เมื่อพูดถึงการมีอายุยืน ภาพจำของหลายคนคือการออกกำลังกายอย่างจริงจัง เข้ายิม หรือวิ่งระยะไกลเป็นประจำ แต่ในงานวิจัยด้าน Longevity จำนวนมาก กลับพบว่าปัจจัยสำคัญอีกด้านหนึ่งที่มักถูกมองข้าม คือ “การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ตลอดทั้งวัน” ซึ่งอาจมีผลต่อสุขภาพและอายุยืนไม่แพ้การออกกำลังกายหนักเป็นช่วง ๆ
นักวิทยาศาสตร์ใช้คำว่า NEAT หรือกิจกรรมที่ไม่ใช่การออกกำลังกายโดยตรง เช่น การเดิน การลุกยืน การทำงานบ้าน หรือการขยับตัวระหว่างวัน พฤติกรรมเหล่านี้ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ลดการนั่งนิ่งเป็นเวลานาน และรักษาการทำงานของกล้ามเนื้อและข้อต่อ
การนั่งติดต่อกันเป็นเวลานานถูกพบว่าเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของโรคหัวใจ เบาหวาน และการเสื่อมของกล้ามเนื้อ แม้บางคนจะออกกำลังกายหนักวันละหนึ่งชั่วโมง แต่หากเวลาที่เหลือของวันส่วนใหญ่นั่งอยู่กับที่ ผลเสียจากการไม่เคลื่อนไหวยังคงสะสมอย่างเงียบ ๆ
ในกลุ่มประชากรที่มีอายุยืนและแข็งแรง มักพบรูปแบบชีวิตที่มีการเคลื่อนไหวกระจายอยู่ทั้งวัน เช่น การเดินไปทำธุระ การทำสวน การขึ้นลงบันได หรือการทำกิจกรรมชุมชน พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้เพิ่มภาระทางกายมากเกินไป แต่ช่วยรักษาความแข็งแรงของร่างกายในระยะยาว
ในเชิงชีววิทยา การเคลื่อนไหวบ่อย ๆ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดการอักเสบ และรักษามวลกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของ Healthspan กล้ามเนื้อที่แข็งแรงไม่ได้มีบทบาทแค่การเคลื่อนไหว แต่ยังเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันและการเผาผลาญของร่างกาย
ผู้เชี่ยวชาญด้าน Longevity เสนอว่า การออกกำลังกายแบบจริงจังยังคงมีความสำคัญ แต่ควรถูกเสริมด้วยการเคลื่อนไหวระหว่างวันอย่างสม่ำเสมอ การลุกเดินทุกชั่วโมง การเลือกเดินแทนการใช้ลิฟต์ หรือการขยับตัวเล็กน้อย ล้วนเป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน
การมีอายุยืนจึงอาจไม่ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่ แต่เริ่มจากการขยับตัวให้มากขึ้นในทุกวัน เมื่อการเคลื่อนไหวกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ร่างกายก็มีโอกาสคงความแข็งแรงและใช้งานได้ดีไปได้ยาวนานขึ้น
อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา
Line Today TOJO NEWS , ToJoNews
#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #สุขภาพ #Longevity