Connect with us

Sports

ลิเวอร์พูล เปิดบ้านถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 4-0 แซงแมนฯซิตี้ ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง หลังจากลงเตะไป 32 นัด

Avatar

Published

on

หงส์แดง ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วจาก ลุยส์ ดิอ๊าซ ส่วนโม ซาล่าห์ กดไป 2 ประตู มาเน่ อีกประตู
ทำให้ศึกแดงเดือดในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล ยำใหญ่ ยิงใส่ แมนฯยู ทั้งเกมส์เยือนและเหย้า รวม 9 ประตู

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด”วันแดงเดือด” หนที่สองของฤดูกาลนี้ ลงสนามเตะกันในกลางดึก
ของคืนวันอังคารที่ 19 เมษายน 2565 ทีมรองจ่าฝูง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดบ้านสนามแอนฟิลด์
ต้อนรับการมาเยือนของคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ทีม”ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5
ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021/2022

ทีม”หงส์แดง” ยังอยู่ในเส้นทางการคว้า 4 แชมป์ ในฤดูกาลนี้ จัดทีมชุดใหญ่ลงสนามในระบบ 4-3-3
มี อลิสซง เบ็คเกอร์ ยืนเฝ้าเสา แผงหลังส่ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌเอล มาติ๊ป,
เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ยืนคุมแฝงหลัง แดนกลางมี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
เป็นจอมทัพ พร้อมด้วย ฟาบินโญ่ และ ติอาโก้ อัลคันธาร่า ส่วนสามประสานในแดนหน้าเป็น
โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, หลุยส์ ดิอาซ และ ซาดิโอ มาเน่ ยืนกลางเป็นหน้าเป้า

ส่วนทีมปีศาจแดง เกมส์ในนัดนี้ไม่มีศูนย์หน้าตัวเก่งอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เนื่องจากสภาพจิตใจ
ไม่พร้อมในการลงสนาม หลังจากเมื่อวันก่อน เจ้าตัวเพิ่งสูญเสียบุตรชายหลังจากคลอดได้ไม่นาน
เกมส์ในนัดนี้ ทีมปีศาจแดง ตั้งใจมาเล่นเพื่อตั้งรับ โดยจัดทีมลงสนามในระบบ 3-4-2-1 มีดาบิด เด เคอา
ยืนเฝ้าเสา 3 แผงหลังมี ฟิล โจนส์,แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กองกลางมี
อารอน วาน-บิสซาก้า, ปอล ป็อกบา,เนมานย่า มาติช และ ดีโอโก้ ดาโลต์ หน้าต่ำเป็น แอนโธนี่ อีลังก้า
และ บรูโน่ เฟอร์นันเดส ส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด ยืนเป็นหน้าเป้า

เริ่มเกมส์ในครึ่งแรก เล่นกันไปได้ไม่ถึง 5 นาที เจ้าถิ่นก็ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะ
การประสานงานกันระหว่าง ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งถอยลงมาเก็บบอลจากกลางสนาม ก่อนจะจ่ายบอล
ขึ้นหน้าไปยังที่ว่างทางฝั่งขวา โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ วิ่งกวดตามไปเก็บบอล แล้วจ่ายตัดเข้ากลาง
ไปที่หน้าปากประตู ลุยส์ ดิอ๊าซ วิ่งสอดขึ้นมาแปบอลโล่งๆ ส่งบอลข้าไปตุงตาข่าย
ลิเวอร์พูลได้ประตูขึ้นนำ อย่างรวดเร็ว 1-0 ในนาทีที่ 5

นาทีที่ 10 ปอล ป็อกบา มีอาการบาดเจ็บ ต้องเปลี่ยนตัวออก เจสซี่ ลินการ์ด ถูกส่งมาลงสนามแทน
เกมส์ยังเป็นของเจ้าบ้าน ที่เดินหน้าบุกกดดันอย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 19 ลิเวอร์ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย
โรเบิร์ตสัน เปิดบอลลอยโด่งเข้ามาถึงเสาไกล แนวรับโหม่งสกัดบอลลอยมาเข้ามาเข้าทาง จอร์แดน
เฮนเดอร์สัน หวดตูม ด้วยเท้าขวา แต่บอลเหิรลอยโด่งข้ามคานออกหลังไป

นาทีที่ 20 ลิเวอร์พูล ยังขึงเกมส์บุกกดดันอย่างต่อเนื่อง ได้โอกาสลุ้นประตูที่ 2 จากจังหวะขึ้นโหม่งของ
ลุยส์ ดิอ๊าซ ก่อนที่ ซาดิโอ มาเน่ จะได้สับไกยิงที่หน้ากรอบ แต่บอลไปแฉลบแนวรับออกหลังไป

นาทีที่ 22 เจ้าถิ่น ได้ประตูหนีห่างไปเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โฌเอล มาติ๊ป พาบอลบุกขึ้นหน้ามาและชิ่ง
ส่งบอลกับ ดิอ๊าซ ก่อนที่ ดิอ๊าซ จะจ่ายออกไปทางซ้ายให้ซาดิโอ มาเน่ ตักบอลขึ้นหน้าไปทางขวา
โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ วิ่งตามมาเก็บบอลลงฟื้นด้วยเท้าขวา ก่อนจะแปบอลด้วยเท้าซ้าย ส่งบอลเข้าไปตุง
ตาข่ายทางเสาไกล ลิเวอร์พูล ได้ประตูขึ้นนำ 2-0 ในนาทีที่ 22

ท้ายเกมส์นาทีที่ 34 ฟาบินโญ่ ได้บอลที่หน้าเขตโทษแล้วพาบอลแหวกเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะจ่าย
หักข้อย้อนมาถึง หลุยส์ ดิอาซ วิ่งเข้ามาชาร์จ ส่งบอลเข้าประตูไป แต่กรรมการให้เป็นลูกล้ำหน้า
หมดเวลาในครึ่งเวลาแรก ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ 2-0

เริ่มเกมส์ในครึ่งหลัง ทีมเยือนปรับทัพ ส่ง เจดอน ซานโช่ ลงสนามมาเล่นแทน ฟิล โจนส์ ทำให้มีโอกาส
เดินเกมส์บุกเพิ่มมากขึ้น นาทีที่ 55 ทีมเยือนมีโอกาสไ ด้ลุ้นทำประตูเป็นครั้งแรก จากจังหวะที่ บรูโน่
เฟอร์นันเดส โหม่งบอลส่งมาให้ เจดอน ซานโช่ เลี้ยงหลบแนวรับเจ้าถิ่นเข้าไปสับไกยิง
แต่บอลไม่มีน้ำหนัก ไปตรงตัวเข้าซอง อลิสซง เบ็คเกอร์ รับบอลเอาไว้ได้แบบไม่ลำบาก

Photo by Ash Donelon/Manchester United via Getty Images

นาทีที่ 63 ทีมเยือนได้โอกาสพาบอลบุกขึ้นมาในแดนเจ้าถิ่นอีกครั้ง เจดอน ซานโช่ พาบอล
ขึ้นมาทางซ้ายแล้วเลี้ยงบอลแหวกแนวรับทีมหงส์แดง ตัดเข้ากลาง ก่อนจะจ่ายบอลทะลุช่อง
ต่อไปให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด วิ่งสอดขึ้นไปดวลกับอลิสซง เบ็คเกอร์ แบบตัวต่อตัว
แต่ แรชฟอร์ด ก็ยิงบอลไปติดตัวของนายทวาร มือหนึ่งของเจ้าถิ่น บอลกระดอน
มาถึงแอนโธนี่ อีลังก้า ได้สับไกยิงซ้ำอีกหน ก็ยังไปติดขา อลิสซง เบ็คเกอร์

Photo by Ash Donelon/Manchester United via Getty Images

นาทีที่ 68 เจ้าถิ่นได้โอกาสสวนกลับเร็วขึ้นมาทางซ้าย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน พาบอลหลบ
แนวรับของทีม แมนฯยู ก่อนจะไหลบอลต่อไปให้ ลุยส์ ดิอ๊าซ จับบอลแล้วมองหาเพื่อน
ก่อนจะจ่ายบอลตัดเข้ากลางสนามมาถึง ซาดิโอ มาเน่ วิ่งมาแปบอลด้วยเท้าซ้าย ผ่านมือ
ดาบิด เด เคอา เข้าประตูทางเสาไกล ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 3-0 ในนาทีที่ 68

ท้ายเกมส์ทีม “ปีศาจแดง” พยายามเร่งเครื่องเดินหน้าทำเกมส์บุก แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มาก
นาทีที่ 85 กลายเป็นเจ้าถิ่นมาได้ประตูปิดท้ายจากจังหวะ ตัดบอลได้จากทางขวา บอลมาถึง
ดีโอโก้ โฌต้า ตวัดจ่ายบอลเร็วออกไปทางขวาให้ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ วิ่งหนีแนวรับ
ทีมปีศาจแดง ขึ้นมาเก็บบอลแล้วตวัดยิง อารอน วาน-บิสซาก้า พยายามแหย่เท้า
เข้ามาสกัดบอล แต่บอลลอยย้อยข้ามหัว ดาบิด เด เคอา เข้าไปตุงตาข่าย
ลิเวอร์พูลได้ประตูขึ้นนำ 4-0 ในนาทีที่ 85

หมดเวลาการแข่งขัน 90 นาที ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 4-0
หลังจากลงสนามเตะไป 32 นัด ลิเวอร์พูลมี 76 คะแนน แซงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง
ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงเตะไปแล้ว 33 นัด มี 54 แต้ม ร่วงลงมาอยู่อันดับ ที่ 6
ของตารางคะแนนพรีเมียร์ ลีก โดยมีคะแนนเท่ากับทีม ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล
แต่ประตูได้เสียเป็นรอง แถมลงสนามเตะมากกว่าทีม ปืนใหญ่ถึง 2 เกมส์

ภาพจาก
https://twitter.com/LFC
https://www.facebook.com/ThailandLiverpoolFC
Manchester United | Facebook
https://twitter.com/ManUtd

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: