Connect with us

Health

ทำไมมวลกล้ามเนื้อจึงเป็น “ประกันสุขภาพ” ที่ดีที่สุดเมื่ออายุมากขึ้น

Published

on

เมื่อพูดถึงสุขภาพ หลายคนมักให้ความสำคัญกับน้ำหนักตัว เปอร์เซ็นต์ไขมัน หรือค่าต่าง ๆ ในผลตรวจสุขภาพประจำปี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการวิทยาศาสตร์สุขภาพและ Longevity เริ่มให้ความสนใจกับสิ่งหนึ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือ “มวลกล้ามเนื้อ”

งานวิจัยจำนวนมากพบว่ามวลกล้ามเนื้อไม่ได้มีหน้าที่เพียงช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวหรือดูแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต ความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างอิสระ การป้องกันโรคเรื้อรัง และอายุขัยในระยะยาว

จนมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนเรียกกล้ามเนื้อว่า “อวัยวะแห่งการมีอายุยืน” หรือ Longevity Organ

เพราะยิ่งอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อจะยิ่งกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากกว่าที่หลายคนคิด

กล้ามเนื้อเป็นมากกว่าเครื่องยนต์ของร่างกาย

ในอดีต กล้ามเนื้อมักถูกมองว่าเป็นเพียงเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่สร้างการเคลื่อนไหว

เช่น

  • เดิน
  • วิ่ง
  • ยกของ
  • กระโดด
  • ออกกำลังกาย

แต่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบว่ากล้ามเนื้อมีบทบาททางชีววิทยาที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก

กล้ามเนื้อทำหน้าที่เป็น

  • แหล่งเก็บพลังงาน
  • อวัยวะด้านเมตาบอลิซึม
  • แหล่งผลิตสารสื่อสารทางชีวภาพ
  • ระบบสำรองในภาวะเจ็บป่วย

กล่าวได้ว่ากล้ามเนื้อมีผลต่อสุขภาพของทั้งร่างกาย

ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการเคลื่อนไหวเท่านั้น


มวลกล้ามเนื้อจะลดลงตามอายุ

หลังอายุประมาณ 30 ปี

มนุษย์เริ่มสูญเสียมวลกล้ามเนื้ออย่างช้า ๆ ตามธรรมชาติ

หากไม่มีการฝึกหรือดูแลอย่างเหมาะสม

การสูญเสียอาจอยู่ที่ประมาณ

  • 3-8% ต่อทศวรรษ

และอัตราการสูญเสียมักเพิ่มขึ้นหลังอายุ 60 ปี

ภาวะนี้เรียกว่า

Sarcopenia

หรือภาวะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามวัย


Sarcopenia ส่งผลอย่างไร

เมื่อมวลกล้ามเนื้อลดลง

ผลกระทบไม่ได้มีเพียงแรงที่ลดลงเท่านั้น

แต่ยังรวมถึง

  • เดินช้าลง
  • ทรงตัวแย่ลง
  • หกล้มง่ายขึ้น
  • กระดูกหักง่ายขึ้น
  • ฟื้นตัวจากโรคช้าลง
  • สูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน

ในผู้สูงอายุ

Sarcopenia ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้สูญเสียความเป็นอิสระในการใช้ชีวิต


กล้ามเนื้อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

หนึ่งในบทบาทสำคัญที่สุดของกล้ามเนื้อคือ

การเป็นแหล่งใช้น้ำตาลหลักของร่างกาย

หลังรับประทานอาหาร

กล้ามเนื้อจะช่วยดึงกลูโคสออกจากกระแสเลือด

เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานหรือเก็บสะสม

ดังนั้นผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก

มักมีความสามารถในการควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีกว่า

และมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ต่ำกว่า


กล้ามเนื้อคือคลังโปรตีนสำรองของร่างกาย

ในช่วงที่ร่างกายเจ็บป่วย

ได้รับบาดเจ็บ

หรือเกิดความเครียดทางสรีรวิทยา

ร่างกายต้องการกรดอะมิโนจำนวนมากเพื่อใช้ในการซ่อมแซม

กล้ามเนื้อจึงทำหน้าที่เป็นคลังโปรตีนสำรอง

ผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อน้อย

มักมีทรัพยากรสำรองสำหรับการฟื้นตัวน้อยกว่า

จึงอาจฟื้นตัวได้ช้ากว่าเมื่อเผชิญกับโรคหรือการผ่าตัด


กล้ามเนื้อช่วยป้องกันการหกล้ม

การหกล้มเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของผู้สูงอายุ

โดยเฉพาะเมื่อเกิดกระดูกสะโพกหัก

ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง

กล้ามเนื้อที่แข็งแรงช่วย

  • รักษาสมดุล
  • เพิ่มความมั่นคงของข้อต่อ
  • ปรับตัวเมื่อเสียการทรงตัว
  • ลดโอกาสการล้ม

จึงมีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว


กล้ามเนื้อคืออวัยวะด้านเมตาบอลิซึม

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์จัดให้กล้ามเนื้อเป็นอวัยวะด้านเมตาบอลิซึมที่สำคัญ

เพราะมีบทบาทในการ

  • ควบคุมการเผาผลาญพลังงาน
  • ควบคุมระดับน้ำตาล
  • จัดการไขมันในเลือด
  • รักษาความไวต่ออินซูลิน

ผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อสูงจึงมักมีสุขภาพเมตาบอลิซึมที่ดีกว่า


Myokines สารพิเศษจากกล้ามเนื้อ

เมื่อกล้ามเนื้อหดตัวระหว่างการออกกำลังกาย

จะมีการหลั่งสารที่เรียกว่า Myokines

สารเหล่านี้มีผลต่อหลายระบบ เช่น

  • สมอง
  • หัวใจ
  • ตับ
  • ระบบภูมิคุ้มกัน
  • ระบบเผาผลาญ

กล่าวได้ว่า

ทุกครั้งที่เราออกกำลังกาย

กล้ามเนื้อกำลังสื่อสารกับอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย

ผ่านสารชีวภาพเหล่านี้


มวลกล้ามเนื้อกับอายุขัย

งานวิจัยจำนวนมากพบว่า

ผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงสูงกว่า

มักมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตต่ำกว่า

แม้จะควบคุมปัจจัยอื่น ๆ เช่น

  • อายุ
  • น้ำหนักตัว
  • โรคประจำตัว

ก็ตาม

นี่คือเหตุผลที่นักวิทยาศาสตร์มองว่ากล้ามเนื้อเป็นหนึ่งใน Biomarkers ที่สำคัญของสุขภาพระยะยาว


ทำไมการลดน้ำหนักอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ

หลายคนให้ความสำคัญกับตัวเลขบนเครื่องชั่ง

จนลืมพิจารณาว่าน้ำหนักที่ลดลงนั้นมาจากอะไร

หากการลดน้ำหนักทำให้สูญเสียกล้ามเนื้อมากเกินไป

อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

เป้าหมายที่สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการลดน้ำหนัก

แต่คือการรักษาหรือเพิ่มมวลกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน


วิธีรักษามวลกล้ามเนื้อเมื่ออายุมากขึ้น

ฝึกแรงต้าน (Resistance Training)

ถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด

เช่น

  • เวทเทรนนิง
  • Bodyweight Training
  • Resistance Band

รับประทานโปรตีนเพียงพอ

โปรตีนเป็นวัตถุดิบสำคัญในการซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อ


เคลื่อนไหวสม่ำเสมอ

การใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉงช่วยลดอัตราการสูญเสียกล้ามเนื้อ


นอนหลับอย่างมีคุณภาพ

การสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อจำนวนมากเกิดขึ้นระหว่างการนอน


ดูแลสุขภาพโดยรวม

การควบคุมโรคเรื้อรังและการรักษาสมดุลทางโภชนาการมีบทบาทสำคัญเช่นกัน


อายุที่มากขึ้นไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับความอ่อนแอ

ในอดีต หลายคนมองว่าการสูญเสียแรงและความสามารถทางกายเป็นเรื่องปกติของความชรา

แต่ปัจจุบันหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า

ส่วนหนึ่งของกระบวนการดังกล่าวสามารถชะลอได้

และในบางกรณียังสามารถฟื้นฟูได้ผ่านการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม

มวลกล้ามเนื้อจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของรูปร่างหรือสมรรถภาพทางกีฬา แต่เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของสุขภาพในระยะยาว เป็นทรัพยากรที่ช่วยให้ร่างกายรับมือกับโรค ความเครียด และความเปลี่ยนแปลงของวัยได้ดีขึ้น ยิ่งเราสามารถรักษามวลกล้ามเนื้อเอาไว้ได้นานเท่าไร โอกาสในการมีชีวิตที่แข็งแรง เป็นอิสระ และมีคุณภาพในช่วงบั้นปลายชีวิตก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #สุขภาพ #Longevity

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: