเกม เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกตั้งเตะ ริยาด มาห์เรซ บรรจงยิงด้วยเท้าซ้ายส่งบอลโค้งข้ามกำแพง
แนวรับทีมเยือน บอลผ่านมือ อลิสซง เบ็คเกอร์ แต่ก็โค้งหลุดเสาแรกออกหลังไปแบบเฉียดฉิว

ท้ายเกมส์ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เจ้าถิ่น ได้โอกาสบุกสวนกลับ เควิน เดอ บรอยน์ พาบอลแหวกขึ้นหน้า
แล้วจ่ายบอลออกขวาไปให้ ริยาด มาห์เรซ พาบอลแหวกแนวรับของ ลิเวอร์พูล เข้าไปสับไกยิงยิง
แต่บอลลอยโด่งข้ามคานออกหลังไปแบบเหลือเชื่อ จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้าน เสมอกับ
ลิเวอร์พูล 2-2 ยังต้องขับเคี่ยวเพื่อลุ้นแชมป์ลีกกันต่อ

ภาพจาก
https://www.facebook.com/ThailandLiverpoolFC
https://twitter.com/LFC
https://twitter.com/premierleague
https://twitter.com/MailSport
https://twitter.com/LFC
https://twitter.com/ManCity

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: