Connect with us

Health

Biological Age อายุที่แท้จริงของร่างกาย อาจไม่เท่ากับอายุบนบัตรประชาชน

Published

on

เมื่อมีคนถามอายุของเรา คำตอบมักเป็นตัวเลขที่นับจากวันเกิด เช่น 25 ปี 40 ปี หรือ 60 ปี ตัวเลขนี้เรียกว่า Chronological Age หรืออายุตามปฏิทิน ซึ่งเป็นจำนวนปีที่เราใช้ชีวิตมาตั้งแต่เกิด

แต่ในวงการวิทยาศาสตร์ด้านความชราและ Longevity มีแนวคิดอีกอย่างหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก นั่นคือ Biological Age หรือ “อายุทางชีวภาพ”

แนวคิดนี้เสนอว่าคนสองคนที่มีอายุ 50 ปีเท่ากัน อาจมีสภาพร่างกายแตกต่างกันอย่างมหาศาล คนหนึ่งอาจยังวิ่งมาราธอนได้ มีมวลกล้ามเนื้อดี ความจำเฉียบคม และแทบไม่มีโรคประจำตัว ขณะที่อีกคนอาจมีโรคเรื้อรังหลายชนิด เหนื่อยง่าย และมีความสามารถในการใช้ชีวิตลดลง

แม้จะเกิดในปีเดียวกัน แต่ร่างกายของพวกเขาอาจ “แก่” ไม่เท่ากัน

นี่คือหัวใจสำคัญของ Biological Age

Chronological Age กับ Biological Age แตกต่างกันอย่างไร

Chronological Age คืออายุที่นับตามเวลา

เช่น

  • อายุ 20 ปี
  • อายุ 40 ปี
  • อายุ 60 ปี

ทุกคนเพิ่มขึ้นปีละหนึ่งปีเท่ากัน

แต่ Biological Age คือการประเมินว่าร่างกายกำลังอยู่ในสภาพใกล้เคียงกับคนอายุเท่าใด

ตัวอย่างเช่น

ชายอายุจริง 50 ปี

อาจมี Biological Age เทียบเท่าคนอายุ 40 ปี

หรือในทางกลับกัน

อาจมี Biological Age เทียบเท่าคนอายุ 65 ปี

ขึ้นอยู่กับสุขภาพและการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย


ทำไมมนุษย์จึงแก่ไม่เท่ากัน

ความชราไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความเร็วเท่ากันในทุกคน

ปัจจัยที่ส่งผล ได้แก่

  • พันธุกรรม
  • การออกกำลังกาย
  • โภชนาการ
  • การนอน
  • ความเครียด
  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มแอลกอฮอล์
  • มลภาวะ
  • โรคประจำตัว

สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่ออัตราการเสื่อมของเซลล์และอวัยวะ

ทำให้ Biological Age แตกต่างกัน


ความชราคืออะไรในมุมมองทางวิทยาศาสตร์

ในอดีต ความชราถูกมองว่าเป็นกระบวนการธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์มองว่าความชราเป็นผลรวมของการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพหลายระบบ

เช่น

  • ความเสียหายของ DNA
  • การอักเสบเรื้อรัง
  • การเสื่อมของไมโทคอนเดรีย
  • การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  • การเสื่อมของเซลล์ต้นกำเนิด

ยิ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะสมมากขึ้น

Biological Age ก็ยิ่งสูงขึ้น


Biomarkers คือเครื่องมือวัดอายุทางชีวภาพ

นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถถามร่างกายได้โดยตรงว่ากำลังแก่แค่ไหน

จึงต้องใช้ Biomarkers หรือ ตัวชี้วัดทางชีวภาพ

ตัวอย่างเช่น

ความดันโลหิต

ความดันที่สูงขึ้นมักสัมพันธ์กับการเสื่อมของระบบหลอดเลือด


ระดับน้ำตาลในเลือด

สะท้อนสุขภาพเมตาบอลิซึม


ไขมันในเลือด

ช่วยประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ


มวลกล้ามเนื้อ

เป็นตัวบ่งชี้ความแข็งแรงและความสามารถในการใช้ชีวิต


VO₂ Max

สะท้อนสมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือด


Grip Strength

สะท้อนสุขภาพโดยรวมและความสามารถทางกาย


Epigenetic Clock คืออะไร

หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในปัจจุบันคือ Epigenetic Clock

เป็นการประเมินอายุทางชีวภาพจากรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของ DNA

แม้ลำดับ DNA จะไม่เปลี่ยน

แต่การเปิดหรือปิดการทำงานของยีนบางส่วนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดชีวิต

กระบวนการนี้เรียกว่า Epigenetics

นักวิจัยพบว่ารูปแบบการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับความชรา

จนสามารถใช้คำนวณ Biological Age ได้ค่อนข้างแม่นยำ


Biological Age สำคัญกว่าตัวเลขอายุจริงหรือไม่

ในหลายกรณี

คำตอบคือใช่

เพราะ Biological Age สามารถสะท้อนความเสี่ยงด้านสุขภาพได้ดีกว่า

ตัวอย่างเช่น

คนอายุ 60 ปีที่มี Biological Age 45 ปี

อาจมีความเสี่ยงโรคเรื้อรังต่ำกว่า

และมีสมรรถภาพทางกายดีกว่า

คนอายุ 50 ปีที่มี Biological Age 65 ปี

นี่คือเหตุผลที่วงการ Longevity ให้ความสำคัญกับแนวคิดนี้อย่างมาก


ระบบใดแก่เร็วที่สุด

ความชราไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกระบบ

บางคนอาจมี

  • หัวใจที่ยังแข็งแรง
  • แต่กล้ามเนื้อเสื่อมเร็ว

หรือ

  • มวลกล้ามเนื้อดี
  • แต่ระบบหลอดเลือดเริ่มมีปัญหา

ดังนั้น Biological Age จึงไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่อธิบายทุกอย่าง

แต่เป็นภาพรวมของสุขภาพทั้งร่างกาย


สามารถลด Biological Age ได้หรือไม่

นี่คือคำถามที่วงการวิทยาศาสตร์กำลังให้ความสนใจอย่างมาก

แม้ยังไม่มีวิธีหยุดความชรา

แต่มีหลักฐานจำนวนมากที่แสดงว่า

เราสามารถชะลออัตราการแก่ได้

และในบางกรณี Biomarkers หลายตัวสามารถปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นได้

ผ่านพฤติกรรม เช่น

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • นอนเพียงพอ
  • รับประทานอาหารคุณภาพดี
  • ลดความเครียด
  • เลิกสูบบุหรี่

การออกกำลังกายกับ Biological Age

การออกกำลังกายถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด

เพราะส่งผลต่อหลายระบบพร้อมกัน

เช่น

  • เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
  • พัฒนาสุขภาพหัวใจ
  • เพิ่มความไวต่ออินซูลิน
  • ลดการอักเสบ
  • กระตุ้นไมโทคอนเดรีย

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของอายุทางชีวภาพ


การนอนกับความชรา

ในช่วงที่เรานอน

ร่างกายจะ

  • ซ่อมแซมเซลล์
  • จัดการของเสียในสมอง
  • ควบคุมฮอร์โมน
  • ฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน

การนอนไม่เพียงพอเป็นเวลานานจึงอาจเร่งกระบวนการชราได้

มากกว่าที่หลายคนคิด


ความเครียดกับการแก่ของร่างกาย

ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อ

  • Cortisol
  • การอักเสบ
  • ระบบภูมิคุ้มกัน
  • สุขภาพหัวใจ

งานวิจัยจำนวนมากพบว่าความเครียดสะสมอาจเร่งกระบวนการชราทางชีวภาพ

โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี


เป้าหมายของ Longevity ไม่ใช่การเพิ่มอายุ แต่คือการลด Biological Age

ในอดีต ผู้คนมักวัดสุขภาพจากจำนวนปีที่มีชีวิตอยู่

แต่แนวคิดสมัยใหม่เริ่มเปลี่ยนไป

คำถามสำคัญไม่ใช่

“คุณอายุเท่าไร”

แต่เป็น

“ร่างกายของคุณกำลังทำงานเหมือนคนอายุเท่าไร”

เพราะการมีอายุ 80 ปีไม่ได้รับประกันว่าคุณจะมีสุขภาพดี

เช่นเดียวกับการมีอายุ 50 ปีก็ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะยังแข็งแรงเสมอไป

Biological Age จึงเป็นแนวคิดที่ช่วยให้เราเข้าใจว่าความชราไม่ใช่เพียงเรื่องของเวลา แต่เป็นผลลัพธ์ของวิถีชีวิต การดูแลสุขภาพ และการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย เป้าหมายของศาสตร์ด้าน Longevity จึงไม่ใช่เพียงการทำให้คนมีชีวิตยืนยาวขึ้น แต่คือการทำให้ร่างกายมี Biological Age ที่อ่อนเยาว์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรง มีพลัง และมีคุณภาพไปตลอดช่วงชีวิต

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #สุขภาพ #Longevity

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: