ปัญหาอากาศร้อนจัดและฝุ่น PM2.5 กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนไทยมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายคนรับรู้ผลกระทบเพียงอาการแสบตา ไอ หรือหายใจไม่สะดวก แต่ในความเป็นจริง มลพิษทางอากาศและอุณหภูมิที่สูงขึ้นกำลังส่งผลต่อร่างกายมากกว่านั้น และอาจสร้างความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว
ฝุ่น PM2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กที่สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจลึกถึงถุงลมปอด และบางส่วนสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้ เมื่อสะสมในร่างกาย จะกระตุ้นการอักเสบ ส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
อากาศร้อนจัดยังส่งผลต่อการทำงานของร่างกายโดยตรง อุณหภูมิที่สูงทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อระบายความร้อน ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง และเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำและฮีตสโตรก ในกลุ่มคนทำงานกลางแจ้งหรือผู้สูงอายุ ความเสี่ยงเหล่านี้ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ การเผชิญอากาศร้อนและมลพิษอย่างต่อเนื่องยังส่งผลต่อสุขภาพจิต งานวิจัยพบว่า อุณหภูมิที่สูงสัมพันธ์กับความหงุดหงิด ความเครียด และคุณภาพการนอนที่ลดลง เมื่อร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ภูมิคุ้มกันและสมาธิในการทำงานก็ลดลงตามไปด้วย
ผลกระทบของปัญหานี้ไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียม คนในเมืองใหญ่ กลุ่มรายได้น้อย และผู้ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการทำงานกลางแจ้ง มักได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมโดยตรง
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า นอกจากการติดตามคุณภาพอากาศและหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่าฝุ่นสูงแล้ว การป้องกันในระดับบุคคล เช่น การสวมหน้ากากที่เหมาะสม ดื่มน้ำให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เป็นสิ่งจำเป็นควบคู่กับการแก้ปัญหาเชิงนโยบายในระยะยาว
อากาศร้อนและฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่เพียงปัญหาชั่วคราวตามฤดูกาล แต่เป็นสัญญาณเตือนด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพของคนทั้งสังคม การตระหนักรู้และเตรียมรับมืออย่างจริงจัง อาจช่วยลดผลกระทบที่กำลังสะสมอยู่เงียบ ๆ ในร่างกายของคนไทยทุกคน
อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา
Line Today TOJO NEWS , ToJoNews
#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #สุขภาพ #PM2.5