Connect with us

Health

ทำไมบางคนกินเหมือนกันแต่เผาผลาญไม่เท่ากัน?

Published

on

หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมคนสองคนที่กินอาหารปริมาณใกล้เคียงกัน ใช้ชีวิตคล้ายกัน และมีอายุใกล้เคียงกัน กลับมีรูปร่างแตกต่างกันอย่างชัดเจน บางคนสามารถกินได้แทบทุกอย่างโดยน้ำหนักไม่เพิ่มมากนัก ขณะที่อีกคนเพียงกินมากขึ้นเล็กน้อยก็เริ่มสะสมไขมันได้ง่าย

ในอดีต หลายคนเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเพียงโชคหรือพันธุกรรม แต่ปัจจุบันวิทยาศาสตร์พบว่าความจริงซับซ้อนกว่านั้นมาก การเผาผลาญพลังงานของมนุษย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารที่กินเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อ ฮอร์โมน พันธุกรรม จุลินทรีย์ในลำไส้ พฤติกรรมการเคลื่อนไหว และการปรับตัวของร่างกายอีกหลายด้าน

ด้วยเหตุนี้ คนสองคนที่รับประทานอาหารเท่ากันจึงอาจใช้พลังงานแตกต่างกันหลายร้อยแคลอรีต่อวันได้

การเผาผลาญพลังงานคืออะไร

ร่างกายมนุษย์ใช้พลังงานตลอดเวลา แม้ในขณะที่นอนหลับ

พลังงานที่ใช้ในแต่ละวันประกอบด้วยหลายส่วน ได้แก่

Basal Metabolic Rate (BMR)

คือพลังงานที่ร่างกายใช้เพื่อรักษาการทำงานพื้นฐาน เช่น

  • การเต้นของหัวใจ
  • การหายใจ
  • การทำงานของสมอง
  • การควบคุมอุณหภูมิร่างกาย

BMR มักคิดเป็นประมาณ 60-70% ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมดในแต่ละวัน


Thermic Effect of Food (TEF)

เป็นพลังงานที่ใช้ในการย่อย ดูดซึม และแปรรูปอาหาร

โดยทั่วไปคิดเป็นประมาณ 10% ของพลังงานที่รับประทานเข้าไป

โปรตีนมีค่า TEF สูงที่สุด

รองลงมาคือคาร์โบไฮเดรต

และไขมันมีค่า TEF ต่ำที่สุด


Exercise Activity

คือพลังงานที่ใช้จากการออกกำลังกายโดยตรง

เช่น

  • วิ่ง
  • ว่ายน้ำ
  • ปั่นจักรยาน
  • เล่นบาสเกตบอล
  • เวทเทรนนิง

Non-Exercise Activity Thermogenesis (NEAT)

เป็นพลังงานที่ใช้จากกิจกรรมทุกอย่างที่ไม่ใช่การออกกำลังกาย

เช่น

  • เดิน
  • ยืน
  • เปลี่ยนอิริยาบถ
  • ขยับตัว
  • เดินคุยโทรศัพท์
  • ทำงานบ้าน

NEAT เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สร้างความแตกต่างระหว่างคนได้มากที่สุด


NEAT ความลับที่หลายคนมองข้าม

งานวิจัยพบว่าคนบางคนมีการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ตลอดทั้งวันมากกว่าคนอื่นโดยธรรมชาติ

ตัวอย่างเช่น

  • ขยับขาบ่อย
  • เดินไปมา
  • ลุกจากเก้าอี้บ่อย
  • เปลี่ยนท่านั่งตลอดเวลา

พฤติกรรมเหล่านี้อาจดูไม่มีนัยสำคัญ

แต่เมื่อนำมารวมกันตลอดทั้งวัน สามารถสร้างความแตกต่างของการใช้พลังงานได้มากกว่า 500-1,000 แคลอรีต่อวันในบางคน

จึงอธิบายได้ว่าทำไมบางคนจึงดูเหมือนกินได้มากโดยไม่อ้วนง่าย


มวลกล้ามเนื้อมีผลต่อการเผาผลาญ

กล้ามเนื้อเป็นเนื้อเยื่อที่ต้องใช้พลังงานในการดูแลรักษา

คนที่มีกล้ามเนื้อมากกว่าจึงมักมีอัตราการเผาผลาญพื้นฐานสูงกว่า

แม้ความแตกต่างอาจไม่มากอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ก็มีผลในระยะยาว

ตัวอย่างเช่น

คนที่มีมวลกล้ามเนื้อสูงอาจใช้พลังงานเพิ่มขึ้นหลายสิบถึงหลักร้อยแคลอรีต่อวันเมื่อเทียบกับคนที่มีน้ำหนักเท่ากันแต่มีไขมันมากกว่า

นอกจากนี้ กล้ามเนื้อยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและการจัดการพลังงานของร่างกายอีกด้วย


พันธุกรรมมีบทบาทจริงหรือไม่

คำตอบคือมี

งานวิจัยด้านพันธุศาสตร์พบว่ามียีนจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับ

  • ความอยากอาหาร
  • การสะสมไขมัน
  • การใช้พลังงาน
  • การตอบสนองต่อการออกกำลังกาย

ตัวอย่างเช่น

บางคนอาจมียีนที่ส่งผลให้รู้สึกอิ่มง่าย

ขณะที่บางคนต้องการอาหารมากกว่าจึงจะรู้สึกอิ่ม

นอกจากนี้ ยังมียีนบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของไมโทคอนเดรีย ซึ่งเป็นโรงงานผลิตพลังงานของเซลล์

อย่างไรก็ตาม พันธุกรรมไม่ได้เป็นตัวกำหนดทุกอย่าง

วิถีชีวิตยังคงมีอิทธิพลอย่างมากต่อสุขภาพและรูปร่าง


ไมโทคอนเดรีย โรงงานพลังงานของเซลล์

ทุกเซลล์ในร่างกายมีออร์แกเนลล์ที่เรียกว่าไมโทคอนเดรีย

หน้าที่หลักคือเปลี่ยนสารอาหารให้กลายเป็นพลังงาน

คนที่มีไมโทคอนเดรียจำนวนมากและทำงานได้ดีมักมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่แตกต่างจากคนอื่น

การออกกำลังกาย โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบแอโรบิก สามารถเพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพของไมโทคอนเดรียได้

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอมักมีระบบเผาผลาญที่ดีขึ้น


Gut Microbiome กับการควบคุมน้ำหนัก

ภายในลำไส้ของมนุษย์มีจุลินทรีย์หลายล้านล้านตัวอาศัยอยู่

เรียกรวมกันว่า Gut Microbiome

งานวิจัยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเริ่มพบว่าจุลินทรีย์เหล่านี้อาจมีผลต่อ

  • การดูดซึมพลังงาน
  • ความอยากอาหาร
  • การสะสมไขมัน
  • การอักเสบของร่างกาย

คนสองคนที่กินอาหารเหมือนกันอาจมีการตอบสนองต่ออาหารต่างกัน เพราะมีองค์ประกอบของจุลินทรีย์ในลำไส้แตกต่างกัน

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่วงการโภชนาการสมัยใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพลำไส้มากขึ้น


ฮอร์โมนมีบทบาทสำคัญ

ฮอร์โมนหลายชนิดเกี่ยวข้องกับการควบคุมการเผาผลาญ

ฮอร์โมนไทรอยด์

มีบทบาทสำคัญในการกำหนดอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน

ผู้ที่มีภาวะไทรอยด์ต่ำมักเผาผลาญพลังงานลดลง


อินซูลิน

ควบคุมการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์

หากเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ร่างกายอาจสะสมไขมันได้ง่ายขึ้น


เลปติน (Leptin)

ทำหน้าที่ส่งสัญญาณความอิ่มไปยังสมอง


เกรลิน (Ghrelin)

เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความหิว

ความไม่สมดุลของฮอร์โมนเหล่านี้สามารถส่งผลต่อการกินและน้ำหนักตัวได้อย่างมาก


Metabolic Adaptation เมื่อร่างกายปรับตัวเพื่อต่อต้านการลดน้ำหนัก

หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจที่สุดคือร่างกายมีระบบป้องกันการสูญเสียพลังงาน

เมื่อเราลดน้ำหนักหรือกินน้อยเป็นเวลานาน

ร่างกายอาจตอบสนองด้วยการ

  • ลดการเผาผลาญ
  • ลดการเคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัว
  • เพิ่มความหิว
  • ลดการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Metabolic Adaptation

เป็นเหตุผลว่าทำไมการลดน้ำหนักมักยากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

และทำไมบางคนจึงน้ำหนักกลับขึ้นหลังจบการไดเอต


การนอนส่งผลต่อการเผาผลาญหรือไม่

คำตอบคือส่งผลอย่างมาก

การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถทำให้

  • ฮอร์โมนความหิวเพิ่มขึ้น
  • ฮอร์โมนความอิ่มลดลง
  • การควบคุมระดับน้ำตาลแย่ลง
  • ความอยากอาหารพลังงานสูงเพิ่มขึ้น

ผู้ที่อดนอนเรื้อรังจึงมีความเสี่ยงต่อการเพิ่มน้ำหนักมากขึ้น แม้จะรับประทานอาหารใกล้เคียงกับคนอื่นก็ตาม


อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้เผาผลาญช้าลงจริงหรือไม่

หลายคนเชื่อว่าระบบเผาผลาญจะลดลงอย่างมากหลังอายุ 30 ปี

แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดพบว่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเผาผลาญอาจไม่มากอย่างที่เคยเชื่อ

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนกว่าคือ

  • มวลกล้ามเนื้อที่ลดลง
  • การเคลื่อนไหวที่น้อยลง
  • การออกกำลังกายที่ลดลง

ดังนั้นการสูญเสียกล้ามเนื้อและกิจกรรมทางกายที่ลดลงอาจเป็นสาเหตุสำคัญกว่าตัวอายุเอง


ไม่มีคำอธิบายง่าย ๆ สำหรับคำว่า “ระบบเผาผลาญดี”

คำว่า “เผาผลาญดี” ที่คนทั่วไปใช้กันนั้น แท้จริงแล้วเป็นผลลัพธ์จากหลายปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน

ไม่ว่าจะเป็น

  • พันธุกรรม
  • มวลกล้ามเนื้อ
  • NEAT
  • ฮอร์โมน
  • สุขภาพลำไส้
  • คุณภาพการนอน
  • ระดับกิจกรรมทางกาย
  • การปรับตัวของร่างกาย

ด้วยเหตุนี้ คนสองคนที่กินอาหารเหมือนกันจึงอาจมีผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างมาก การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้มองเรื่องน้ำหนักตัวและการเผาผลาญอย่างเป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น และทำให้เห็นว่าการดูแลสุขภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนแคลอรีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมของระบบต่าง ๆ ในร่างกายที่ทำงานร่วมกันอย่างซับซ้อนตลอดเวลา

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #สุขภาพ #Longevity

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: