Connect with us

Sports

จ่าฝูงสะดุด ทีมปราสาทเรือนแก้วสุดแกร่ง เปิดบ้านยันเสมอ ทีมเรือใบสีฟ้า 0-0 แบ่งกันคนละแต้ม

Avatar

Published

on

จ่าฝูงลงเตะไปแล้ว 29 นัดมี 70 แต้มส่วนรองจ่าฝูงยิ้มออก ลงเตะน้อยกว่าหนึ่งนัด มีคะแนน 66 แต้ม
ช่องว่างแคบเข้ามาอีกนิด มีหวังในการทวงบัลลังค์จ่าฝูง การแย่งตำแหน่งแชมป์เริ่มดุเดือดเพิ่มมากขึ้น

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ ไนท์ เมื่อกลางดึก
ของคืนวันจันทร์ที่ 14 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยัง อึ้งกิมกี่
หลังจากเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คริสตัล พาเลซ บุกไปเยือน เอติฮัด สเตเดี้ยม
แล้วกลับออกมาพร้อมกับชัยชนะ 2-0 ทำให้ ด้วยฟุตบอลที่วางแผนมาเป็นอย่างดี

เกมส์ในนัดนี้ก็เช่นเดียวกัน เจ้าถิ่นใช้วิธีบีบฟื้นที่เร็ว ฉีกผู้เล่นทีมเยือนกระจายไปทั่วสนาม
เปิดเกมส์บุกเข้าใสอย่างถี่ยิบ ทุกครั้งที่มีโอกาส เรียกว่าพกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า

ช่วง 10 นาทีแรก เจ้าถิ่นจะมีโอกาสพาบอลเข้าไปกดดันทีมเยือนได้เพียงครั้งเดียว จากจังหวะที่
คอเนอร์ กัลลาเกอร์ เปิดบอลยาวข้ามไปฝั่งซ้าย วิลฟรีด ซาฮา วิ่งตามมาเก็บบอลที่ริมเส้นหลัง
ก่อนจะเปิดบอลกึ่งยิงกึ่งจ่าย หวังให้บอลเข้ามาหน้าประตู แต่บอลปลิ้นเข้าข้างหน้าต่าง ออกหลังไป

โอกาสจะแจ้งอีกครั้งของเจ้าถิ่น ในนาทีที่ 13 จากจังหวะที่ ไคล์ วอคเกอร์ เสียบอลในแดนตัวเอง
ฌอง-ฟิลิปเป้ มาเตต้า วิ่งตามมาฉกบอลไปครองแล้วจ่ายออกขวาไปให้ ไมเคิล โอลิเซ่ พาบอล
เข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะดีดบอลด้วยเท้าซ้าย แต่บอลปลิ้นไม่เข้ากรอบ เฉียดเสาไกลออกหลังไป

จังหวะถัดมาของเกมส์ ทีมเยือนเริ่มครองบอลได้ ก็เปิดฉากบุกแหลก เบอร์นาร์โด ซิลวา
พาบอลบุกขึ้นมาในแดนเจ้าถิ่น ก่อนจะจ่ายเข้ากลางไปให้ เควิน เดอ บรอยน์ จับบอลหนึ่งจังหวะ
แล้วสับไกยิงจากระยะไกล บอลพุ่งมาตรงตัวกูเอต้ารับบอลไม่อยู่ซองแตก เบอร์นาร์โด ซิลวา
พยายามวิ่งตามมาเก็บบอลแล้วแตะหลบนายทวารเจ้าถิ่น แต่บอลแรงออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 18 จอห์น สโตนส์ ได้สับไกยิงจากนอกกรอบ บอลพุ่งเฉียดเสาออกหลังไปอีก นาทีที่ 26
ทีมเยือนได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา มาห์เรซ เปิดบอลโด่งมาหน้าประตู วอคเกอร์ได้โหม่งจังหวะแรก
แต่บอลแฉลบไปโดนพวกเดียวกันกีะดอนออกมาเข้าทาง ฟิล โฟเด้น ซัดตูมด้วยเท้าซ้าย
บอลหลุดกรอบออกหลังไปอีกครั้ง จังหวะถัดมา ทีมเยือนได้เตะมุมอีกหน เล่นบอลสั้นๆถ่าย
บอลมากลางสนาม จาว กันเซโล่ สบช่องจึงลองส่องไกลอีกหน บอลพุ่งไปชนเสาดังสนั่น
กระดอนออกมา อายเมอริค ลาปอร์ต ตามเข้ามาซ้ำจ่อๆ แต่บอลเหิรข้ามคานออกหลังไปอีก
นาทีที่ 32 โอกาสเป็นของทีมเยือนอีกครั้ง เมื่อขึ้นบอลมาทางซ้าย กันเซโล่ แทงบอลทะลุช่อง
ไปให้ แจ็ค เกรียลิซ วิ่งตามมาเก็บบอลที่เส้นหลัง ก่อนจะตวัดจ่ายบอลเข้ากลางมาหน้าปากประตู
เบอร์นาร์โด ซิลวา หวดบอลวืดเลยมาถึง มาห์เรซ ได้สับไกยิงเต็มข้อ แต่บอลไปเข้าซอง กูเอต้า

นาทีที่ 39 เจ้าถิ่นได้โอกาสบ้าง วิลฟรีด ซาฮา เลี้ยงบอลหนีแนวรับของซิตี้ ก่อนจะหวดด้วยเท้าขวา
แต่บอลไม่เข้ากรอบ ออกหลังไป ท้ายเกมส์นาทีที่ 45 มาห์เรซได้สับไกยิงอีกครั้ง
แต่บอลก็ยังไม่เข้ากรอบ หมดครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

เริ่มเกมส์ในครึ่งหลัง โอกาสเข้าทำครั้งแรกเป็นทางฝั่งเจ้าถิ่น ในนาทีที่ 50 จากจังหวะทีมเยือน
เคลียร์บอลออกมาจากหน้าประตูตัวเองบอลลอยมาถึง โยอาคิม อันเดอร์เซ่น โหม่งบอล
กลับเข้าไปในเขตโทษหน้าประตู มาร์ค เกฮี โหม่งต่อบอลลอยเข้าไปในกรอบ 6 หลา
มาเตต้า และ ชีคู คูยาเต้ เบียดกันโหม่ง บอลหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ทีมเยือนโต้กลับ นาทีที่ 57 เกรียลิช จ่ายบอลละทุช่องไปให้ เควิน เดอ บรอยน์ วิ่งหลบแนวรับเจ้าถิ่น
หลุดกับดักล้ำหน้า เข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะตวัดยิงตามน้ำ พุ่งไปชนเสาไกล กระดอนย้อนมาเข้าทาง
ริยาด มาห์เรซ วิ่งตามมายิงซ้ำด้วยเท้าขวา บอลติดปลายมือ บิเซนเต้ กูเอต้า ปัดออกหลังไปได้

นาทีที่ 70 เควิน เดอ บรอยน์ แทงบอลทะลุช่องแจ็ค เกรียลิช พาบอลเข้าไปในกรอบ 6 หลา
แล้วตวัดกึ่งยิงกึ่งจ่าย บอลผ่านหน้าประตู โดยที่เบอร์นาร์โด้ ซิลวา พยายามวิ่งสอดมาทิ้งตัว
ตั้งใจจะจิ้มบอลเข้าประตู แต่ก็ยังไม่ทัน จิ้มโดนบอลแล้วบอลแรงพุ่งเฉียดเสาออกหลังไป

นาทีสุดท้ายของเกมส์ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลโค้งเข้าไปในเขตโทษ บอลลอยข้ามมาถึงเสาไกล
อายเมอริค ลาปอร์ต ได้ขึ้นโหม่ง แต่นำหนักบอลไม่มี ไปเข้ามือนายทวารเจ้าถิ่นแบบ เหลือเชื่อ
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จอห์น สโตนส์ โหม่งบอลคืนหลังพลาด คอเนอร์ กัลลาเกอร์ วิ่งมาฉกบอล
แล้วพยายามหาจังหวะยิงเร็ว แต่มุมเหลือน้อย บอลปลิ้นข้ามคานออกหลังไป

จบเกมส์ คริสตัล พาเลซ ทำแสบ เปิดบ้านยันเสมอกับจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0

ภาพจาก
https://twitter.com/CPFC
https://twitter.com/ManCity
https://twitter.com/SkySportsPL
https://twitter.com/OfficialFPL

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: