Connect with us

Entertainment

ล้วงลึก33ปี‘Big Cinema’ทำไมถึงหลุดผัง?

Published

on

วงการโทรทัศน์ไทยในช่วงที่ผ่านมา มีหนึ่งเรื่องให้ฮือฮา เมื่อ 1 ในรายการโทรทัศน์ที่อยู่หน้าจอโทรทัศน์คู่กับคนไทยมาเกิน 30 ปี จะหลุดผัง ยุติการออกอากาศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เรากำลังพูดถึงรายการภาพยนตร์ดังอย่าง “Big Cinema”(บิ๊กซีเนม่า) กับสโลแกนที่คุ้นหู “โปรแกรมเพชรหนังพันล้าน” ที่ออกอากาศทางช่อง 7 สี มาอย่างยาวนาน

ทุกอย่างกระจ่างเมื่อมีคนตาดีไปเห็นผังการออกอากาศของวิกหมอชิตประจำเดือน ก.พ. ปี 2565 เมื่อไม่มีชื่อรายการภาพยนตร์ดังอย่าง “Big Cinema” แล้ว โดยช่วงเวลาดังกล่าวเป็นรายการวาไรตี้ของช่องมาออกอากาศรีรันแทน

ย้อนกลับไปรายการ “Big Cinema” เป็นรายการที่อยู่กับช่อง 7 สี มาอย่างยาวนานในยุคตั้งแต่ยุควีดีโอจนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2532 โดยนำทั้งภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศมาออกอากาศ ทุกวันเสาร์ เวลา 22.30 น. หลังช่วงละครหลังข่าวจบ และจากวันที่ออกอากาศวันแรกจนก่อนปิดรายการ ก็มีอายุนานถึง 33 ปี

ในช่วงแรกๆ ของการออกอากาศ “Big Cinema” โดนบ่น โดนล้อจากคนดูว่าหนังที่เอามาฉายจะค่อนข้างเก่า บางเรื่องมีอายุกว่า 10 ปีที่หยิบมาฉาย แต่หลังๆ มีการพัฒนาด้วยการหยิบหนังใหม่ๆ มาฉาย บางเรื่องออกจากโรงไม่ถึงปีก็ได้ออกอากาศแล้ว จนสร้างความนิยมต่อเนื่องมาอย่างยาวนานเป็นสิบๆ ปี

การเลือกเวลาฉายของ “Big Cinema” ในช่วงคืนวันเสาร์ ถือว่าพอเหมาะพอพอเจาะและลงตัว เพราะทำให้ทุกเพศ ทุกวัยสามารถรับชมได้ โดยไม่ต้องรีบนอนเร็ว เมื่อไม่ต้องรีบตื่นเช้าไปทำงานหรือไปเรียนในเช้าวันอาทิตย์

และสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับ “Big Cinema” มาและเป็นหนึ่งเสน่ห์ที่น่าติดตามสำหรับคนดู หนีไม่พ้นทีมนักพากย์ประจำรายการทั้ง มนตรี เจนอักษร, ดวงดาว จารุจินดา, วันชัย เผ่าวิบูลย์, ธนศักดิ์ อุ่นอ่อน, วชิรา เพิ่มสุริยา, อาวอ จิราวัฒน์, ชูชาติ อินทร, สามารถ เมฆะวิภาต, ณทชเพจน์ ภัทรายุตวรรตน์, จักรกฤษณ์ หาญวิชัย, อภินันท์ ธีระนันทกุล, นันทนา บุญหลง หรือแม้แต่ น้าต๋อย เซมเบ้ ล้วนเป็นคนที่มีส่วนทำให้ “Big Cinema” ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน…

แล้วอะไรคือ เหตุผลที่ทำให้ “Big Cinema” ต้องลาจอพร้อมกับลาคนดูไปในตัว เรื่องนี้ช่อง 7 ไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ตามสไลต์ช่อง 7 ที่ถูกเรียกขานว่าช่องแห่งความลับ 55 แต่ถ้าล้วงลึกกันลงไปแล้ว ก็มีหลายเหตุผลประกอบกัน หลักๆ ก็ 3 ข้อ

เริ่มที่ผู้บริหารที่รักหนังเป็นชีวิตจิตใจอย่าง “หน่อง”พลากร สมสุวรรณ ที่เมื่อครั้งยังทำงานที่ช่อง 7 เขาคือผู้ดูแลฟูมฟัก “Big Cinema” อย่างไข่ในหิน แต่เมื่อเจ้าตัวออกจากช่อง 7 และไปทำงานที่ช่อง PPTV 36 แทน ดูเหมือนว่า “Big Cinema” จะไม่เหมือนเดิม แม้รายการจะไม่ได้หลุดผังในทันที โดยออกอากาศต่อมาหลายปีหลัง “หน่อง” ไปอยู่ช่องพีพีทีวี แต่ไม่เหมือนเดิมตรงที่ว่าตอนที่เขาควบคุมดูแลนั้น โปรแกรมหนังที่ถูกหยิบมาฉาย จะเป็นหนังระดับบิ๊กเบิ้ม เกรดดี บล็อกบัสเตอร์ จากสตูดิโอชั้นแนวหน้าของโลกภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด แต่ช่วงหลังที่ไม่มีเจ้าตัวแล้ว โปรแกรมหนังเน้นไปที่หนังเกรดรองๆ ลงมา เกรดใหญ่แทบไม่มีให้เห็น

อีกหนึ่งเหตุผลที่ “Big Cinema” ต้องลาจอ ก็เพราะวงการทีวีที่ปรับเปลี่ยนไป ระยะหลังๆ มาต้องเผชิญหน้ากับคอนเทนต์ภาพยนตร์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น เนื่องจากการเข้ามามีบทบาทของระบบออนไลน์แพลตฟอร์มที่ทำให้ผู้ชมสามารถหาชมภาพยนตร์ได้ง่ายยิ่งขึ้น จึงส่งผลให้การฉายหนังบนจอฟรีทีวีเริ่มเสื่อมความนิยมลงไป

อีกข้อที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ โควิด-19 ที่ส่งผลต่อทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่วงการทีวี ที่ต้องเจอผลกระทบ เม็ดเงินโฆษณาที่เป็นรายได้หลักของช่องก็หดหาย ไม่แปลกที่ช่วงหลังของ “Big Cinema” จะไม่มีโฆษณาเข้าเลย เน้นไปที่โฆษณาโปรโมตของช่องเสียเอง นั่นจึงเป็นผลกระทบลูกโซ่ เมื่อโฆษณาไม่เข้า เงินที่จะไปซื้อหนังดีๆ แพงๆ จากสตูดิโอยักษ์ใหญ่ก็เหลือน้อย นั่นอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ “Big Cinema” จะเป็นหนังเกรดรองๆ ที่ไม่ค่อยดึงดูดคนดูสักเท่าไร

แต่ถึงต้องลาจากคนดูในวัย 33 ปี ตามสัจธรรมที่ไม่มีอะไรแน่นอน การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอบนโลกใบนี้ แต่ “Big Cinema” ถือเป็นหนึ่งหน้าในประวัติศาสตร์วงการโทรทัศน์ไทย และจะกลายเป็นตำนานที่อยู่ในใจคอหนังบ้านเราตลอดไป…

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: